โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

"แบตแห้ง" กับ "แบตน้ำ" ควรเลือกเเบบไหนดี?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 10.29 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
“แบตแห้ง” กับ “แบตน้ำ” ควรเลือกเเบบไหนดี?

"แบตแห้ง" กับ "แบตน้ำ" ควรเลือกเเบบไหนดี?

แบตเตอรี่รถยนต์ เราควรเลือกแบบไหนดี

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยให้รถยนต์สามารถสตาร์ทและทำงานได้อย่างราบรื่น โดยแบตเตอรี่รถยนต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ แบตเตอรี่แห้ง (Maintenance-Free Battery) และแบตเตอรี่น้ำ (Flooded Battery) แต่ละประเภทมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป การเลือกใช้แบตเตอรี่ชนิดใดจึงเหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

แบตเตอรี่แห้ง หรือแบตเตอรี่แบบไม่ต้องดูแลรักษา เป็นแบตเตอรี่ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เนื่องจากมีข้อดีหลายประการ เช่น ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยครั้ง มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า และมีขนาดที่เล็กและน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่น้ำ ทำให้ติดตั้งได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ แบตเตอรี่แห้งยังมีประสิทธิภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าสูง ทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ได้อย่างรวดเร็วและมีเสถียรภาพ

แบตเตอรี่น้ำ หรือแบตเตอรี่แบบต้องดูแลรักษา เป็นแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมที่ยังคงมีใช้อยู่ในรถยนต์บางรุ่น ข้อดีของแบตเตอรี่น้ำคือ มีราคาถูกกว่าแบตเตอรี่แห้ง และสามารถทนต่อสภาวะอากาศที่ร้อนได้ดีกว่า แต่ข้อเสียคือ ต้องมีการตรวจสอบและเติมน้ำกลั่นเป็นระยะๆ หากระดับน้ำกลั่นต่ำเกินไปจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ และมีโอกาสที่จะเกิดการรั่วซึมของกรดได้

ส่วนประกอบต่าง ๆ ภายในแบตเตอรี่
- ขั้วแบตเตอรี่ (Terminal)เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแบตเตอรี่กับระบบไฟฟ้าของรถยนต์
- แผ่นธาตุ (Plate) เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยแผ่นธาตุบวกทำจากตะกั่วไดออกไซด์ (PbO2) ส่วนแผ่นธาตุลบทำจากตะกั่ว (Pb)
- แผ่นกั้น (Separator) เป็นวัสดุพลาสติกหรือยางที่ทำหน้าที่แยกแผ่นธาตุบวกจากแผ่นธาตุลบเพื่อป้องกันการลัดวงจร
- กรดแบตเตอรี่ (Battery Acid) เป็นสารละลายกรดซัลฟูริก (H2SO4) และน้ำ (H2O) ที่มีค่าความเป็นกรด (pH) ประมาณ 1.2
- เปลือกแบตเตอรี่ (Container) เป็นกล่องพลาสติกหรือยางที่ทำหน้าที่บรรจุส่วนประกอบต่างๆ ของแบตเตอรี่
โดยแบตเตอรี่จะทำงานด้วยปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างแผ่นธาตุตะกั่วกับกรดซัลฟิวริกที่อยู่ภายใน ปฏิกิริยานี้จะทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า ซึ่งตัวแบตเตอรี่จะเก็บพลังงานไว้และปล่อยออกมาเมื่อถูกใช้งาน แบตเตอรี่ถือเป็นแหล่งพลังงานหลักของรถเมื่อเครื่องยนต์หยุดทำงานหรือดับเครื่อง แต่ทันทีที่รถสตาร์ทเครื่องแล้ว ไดชาร์จจะกลายเป็นแหล่งจ่ายพลังงานหลักของรถยนต์ ส่วนแบตเตอรี่จะเปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานสำรอง เพื่อให้กระแสไฟฟ้าที่เลี้ยงอุปกรณ์ต่าง ๆ มีความเสถียร คงที่ และปลอดภัยมากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...