“จีน” เร่งซื้อถั่วเหลืองสหรัฐ 7 ล้านตัน เดินหน้าเป้าดีลทรัมป์ 12 ล้านตัน
"จีน" จัดหาถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้วอย่างน้อย 7 ล้านตัน บรรลุเป้าหมายกว่าครึ่งของข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ ท่ามกลางแรงกดดันจากถั่วเหลืองบราซิล
วันที่ 18 ธันวาคม 2568 เวลา 15.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า จีนได้จัดหาถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้วอย่างน้อย 7 ล้านตัน หลังมีการเร่งซื้ออย่างหนักในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้จีนบรรลุเป้าหมายไปแล้วกว่าครึ่งทางของข้อตกลงซื้อถั่วเหลือง 12 ล้านตัน ที่ทำไว้กับรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
แหล่งข่าวระบุว่ายอดการจัดซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก Sinograin บริษัทของรัฐที่รับผิดชอบการบริหารคลังสำรองธัญพืชเชิงยุทธศาสตร์ของจีน เข้าซื้อถั่วเหลืองจำนวนมาก โดยในสัปดาห์ที่แล้ว Sinograin ได้จองซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐราว 2 ล้านตัน และยังคงเดินหน้าซื้ออย่างต่อเนื่องในสัปดาห์นี้ ด้วยการซื้ออย่างน้อย 7 ระวางเรือ หรือมากกว่า 400,000 ตัน
การปรากฏตัวของ Sinograin ในตลาด ซึ่งเพิ่มเติมจากข้อตกลงที่บริษัทของรัฐอย่าง Cofco ได้ทำไว้ก่อนหน้า อาจเร่งจังหวะการนำเข้าถั่วเหลืองของจีนให้เร็วขึ้น โดยการซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่จีนกำลังนำถั่วเหลืองจากคลังสำรองของรัฐออกประมูลในปริมาณมาก เพื่อเคลียร์พื้นที่รองรับสินค้านำเข้าที่กำลังจะมาถึง
ตลาดธัญพืชและเกษตรกรสหรัฐจับตาการซื้อถั่วเหลืองอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความไม่ชัดเจนของรายละเอียดข้อตกลงที่บรรลุหลังการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อปลายเดือนตุลาคม ซึ่งกำหนดให้จีนต้องซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐอย่างน้อย 12 ล้านตัน อย่างไรก็ตามจีนยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดของข้อตกลงดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สหรัฐก็ให้กรอบเวลาที่แตกต่างกันเกี่ยวกับเส้นตายการจัดซื้อ เพิ่มความสับสนให้กับตลาด โดยในช่วงแรก สหรัฐระบุว่าจะบรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปีนี้ แต่ต่อมา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า การจัดซื้อจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงที่การนำเข้าถั่วเหลืองจากบราซิลของจีนเริ่มเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล
อย่างไรก็ตามจังหวะการซื้อยังคงไม่โปร่งใสนัก โดยข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) รายงานว่ามียอดขายถั่วเหลืองให้จีนต่ำกว่า 4 ล้านตัน แต่ตลาดเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ายอดจริงสูงกว่านั้นมาก นอกจากนี้การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐยังทำให้ข้อมูลการส่งออกประจำสัปดาห์ล่าช้า ส่งผลให้การซื้อบางส่วนของจีนยังไม่ถูกเปิดเผย
ยิ่งไปกว่านั้นผู้ส่งออกสหรัฐยังขายถั่วเหลืองเกือบ 3 ล้านตัน ไปยังปลายทางไม่ระบุชื่อ จนถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน ตามข้อมูลของ USDA ซึ่งสินค้าลักษณะนี้สามารถเปลี่ยนปลายทางไปยังจีนได้ในภายหลังเมื่อถึงขั้นตอนการขนส่ง
ท้ายที่สุด ผู้ขายในสหรัฐและผู้ซื้อในจีนต่างคาดว่าเป้าหมายการจัดซื้อจะสามารถบรรลุได้ อย่างไรก็ดีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาการส่งมอบสินค้า ประกอบกับการคาดการณ์ว่าบราซิลจะมีผลผลิตถั่วเหลืองเป็นสถิติสูงสุดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ยังคงกดดันราคาตลาด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าถั่วเหลืองในตลาดชิคาโกปรับตัวลดลงเกือบ 9% จากจุดสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน สูญเสียแรงหนุนส่วนใหญ่จากการคาดหวังว่าการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐจะกลับมาเปิดอีกครั้ง
ซูซาน สตราวด์ นักวิเคราะห์จาก No Bull Ag กล่าวว่า “ในเมื่อยังไม่มีข้อตกลงที่เป็นทางการ ตลาดจึงกังวลว่าเรามีถั่วเหลืองมากเกินไป”
ถั่วเหลืองจากบราซิลมีราคาถูกกว่าของสหรัฐอยู่แล้ว โดยแม้ว่าการซื้อในช่วงนี้ของบริษัทจีนที่เป็นรัฐจะได้รับอิทธิพลจากข้อตกลงการค้า แต่ผู้ซื้อเอกชนรายอื่นมีแรงจูงใจน้อยมากที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐ โดยเฉพาะเมื่อฝนที่ตกลงมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ในบราซิลช่วยหนุนผลผลิต
“ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์เป็นต้นไป นี่จะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก” สตราวด์กล่าว“ตามปกติแล้ว เราแทบจะไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดกลับมาได้เลย เว้นแต่บราซิลจะประสบปัญหาสภาพอากาศ”
เกษตรกรและผู้ค้าในสหรัฐต่างเฝ้ารอการกลับมาของการค้ากับจีน เนื่องจากการที่จีนหลีกเลี่ยงการซื้อพืชผลจากสหรัฐในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ได้กดดันรายได้ของเกษตรกร และซ้ำเติมปัญหาสภาพคล่องในช่วงที่การล้มละลายในภาคเกษตรเพิ่มขึ้น รัฐบาลทรัมป์จึงประกาศแพ็กเกจช่วยเหลือมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อต้นเดือนนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีและราคาสินค้าที่ตกต่ำ
อ้างอิง : bloomberg.com