โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดวิธีเช็ก “แอปฯ กู้เงินเถื่อน” ก่อนเป็นหนี้หัวโต ถ้าตกเป็นเหยื่อต้องทำยังไง?

Thairath Money

อัพเดต 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 07.07 น.
ภาพไฮไลต์

หลายคนชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือเจอเหตุฉุกเฉินต้องการเงินด่วน แต่พอจะไปขอกู้ธนาคาร ก็อาจช้าไม่ทันใจเลยไปใช้บริการ‘แอปฯ กู้เงินเถื่อน’ ที่ขอยืมเงินง่ายกว่า ทว่าจากความง่ายที่ไม่จริงใจ อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิต ที่หนี้พอกพูน หรือบางคนต้องเจอเจ้าหนี้โหดมาทวงถึงบ้าน หรือไปถึงที่ทำงาน

แบบไหนที่เรียกว่า “แอปฯ กู้เงินเถื่อน” ?

'แอปฯ กู้เงินเถื่อน' หรือแอปที่ให้บริการสินเชื่อโดยไม่ถูกกฎหมาย ทางสถาบันธนาคารไทยเคยบอกว่ามีมากถึง 300 แอปฯ ซึ่งพบเห็นได้ทั้งบน Google Play Store และ App Store เรียกว่าแค่กด Install (ติดตั้ง) ชีวิตหลังจากนั้นอาจจะยุ่งยากได้

บางคนตอนสมัครยื่นกู้ ใช้เอกสารน้อย ได้ไว แต่ถามรายละเอียดไปก็คลุมเครือ จนสุดท้ายกลายเป็นต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน หรือบางคนหลังจากโหลดแอปฯ ไปแล้ว ถูกหลอกให้ถ่ายรูปบัตรประชาชนหรือกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เข้าไป รวมถึงตัวแอปฯ อาจแฝงการขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลอื่นๆ บนมือถือไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ, รูปภาพ และอื่นๆ มีตัวอย่างผู้เสียหายมากมายที่กู้เงินกับแอปฯ เถื่อนเหล่านี้ ถึงคราวโดนทวงเงินก็ทวงไปถึงคนรู้จักหรือครอบครัวของเหยื่อเลย

ดังนั้นเราต้องเช็กให้ชัวร์ตั้งแต่ก่อนดาวน์โหลดแอปฯ มาไว้บนมือถือ โดยสามารถนำชื่อแอปฯ หรือ ชื่อผู้ให้บริการ ไปค้นหากับ “เช็กแอปเงินกู้” ผ่านเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่าเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อหรือไม่

ข้อสังเกต: บางครั้งมิจฉาชีพมักจะตั้งชื่อแอปฯ คล้ายกับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หรือสวมรอยเป็นผู้ได้รับอนุญาต ดังนั้นต้องตรวจสอบในหลายช่องทาง เช่น เมื่อเช็กในเว็บไซต์ของธปท. จะมีข้อมูลช่องทางติดต่อ เราอาจโทรเช็กให้ชัวร์อีกชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ถ้ามีใครส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปฯ ไม่ว่าจะส่งมาทาง SMS, LINE, อีเมล หรือโฆษณาในโซเชียลมีเดีย ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า อาจไม่ได้มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและอาจเป็นหลุมพรางของมิจฉาชีพ ที่จะหลอกลวง

4 ข้อสังเกตแอปฯ กู้เงินเถื่อนที่เราต้องรู้ให้ทัน!

ปัจจุบันถ้าอยากขอสินเชื่อออนไลน์ จะผ่านแอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ก็มีทางเลือกที่ถูกกฎหมายมากมาย ไม่ว่าจะผ่านธนาคาร หรือ สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) ซึ่งข้อดีคือ มีมาตรฐานและต้องระบุเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจนเสมอ ซึ่งจะต่างกับแอปฯ กู้เงินเถื่อนที่มักจะมีลูกเล่น หรือเงื่อนไขที่ไม่ชัดเจน เช่น

