แฟนคลับเชียร์ให้แต่งงาน! สาว "มายด์ ณภศศิ - สงกรานต์ เตชะณรงค์" หลังทั้งคู่เปิดตัวคบหากัน
แฟนคลับเชียร์ให้แต่งงาน! สาว “มายด์ ณภศศิ – สงกรานต์ เตชะณรงค์” หลังทั้งคู่เปิดตัวคบหากัน
ดาราสาวสวย “มายด์ ณภศศิ” ล่าสุดมาร่วมงาน thailand influencer awards 2024 ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจว่าจะมีข่าวดีกับ “สงกรานต์ เตชะณรงค์” หรือไม่? หลังคนเชยร์ให้แต่งงาน เมื่อเปิดตัวคบหากัน และมีโมเมนต์หวานกันมาพักใหญ่แล้ว สาว “มายด์ ณภศศิ” ให้สัมภาษณ์ว่า..
คอนเทนต์ชุดขาว?
“วันนั้นตลกมาก วันนั้นคือมายด์ไปอีเวนต์มาก่อน แล้วประชุมกันต่อ แล้วแค่จะเดินออกจากหน้าลิฟต์ก็เลยอยากจะฟิตเช็กๆ เพราะชอบทำ คอนเทนต์แบบ fit check กัน ก็เลยชวนพี่กรานต์มาเดิน แล้วหนูก็เห็นเพลงนั้น (ตลอดไปไม่มีจริง) กำลังฮิตอยู่ก็เลยเอามาใส่ขำๆ แบบตลอดกาลไม่มีจริงเพราะว่าจะเดินหนีตลอด”
คนก็แซว ก็เชียร์กันเยอะ พอจะเป็นไปได้ไหม?
“ยังเลยค่ะ ตอนนี้ก็ยังโฟกัสกับงาน ยังสนุกกับการทำงานกันมากกว่า ยังรู้สึกมีแรงและมีอะไรที่เราสองคนอยากทำอีกเยอะเลย อย่างมายด์อยากตั้งใจโฟกัสธุรกิจในปีหน้า เหมือนมายด์เริ่มทำคลินิกกายภาพบำบัด และมีแบรนด์สกินแคร์ที่เป็นกันแดด
ปีนี้หนูรู้สึกว่าหนูประสบความสำเร็จในด้านอินฟลูระดับหนึ่งที่มันมากกว่าที่เราอยู่ตรงนั้นมา และเรามีความสุขมาก ปีหน้ารู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ขอตั้งใจในการทำธุรกิจของเรา เพื่ออนาคตที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ก็เลยยังไม่ได้คิดเลย (ยิ้ม)”
มีคุยกับพี่กรานต์บ้างไหม?
“ไม่ได้คุยเลย ยังห่างไกลอยู่ค่ะ ตอนนี้ฝากติดตามงานและธุรกิจต่างๆ ก่อน ดูตอนเทนต์ สนุกๆ ไปก่อน คอมเมนต์ว่าได้แต่อย่าแรง บางทีคอมเมนต์แรง หนูก็อ่านหมดนะ แต่ส่วนใหญ่หนูไม่ได้ถือสาหรอก แต่หนูก็รู้สึกว่าบางทีเขาอคติกับเรา”
อ่านตลอดหรอ?
“อ่านตลอด ทุกช่องทางเลย เพราะมายด์เป็นคนชอบอ่านคอมเมนต์ มายรู้สึกว่าการที่คนให้เกียรติคอมเมนต์เรา มันเป็นคำขอบคุณสำหรับหนูที่เข้ามาคอมเมนต์ ไม่ว่าจะติหรือชม หนูจะพยายามขอบคุณทุกคอมเมนต์เลย”
เป็นยังไงบ้างเข้ามาในวงการอินฟลูเอนเซอร์
“สนุกค่ะ มายก็รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ชาเลนจ์ตัวเราเองซึ่งอย่างการทำคอนเทนต์ มีหลายปัจจัยและมีหลายองค์ประกอบอย่างมายด์ต้องคอยพัฒนาตัวเอง อัพเดทข่าวสารไปเรื่อยๆ และเลือกในการรับในหลายๆ อย่าง”
เลือกยังไงบ้าง?
