โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตะลึง! ‘หมวกกันน็อค’ รถจักรยานยนต์รับจ้าง แหล่งแพร่เชื้อ ‘ไวรัสมาร์บวร์ก’ ในรวันดา

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 ต.ค. 2567 เวลา 04.02 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2567 เวลา 04.02 น. • The Bangkok Insight

ตะลึง! "หมวกกันน็อค" จากรถจักรยานยนต์รับจ้าง แหล่งแพร่เชื้อ "ไวรัสมาร์บวร์ก" ในรวันดา รัฐบาลไม่ระงับใช้ แต่ส่งเสริมให้ใช้อย่างปลอดภัย

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า รัฐบาลรวันดาเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสมาร์บวร์ก เนื่องจากหมวกกันน็อคของผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อ แต่ยังคงให้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่อไป

รัฐมนตรีสาธารณสุขรวันดา ดร. ซาบิน นซานซิมานา ออกมาเรียกร้องให้เพิ่มความระมัดระวังสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หลังพบการระบาดของโรคมาร์บวร์ก แต่ยืนยันไม่ระงับการให้บริการขนส่งยอดฮิตนี้

หมวกกันน็อค

“โมโต” วิธีเดินทางยอดฮิต มีกว่า 7.5 หมื่นคัน

ในรวันดา โดยเฉพาะในเมืองหลวงคิกาลี รถจักรยานยนต์รับจ้างที่เรียกว่า "โมโต" หรือ "อิปิกิปิกิ" ("motos" or "ipikipiki") เป็นวิธีเดินทางยอดนิยม ด้วยจำนวนกว่า 75,000 คันทั่วเมือง รถจักรยานยนต์ได้รับความนิยมเพราะราคาไม่แพง เดินทางได้รวดเร็วในช่วงรถติด และหาใช้บริการได้ง่าย รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญจึงออกมาตรการเพื่อความปลอดภัย เช่น บังคับใส่หมวกกันน็อค ใช้มิเตอร์คิดเงินอัตโนมัติ และพยายามนำหมวกกันน็อคมาตรฐาน UN มาใช้

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาแอพ SafeMotos เพื่อช่วยผู้โดยสารเลือกคนขับที่ปลอดภัย และเริ่มมีการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดมลพิษ แม้จะยังมีความท้าทายอยู่บ้าง แต่รถจักรยานยนต์รับจ้างก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางในรวันดา สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างน่าสนใจ

หมวกกันน็อค แหล่งแพร่เชื้อ

ในการแถลงข่าวล่าสุด ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่า การใช้หมวกกันน็อคร่วมกันของผู้ซ้อนท้าย โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการที่อาจติดเชื้อมาร์บวร์ก เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน และท้องเสีย อาจเพิ่มความเสี่ยงแพร่เชื้อ

ท่านย้ำว่าไวรัสมาร์บวร์กมีระยะฟักตัว 2-21 วัน โดยเฉลี่ย 5-9 วัน ซึ่งผู้ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการในช่วงนี้ จึงขอให้ผู้มีอาการหรือสงสัยว่าอาจติดเชื้องดใช้มอเตอร์ไซค์และรีบติดต่อกระทรวงเพื่อขอความช่วยเหลือด่วน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค

ดร. นซานซิมานาตอบคำถามที่ว่า "เสี่ยงติดเชื้อไหมถ้าใช้หมวกกันน็อคที่คนอื่นใส่มาก่อน ขอย้ำว่าถ้าใครมีอาการ โดยเฉพาะไข้สูง ปวดหัวรุนแรง หรือปวดเมื่อยตามตัว อย่าขึ้นมอเตอร์ไซค์หรือใส่หมวกร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เชื้อแพร่กระจายได้"

แทนที่จะทำแบบนั้น ให้โทรสายด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จะได้ป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

หมวกกันน็อค

แนะวิธีทำความสะอาดหมวกกันน็อค

รัฐมนตรียังเน้นย้ำเรื่องการรักษาความสะอาดในวงการนี้ โดยแนะนำให้ทำความสะอาดหมวกกันน็อคก่อนใช้เป็นมาตรการป้องกันเบื้องต้น เพื่อความไม่ประมาท ใครที่ต้องใช้หมวกร่วมกับคนอื่นควรทำความสะอาดก่อนใส่

วิธีการฆ่าเชื้อไวรัสมาร์บวร์ก : เตรียมสารละลายคลอรีนเข้มข้น 0.5% ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดไวรัสมาร์บวร์ก จากนั้นใช้ผ้าชุบสารละลายเช็ดบนพื้นผิวแข็งทั้งหมดของหมวกกันน็อค โดยให้พื้นผิวเปียกทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที และหลีกเลี่ยงการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโดยตรง

ดร. นซานซิมานาย้ำว่าการรักษาสุขอนามัยเคยช่วยควบคุมการระบาดครั้งก่อนๆ อย่างโควิด-19 ได้ผล

ตอนโควิด-19 เราเน้นเรื่องสุขอนามัย ไม่ใช่แค่หมวกกันน็อค แต่รวมถึงพื้นที่สาธารณะ ทั้งที่นั่ง ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วม เราต้องระวังตัวต่อไป โดยเฉพาะในที่ที่อาจมีผู้ติดเชื้ออยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อจากการสัมผัสโดยตรง

ไม่ระงับใช้มอเตอร์ไซด์รับจ้าง แต่ส่งเสริมให้ใช้อย่างปลอดภัย

ท่านแย้งว่าการใช้มาตรการเข้มงวด เช่น การระงับการใช้บริการขนส่งยอดนิยมนี้ "ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด” การห้ามใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ใช่ทางออก เราควรส่งเสริมให้ใช้อย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะมากกว่า

รัฐบาลรวันดามุ่งมั่นสู้กับทุกการระบาด โดยใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการที่เข้มงวดเกินไป เป้าหมายคือจัดการสถานการณ์ไปพร้อมๆ กับการใช้ชีวิตปกติ โดยไม่ต้องออกมาตรการที่สร้างความลำบาก

ขณะเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า รวันดาเริ่มทดลองฉีดวัคซีนมาร์บวร์กแล้ว โดยระยะแรกมุ่งเป้าไปที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยโดยตรง รวมถึงผู้ที่ติดเชื้อ

กระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่าประเทศได้รับวัคซีน 700 โดสเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2567 และผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว ทำให้สามารถเริ่มฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยงสูงได้

“วัคซีนมาถึงรวันดาเมื่อคืน ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโปรแกรมสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ซึ่งประเมินและเตรียมพร้อมแล้ว วันนี้เราจึงเริ่มฉีดให้กับผู้ที่เสี่ยงสูงสุดต่อการระบาดครั้งนี้ได้" ดร. นซานซิมานากล่าว

ล่าสุด รวันดายืนยันผู้ป่วยโรคมาร์บวร์ก 46 ราย เสียชีวิต 12 ราย หายป่วย 5 ราย และตรวจคัดกรองไปแล้วกว่า 1,700 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...