  • ชื่อแอปฯ ผิดปกติหรือใช้คำโฆษณาที่ดึงดูดใจแต่เกินจริง เช่น เงินด่วนใช้แค่บัตรประชาชน, เงินด่วนไม่ต้องเช็กเครดิต เป็นต้น ส่วนชื่อแอปฯ อาจมีคำผิดหรือปนคำภาษาต่างประเทศ หรือเขียนผิดหลักทางภาษา
  • กู้ผ่านแล้ว แต่ขอหักเงินก่อนถึงมือนะ เช่น เหยื่อขอกู้เงิน 2,000 บาท แต่มิจฉาชีพจะโอนเงินให้เพียง 1,200 บาท โดยอ้างว่าหักค่าธรรมเนียม เป็นต้น
  • ดอกเบี้ยสูงลิ่ว มักเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เช่น ก่อนกู้แจ้งว่าดอกเบี้ย 20% เอง เหยื่ออาจเข้าใจว่า 20% ต่อปี แต่เมื่อถึงเวลาต้องจ่ายหนี้ จะแจ้งว่าดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน หรือต้องหาเงินมาชำระเป็นรายสัปดาห์ เป็นต้น
  • ปิดหนี้ยาก บางครั้งแอปฯ กู้เงินเถื่อนเหล่านี้อาจมีลูกค้าที่ติดหนี้อยู่เป็นเวลานาน แม้เราจะมีเงินปิดยอดหนี้ แต่พอจะจ่ายเงินปิดยอดอาจแจ้งว่าระบบมีปัญหาทำให้ปิดหนี้ไม่ได้ ซึ่งหลังจากนั้นเรายังต้องจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น

นี่เป็นเพียงเทคนิคส่วนหนึ่งของแอปฯ กู้เงินเถื่อน ที่มีคนตกเป็นเหยื่อแล้วมากมาย และเราต้องรับมือให้ทัน

ตกเป็นเหยื่อแล้วทำยังไงได้บ้าง?

วินาทีที่รู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว ผู้เสียหายอาจต้องเจอทั้งการข่มขู่ ประจาน หรือดอกเบี้ยมหาโหด จนทำให้รู้สึกกลัวและมืดแปดด้าน แต่สิ่งสำคัญคือ 'อย่าเพิ่งหมดหวัง' เพราะเรายังมีทางออกเสมอ โดยมีคำแนะนำ ดังนี้

  • ตั้งสติ และรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนว่า ปัจจุบันมียอดหนี้เท่าไร เงินต้นเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร เก็บหลักฐานในการกู้ การโอนเงิน ข้อความที่พูดคุยกันทั้งหมด รวมถึงหลักฐานว่าเจ้าหนี้คุกคามหรือข่มขู่ในรูปแบบใดบ้าง รวมถึงหันหน้าเข้าหาเพื่อน หรือครอบครัว เพื่อแจ้งให้รู้ตัวว่าอาจต้องเจอกับเจ้าหนี้ทวงหนี้ผิดกฎหมาย
  • หยุดก่อนหนี้เพิ่ม เลิกคิดว่าจะหาเงินจากที่อื่นๆ มาโปะอย่างไร ในบางกรณีหลังการปรึกษากับตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาจให้หยุดจ่ายหนี้ไป หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องการแก้หนี้สามารถโทรหาสายด่วน 1213 ของธนาคารแห่งประเทศไทย
  • แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาจขอคำปรึกษาอย่างละเอียดขึ้นว่าควรรับมืออย่างไร
  • ถูกทวงหนี้ต้องรู้สิทธิ์ของตนเอง เช่น เจ้าหนี้ติดต่อทวงถามหนี้ได้ไม่เกินวันละ 1 ครั้ง ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 น. ส่วนวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดราชการจะทวงหนี้ได้ในเวลา 08.00 – 18.00 น. นอกจากนี้ เจ้าหนี้ห้ามพูดจาดูหมิ่นลูกหนี้ ห้ามข่มขู่ใช้ความรุนแรง หรือห้ามประจานลูกหนี้ (ข้อมูลจากสภาองค์กรของผู้บริโภค)
  • แจ้งสายด่วน 1559 หรือสายด่วนของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หากถูกขโมยข้อมูลออนไลน์ หรือถูกปลอมแปลงบัญชี เพื่อให้ช่วยกู้คืนหรือแก้ไขบัญชีกลับมาเหมือนเดิม

สำหรับใครที่มีแอปฯ กู้เงินเถื่อนอยู่ในมือถือ ต้องรีบเช็กการตั้งค่าสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว โดยเลือกไปที่ การตั้งค่า (Settings) > การอนุญาตแอปฯ (App Permissions) แล้วเลือกปิดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลจากแอปฯ กู้เงินเถื่อน รวมถึงแอปฯ อื่นๆ ที่ไม่รู้จักหรือไม่ใช้งานเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวของเรา

นอกจากนี้อาจตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในบัญชีโซเชียลมีเดีย หรือเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวเราและมาคุกคามหรือขู่กรรโชกได้อีก

ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย,สถาบันธนาคารไทย, สภาองค์กรของผู้บริโภค

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดวิธีเช็ก “แอปฯ กู้เงินเถื่อน” ก่อนเป็นหนี้หัวโต ถ้าตกเป็นเหยื่อต้องทำยังไง?

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...