โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส.อาหารสัตว์ แจงโรงงาน ไม่ได้กดราคา รับซื้อข้าวโพด แนะรัฐอนุญาต เข้าวัตถุดิบจากสหรัฐ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ย 2567 เวลา 11.12 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 06.34 น.

ส.อาหารสัตว์ แจง โรงงาน ไม่ได้กดราคา รับซื้อข้าวโพด แนะ รัฐ อนุญาต นำเข้าวัตถุดิบจากสหรัฐ

เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล นายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย เปิดเผยถึงประเด็นกรณีการหยุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสมาคมการค้าพืชไร่ ซึ่งกล่าวอ้างว่าเกิดจากโรงงานอาหารสัตว์กดราคา และปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) และส่งผลให้ภาคปศุสัตว์นั้นหยุดการเติบโต ณ ห้องประชุมสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย ณ อาคาร ไทย ซี ซี ทาวเวอร์ ห้อง 170 ชั้น 17 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2567

นายพรศิลป์เผยว่า สำหรับกรณีที่ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปรับลดลง และการหยุดรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของสมาคมการค้าพืชไร่ที่กล่าวอ้างว่าเกิดจากโรงงานอาหารสัตว์กดราคานั้น ตนขอชี้แจงว่า สาเหตุที่ราคาข้าวโพดปรับตัวลดลงเป็นไปตามวัฏจักรราคา และราคาจะปรับลดลงเมื่อผลผลิตข้าวโพดออกจำนวนมาก ส่วนการปรับราคาข้าวโพดลดลงไม่ได้มาจากการที่โรงงานอาหารสัตว์กดราคา แต่มาจากตัวแทนที่รับซื้อข้าวโพดที่รับซื้อมาจากเกษตรกรเพื่อมาขายให้กับโรงงานอีกที และสำหรับการเสนอให้มีการประกันราคาข้าวโพดนั้น ปัจจุบันฝ่ายเอกชนจะเป็นผู้รับประกันราคาข้าวโพดแทนรัฐบาลเพื่อดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ

แต่ทั้งนี้ จากปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบเพื่อการผลิตอาหารสัตว์ ทางสมาคมจึงต้องการให้รัฐบาลปล่อยอนุญาตให้มีการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อมาผลิตอาหารสัตว์ โดยจะให้เอกชนเป็นผู้ดูแลและเป็นผู้ประกันราคาข้าวโพดให้แก่ชาวเกษตรกร

นายพรศิลป์ระบุว่า ปัจจุบันการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ก็สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของภาคปศุสัตว์ไทยเช่นเดียวกัน โดยแม้ว่าภาพรวมจะพบว่ามีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยมาตรการภาครัฐทั้งการกำหนดโควต้าและภาษีนำเข้า การจำกัดเวลานำเข้า รวมถึงมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 ต่อ 1 ส่วน ทำให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์อยู่ในภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก ส่งผลให้การเติบโตของภาคธุรกิจอาหารสัตว์และปศุสัตว์อยู่ที่ปีละ 1.21%

แต่อย่างไรก็ตาม นายพรศิลป์เผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศไทยได้ประสบกับปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) อย่างหนัก โดยเป็นผลมาจากมาตรการของรัฐที่ต้องการดูแลในเรื่องราคาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ลดการนำเข้า ทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการ

โดยปัจจุบันยอดการผลิตข้าวโพดในประเทศอยู่ที่ 5 ล้านตัน และรัฐบาลจำกัดการนำเข้าอยู่ที่ 3 ล้านตัน ทำให้มีข้าวโพดในประเทศเพียง 8 ล้านตัน เพื่อมาผลิตเป็นอาหารสัตว์สำเร็จรูปเพื่อเลี้ยงสัตว์กว่า 20 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร และส่งผลต่อภาคปศุสัตว์หยุดการเติบโต และกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรอย่างอื่น เช่น เนื้อไก่ อีกด้วย

นายพรศิลป์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการคือ การปรับแก้นโยบายของรัฐบาลในเรื่องการปล่อยให้มีการนำเข้าวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาผลิตอาหารสัตว์ เนื่องจากในอดีตมาตรการควบคุมการนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศ อาทิ โควต้านำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบข้อตกลงตามองค์การการค้าโลก ซึ่งได้กำหนดจำนวนโควต้าไว้ที่ 54,700 ตัน มีอัตราภาษีโควต้า 20% และหากนำเข้านอกโควต้าจะมีอัตราภาษีอยู่ที่ 73%

แต่ด้วยบริบทที่เปลี่ยนไป จากที่ข้าวโพดล้นตลาดกลายเป็นขาดแคลนในตลาดจึงได้ส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถนำเข้าวัตถุดิบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากกลุ่มที่มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำที่สุดในโลกอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา บราซิล และอาร์เจนตินา ได้

ขณะเดียวกัน นายพรศิลป์เผยว่า ซ้ำร้ายที่ผ่านมารัฐบาลยังกำหนดช่วงระยะเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน ให้นำเข้าได้ในช่วงที่ไม่มีผลผลิตจากประเทศไทยออกสู่ตลาด โดยให้นำเข้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม รวมถึงมีการกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าข้าวสาลี 3 ต่อ 1 ส่วน โดยซื้อข้าวโพดภายในประเทศสามส่วนก่อนจะนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศ 1 ส่วนเพิ่มเติมในปี 2560 ซึ่งถือเป็นมาตรการชั่วคราวที่ขัดต่อองค์การการค้าโลก และยังคงมีผลบังคับใช้มาจนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม นายพรศิลป์เผยว่า ที่ผ่านมาสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ฯ ได้ไปเข้าพบหน่วยงานรัฐบาล อาทิ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาโดยตลอดเพื่อหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่สมาคมก็ได้รับการเสนอทางออกให้หันไปใช้วัตถุดิบอื่นภายในประเทศทดแทน ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์จากข้าว ซึ่งวัตถุดิบเหล่านี้มีการใช้ในการผลิตอาหารสัตว์อยู่แล้วจำนวนหนึ่ง

แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง อาทิ เรื่องความสะอาดและค่าการย่อยได้ หรือกลิ่น หรือสารพิษ เป็นต้น จึงไม่สามารถทดแทนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ทั้งหมด อีกทั้งโครงสร้างตลาดหลักของข้าวและมันสำปะหลัง คือ ตลาดส่งออก จึงทำให้มีราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับวัตถุดิบที่นำเข้าจากแหล่งอื่นและทางด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีบทบาทในการเพิ่มผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศก็พบข้อจำกัดในหลายด้าน เช่น การขาดแหล่งน้ำ และพื้นที่ปลูกจะต้องเหมาะสมและไม่บุกรุกป่า

ทั้งนี้ นายพรศิลป์กล่าวว่า สมาคมได้มีการส่งหนังสือถไปยัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ถึงเรื่องข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์และปศุสัตว์ไทย พร้อมแจงเรื่องการรอดำเนินการสิ่งที่หารือค้างคากับกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับจะให้มีการประกันรายได้เกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้สมาคมยังไม่ได้การตอบกลับจาก น.ส.แพทองธาร หรือหน่วยงานรัฐใดๆ เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวที่ได้ส่งไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.อาหารสัตว์ แจงโรงงาน ไม่ได้กดราคา รับซื้อข้าวโพด แนะรัฐอนุญาต เข้าวัตถุดิบจากสหรัฐ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...