"กัลฟ์" มอบเงิน 23 ล้านบาท เยียวยาครอบครัว 23 ทหารกล้า ผู้สละชีพเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา
"กัลฟ์" มอบเงิน 23 ล้านบาท เยียวยาครอบครัว 23 ทหารกล้า ผู้สละชีพเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ยัน ไม่อยากให้มีความสูญเสียเกิดขึ้นอีก ด้าน เสธ.ทบ. ยันกองทัพคุมสถานการณ์ชายแดนได้กว่า 95%
เวลา 09.30 น. วันที่25 ธ.ค.68 ที่กองทัพบก นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมมอบเงินช่วยเหลือแก่ครอบครัวทหารกล้าที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 23 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 23 ล้านบาท โดยมอบให้ครอบครัวละ 1 ล้านบาท เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย โดยมี พลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และ พลเอก บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก ร่วมเป็นสักขีพยาน
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของบริษัทและคนไทยคนหนึ่ง ถือว่ามีโอกาสมาร่วม ให้การสนับสนุนกองทัพ ทั้งทางตรงและทางอ้อมในเรื่องของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น สงครามระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา และทำให้มีการสูญเสียทรัพยากรและบุคคลทางทหาร รวมถึงคนไทยและครอบครัวหลายครอบครัวที่ต้องสูญเสียผู้นำทั้งครอบครัวและสูญเสียญาติพี่น้อง ทางเราคิดว่าถ้ามีมีส่วนร่วมในการเข้ามาช่วยเหลือกู้หนุนจุนเจือในฐานะบริษัทไทยบริษัทหนึ่งก็ยินดีที่จะเข้ามา และวันนี้ได้ทำการบริจาคเงินให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 1 ล้านบาท
นายสารัชถ์ กล่าวต่อว่า ทางบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ตั้งกองทุนไว้ 100 ล้านบาท และไม่คิดว่า จะต้องมีการได้ใช้เงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต และเราความภูมิใจที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกองทัพและให้ขวัญกำลังใจในเรื่องของการทำสงครามในครั้งนี้
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องอื่นๆก็จะมีการพูดคุยกับกองทัพไว้ว่าถ้าหากมีอะไรที่เราสามารถช่วยเหลือได้ เราก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเต็มที่เพื่อให้เกิดความมั่นคง ความแข็งแรงของกองทัพและความปลอดภัยความมั่นใจ รวมถึงขวัญกำลังใจให้กับทหารในกองทัพ
เมื่อถามว่านอกเหนือจากการเสียชีวิตแล้วจะมีการดูแลในเรื่องของผู้ที่บาดเจ็บสาหัสด้วยหรือไม่ นายสารัชถ์ กล่าวว่า ซึ่งจะดูแลเป็นขั้นตอนต่อไป ในคราวที่แล้วทุกคนที่สูญเสียขาเราก็ได้มีการให้ครอบครัวละ 1 ล้านบาท แต่ตอนนี้เราคงจะเน้นไปที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตก่อน
เมื่อถามว่าจะมีการสมทบทุนเพิ่มขึ้นทุกปีหรือไม่จากที่ตั้งกองทุนไว้ที่ 100 ล้านบาท นายสารัชถ์ กล่าวว่า ซึ่งตั้งต้นไว้ที่ 100 ล้านบาทเพียงช่วงแรก ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มากกว่านี้เราก็ไม่ได้มีข้อติดขัดอะไร แต่จริงๆแล้วก็ไม่อยากให้มีการใช้อะไรไปมากกว่านี้เพราะการใช้มากก็เท่ากับการสูญเสียจะมากขึ้น
เมื่อถามว่าความรู้สึกจากการสูญเสียของทหารที่อยู่แนวชายแดน ในฐานะที่เป็นผู้บริหารระดับสูงรู้สึกอย่างไร นายสารัชถ์ กล่าวว่า ตนในฐานะคนไทยคนหนึ่ง แน่นอนก็เห็นคนไทยด้วยกันที่เป็นทหา เข้ามาปกป้องประเทศชาติ รักษาชาติ แต่ต้องสูญเสียไปก็เป็นความเสียใจ ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงคนในครอบครัวที่ต้องเสียญาติพี่น้อง เสียลูก เสียสามีที่เป็นพ่อของลูก บางคนลูกมีอายุเพียง 2-3 ขวบ เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียและความเสียใจแต่ก็เป็นความภูมิใจเพราะทหารไทยของทุกคน ที่ได้เสียสละปกป้องประเทศชาติเอาไว้ สร้างความภูมิใจ ความมั่นใจ ความสบายใจ ไว้ให้กับคนข้างหลัง
เมื่อถามว่าอยากให้สถานการณ์ยุติโดยเร็วหรือไม่ในความรู้สึกของผู้บริหารระดับสูง นายสารัชถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องของทางกองทัพในเรื่องของการยุตติการปะทะ และทำให้เราไม่มีความสูญเสียต่อไปในอนาคต มันก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าสามารถจัดการได้ และเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่กองทัพน่าจะพิจารณาได้ดีกว่า ตนแต่ความสูญเสียแน่นอนว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ความมั่นคงและเกียรติภูมิของประเทศมันก็คงต้องมาก่อน
ด้าน พลเอก ชัยพฤกษ์ ในฐานะผู้แทนกองทัพบก ได้กล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมระบุว่าทหารทุกนายคือบุคคลสำคัญที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสามารถอย่างเต็มกำลัง การเสียสละครั้งนี้จะถูกจารึกไว้บนผืนแผ่นดิน และชื่อของพวกเขาจะเป็นเกียรติประวัติต่อวงศ์ตระกูลและกองทัพสืบไป ทั้งนี้ กองทัพบกขอขอบคุณบริษัท กัลฟ์ และนายสารัชถ์ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและยื่นมือเข้ามาดูแลครอบครัวของทหารกล้าในยามที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียเช่นนี้