“มายด์เรียนมาหลากหลายด้าน ซึ่งหนึ่งอย่างที่มายด์ชอบคือการทำคอนเทนต์ที่ความรู้ สินค้าบางทีติดต่อมา มายด์จะค่อนข้างสกรีน อย่างแรกก็จะมีทางผู้จัดการ และมีทีมผู้ช่วย แต่ทุกๆงานที่มายเลือกรับมายด์กล้าพูดเลยว่า มายด์ดูเองเกือบทั้งหมด มายด์จะเป็นคนที่ดูสคริปต์เอง ตัดต่อเองเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงแบรนด์ต่างๆ ที่เข้ามาหาเราเราก็จะพยายามสกรีนดูหลายๆ อย่าง
ในฐานะที่เราเรียนมา ต้องสกรีนยังไงบ้าง เพราะเหมือนว่าช่วงนี้ดาราก็เจอมิจฉาชีพ?
“จริงๆ มายด์จบนิเทศน์ด้วยเหมือนกัน และจะมีเรียนพวกจรรยาบรรณสื่อ ส่วนตัวมายด์ค่อนข้างเชื่อในตัวเองอย่างหนึ่ง ไม่ว่ามายด์จะทำ คอนเทนต์อะไร ไม่จะไลฟ์ขายของอะไร มายด์จะเชื่อในการที่ไม่โฆษณาเกินจริง จะพยายามให้ข้อมูลจริงๆ เพราะสุดท้ายสิ่งที่พูดออกไปจากปากเรา เขาเชื่อถือเรา เหมือนคนที่มาซื้อของในช่องมายด์เขาก็ไว้ใจเพราะตัวมายด์ จริงๆ เราดูได้หลากหลายมิติมากๆ เลย คือเราจะย้อนไปดูประวัติของแต่ละบริษัทเลย อย่างสินค้าที่เป็นแบรนด์โกลบอลอยู่แล้วอันนั้นไม่ค่อยน่าห่วง แต่อย่างพวกสคริปต์มายด์จะปรับให้เข้ากับตัวเอง ในการพูดสื่อสาร มายด์จะทดลองใช้สินค้านั้นจริงๆ ก่อน หรือลองมาใช้ ลองมาศึกษามันจริงๆ
อย่างข่าวที่กำลังมีกระแสในตอนนี้ ในฐานะที่เราทำธุรกิจเหมือนกัน กังวลไหม?
ในตัวมายด์เชื่อว่า ในข่าวที่ออกมาตอนนี้ น่าจะกระทบในแวดวงเหมือนกันในหลายๆ ธุรกิจเลย แต่ตัวมายด์เองไม่ได้กังวลกับสินค้าที่มายด์ทำอยู่หรือในช่องทางการไลฟ์ของมายด์ เพราะมายด์เชื่อและมายด์ก็มั่นใจว่าทุกอย่างที่มายด์ไลฟ์และพูดออกไป และมายด์ได้ทำคอนเทนต์ มายด์ศึกษามาอย่างดีแล้วจริงๆ อะไรที่มีความเสี่ยง บางทีมายด์ก็รู้สึกว่า เราลองเลือกที่จะปฏิเสธไปเลย เราอาจจะเสียน้อยเสียยาก เสียดายเงินทั้งก้อน แต่สำหรับมายด์รู้สึกว่าถ้าอะไรที่เราไม่มั่นใจแล้ว ด้วยการที่เรายืนอยู่ตรงนี้ เป็นคนของสังคม คนที่หลายๆ คนมองเราเป็นไอดอล เชื่อถือเรา ซื้อของเพราะชื่นชอบในตัวเรา เชื่อในสินค้าที่เราทำ มายด์รู้สึกว่ามันไม่คุ้มกันสำหรับมายด์ ในการที่มาเสี่ยง
การรับงานต่อจากนี้เปลี่ยนไปไหม?
