โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มะพร้าวเวียดนาม” อาจเป็นคู่แข่ง ที่แข็งแกร่งของมะพร้าวไทย ในตลาดจีน ผลผลิตสูง-ราคาถูก

Thairath Money

อัพเดต 14 ต.ค. 2567 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2567 เวลา 05.40 น.
ภาพไฮไลต์

ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ในการนำเข้า “มะพร้าวสด” ของจีน เปิดข้อมูล ตั้งแต่ ม.ค.-ส.ค.2567 ระยะเวลาแค่ 8 เดือน ที่ผ่านมา จีนสั่งซื้อและนำเข้ามะพร้าว จากต่างประเทศปริมาณ 58,450 ตัน มูลค่า 1,965 ล้านหยวน

โดยไทยครองส่วนแบ่งการนำเข้าดังกล่าว ราว 60% หรือ 189,336 ตัน มูลค่า 1,261 ล้านหยวน นอกจากนี้ จีนยังนำเข้าผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวจากต่างประเทศด้วย เช่น น้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว กากมะพร้าว สินค้าอาหาร และเครื่องสำอางที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

เช่น น้ำมะพร้าว จีนนำเข้าน้ำมะพร้าวจากต่างประเทศ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณ 87,116 ตัน มูลค่า 796 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 12% โดยข้อมูลที่น่าสนใจนั้น กลับพบว่า ส่วนแบ่งของตลาดน้ำมะพร้าว อันดับ 1 กลับเป็นประเทศเวียดนาม มีมูลค่าราว 55.53% รองลงมา เป็นการนำเข้าจาก อินโดนีเซีย 36.35% ส่วนไทย มีส่วนแบ่งเล็กน้อยราว 4.9% เท่านั้น

ตลาดมะพร้าวในจีน ความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองหนานหนิง รายงานว่า หลายปีที่ผ่านมา แนวโน้มความนิยมสินค้ามะพร้าวสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าวในจีน มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและธรรมชาติของผู้บริโภคชาวจีนที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนการประยุกต์ใช้มะพร้าวอย่างกว้างขวางในสาขาต่างๆ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร เครื่องสําอาง เป็นต้น

กลายเป็นปัจจัยส่งเสริมธุรกิจมะพร้าวของจีนให้มีแนวโน้มการพัฒนาที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลสถิติพบว่าในปี 2560 มูลค่าของตลาดมะพร้าวอยู่ที่ 10,280 ล้านหยวน และเพิ่มสูงถึง 14,440 ล้านหยวน ในปี 2564 คาดการณ์ว่ามูลค่าดังกล่าวจะทะลุ 20,000 ล้านหยวนในปี 2569

โดยประเทศจีนบริโภคมะพร้าวสดประมาณ 2,600 ล้านลูกและแปรรูปมะพร้าวประมาณ 1,500 ล้านลูกต่อปี ในขณะที่ผลผลิตมะพร้าวของจีนส่วนใหญ่มาจากมณฑลไห่หนาน โดยมีผลผลิตต่อปีประมาณอยู่ที่ 250 ล้านลูกเท่านั้น สามารถตอบสนองความต้องการในการบริโภคและการแปรรูปได้เพียง 6 % เท่านั้น และที่เหลือต้องนําเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะนำเข้าจากประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

จับตามะพร้าวเวียดนาม จ่อชิงส่วนแบ่งไทย

อย่างไรก็ดี แม้มะพร้าวไทยในตลาดจีนยังมีโอกาสเติบโตอย่างมหาศาล มีคุณภาพดี รสชาติหวานหอม มีเอกลักษณ์ คุณประโยชน์จากแร่ธาตุและวิตามิน

แต่หลังจากจีนให้อนุญาตนำเข้ามะพร้าวของเวียดนามอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567 เป็นต้นไป มะพร้าวเวียดนามอาจเป็นคู่แข่งที่แข็งแกร่งของมะพร้าวไทยในตลาดจีน เนื่องจากเวียดนามมีความได้เปรียบด้านระยะทางขนส่งไปจีนใกล้กว่า ปริมาณผลผลิตสูง และราคาจำหน่ายถูกกว่า

ปัจจุบันตัวเลขจากแหล่งข่าวระบุว่า ผลผลิตมะพร้าวเวียดนามอยู่ที่ 2 ล้านตัน คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 2.1-2.3 ล้านตันในปี 2573 ทั้งนี้ คงทำให้การนำเข้ามะพร้าวเวียดนามของจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม มะพร้าวไทยได้ชื่อเสียงที่ตลาดจีนแล้วและมีภาพลักษณ์ที่ดี โดยเฉพาะเป็นมะพร้าวน้ำหอม ดังนั้น หน่วยงานทางการและองค์การที่เกี่ยวข้องของไทย อาจต้องยกระดับการขยายพื้นที่เพาะปลูกมะพร้าวไทย และรักษาคุณภาพและมาตรฐานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางจำหน่าย และส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีของมะพร้าวไทยในตลาดจีน เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้บริโภคชาวจีนและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดจากประเทศคู่แข่งต่อไป

ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มะพร้าวเวียดนาม” อาจเป็นคู่แข่ง ที่แข็งแกร่งของมะพร้าวไทย ในตลาดจีน ผลผลิตสูง-ราคาถูก

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...