“มายด์คิดว่าอย่างช่วงนี้มีหลายๆ อย่างเข้ามาแต่มายด์ก็จะสกรีนมากขึ้น คือมายด์สกรีนอยู่แล้ว ทั้งทีมมายด์ ทั้งทีมผู้จัดการกันเอง หรือว่าการทำคอนเทนต์
ช่วงนี้หลายๆ ข่าวที่เกิดขึ้นในสังคมอาจจะทำให้ กระทบในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องของความรู้สึกภาพรวมหรือใดๆ มันก็อาจจะมีบ้าง แต่มายด์ก็ยังเชื่ออยู่เสมอว่าถ้าสุดท้ายทุกคนยึดถือในเรื่องนี้
และมายด์เชื่อว่าเรื่องนี้มันอาจจะทำให้หลายคนประมาทในเรื่องนี้มากขึ้น ทั้งตัวดาราเอง หรืออินฟลูแบบมายด์ ที่เมื่อก่อนเราคิดว่าเราทำคอนเทนต์ที่ลูกค้ามาจ้าง เราก็ทำตามเขา บางทีเราก็อาจจะไม่ได้ศึกษา ช่วงหลังจากนี้มายด์เชื่อว่า หลายๆ คนและทุกคนจะสกรีนกันมากขึ้น และมันอาจจะมีกระทบบ้างแต่มายด์เชื่อว่า เราจะสามารถทำให้ความเชื่อมั่นกลับมาได้
อย่างสื่อมายด์ก็รู้สึกว่าการที่ไม่กล่าวอ้างเกินจริงหรืออย่างการที่เราไม่พาดพิงถึงใคร มายด์ว่า มันมีหลายอย่างมากๆ เลย แต่ในทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวเราอาจจะไม่ได้มีความรู้มากที่สุด แต่ตัวเราเลือกที่จะปรึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการ หรือคนที่เขามีความรู้ เพราะสุดท้ายเราไปรับผลิตภัณฑ์ที่บางทีมีส่วนประกอบอะไร คือถ้าเราไม่รู้เอง เราก็ไปหาข้อมูลต่างๆ เพื่อมา ซัพพอร์ตได้ หรือถ้าสงสัยก็ถามได้เลย”
อย่างตัวพี่สงกรานต์ เวลารับงานปรึกษาเราด้วยไหม?
“ใช่ ส่วนใหญ่พี่กรานต์จะรับน้อยกว่าเราด้วย หลายๆ อย่าง แต่ถ้าเวลารับงานคู่กันหรือเวลาไลฟ์สินค้าร่วมกัน ก็จะคุยและปรึกษากัน อธิบายรายละเอียดต่างๆ”
ช่วงนี้มีภาพตอบคอมเมนต์กับพี่สงกรานต์เยอะ?
“พี่กรานต์เขาก็เริ่มสนุก เอาจริงๆ เราทำเพราะตั้งใจขายของด้วย เพราะเราทำแบรนด์ ซึ่งมายด์รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นคอนเทนต์ที่เราทำ มันเป็นสื่อที่เราทำไปแล้วไม่ต้องเสียเงินไปจ้าง ก็รู้สึกว่าเราสนุกกับการทำคอนเทนต์ด้วยและให้คนดูได้มีความสุขกับการตอบคอมเมนต์ของคนที่เข้ามาคอมเมนต์ มายด์ก็แฮปปี้ค่ะ”
เขาเองก็ดูสนุกขึ้น?
“สนุก ก็พยายามช่วยกันครีเอตคอนเทนต์ไปเรื่อยๆ”
มีฟีดแบ๊กงานที่เขาไม่อยากทำบ้างไหม?
“ก็มีบ้าง บางทีเดินหนี (หัวเราะ) ไม่หรอก บางทีพี่เขาอาจจะเขินกล้อง ความจริงเขาก็อาจจะอยากทำแหละ แต่เขาอาจจะแนวเขินๆ”
ตอนแรกกับตอนนี้อันไหนดีกว่ากัน?
“ตอนนี้เขาพูดเก่งขึ้นนะคะ ตอนนี้ให้ขึ้นไลฟ์ ด้วย พี่กรานต์แย่งไมค์มายด์”
แต่ก็ได้เห็นมุมใหม่ๆ?
“ใช่ได้เห็นมุมใหม่ๆ แต่จริงๆ เขาก็มีมุมนี้อยู่แล้วแต่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยเห็น มันก็อาจจะเป็นมุมที่เขาได้ปลดล็อกตัวเอง แล้วเขาเอาจะเริ่มรู้สึกสนุก ที่จริงพี่กรานต์เป็นคนครีเอทีฟมากๆ มากกว่ามายด์อีกในการคิดคอนเทนต์ จริงๆ มายด์เป็นคนค่อนข้างเนิร์ด เป็นคนที่ชอบทำอะไรตามแพทเทิร์นหรือแผนที่เราอยู่ในเซฟโซนไม่ได้ครีเอทีฟมาก”