ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือดได้จริงหรือ?
The Bangkok Insight
อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 01.32 น. • เผยแพร่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 17.05 น. • The Bangkok Insightถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือดได้จริงหรือไม่ ลดได้อย่างไร อ่านที่นี่!
ลดไขมันในเลือด ด้วยวัตถุดิบสำคัญของอาหารญี่ปุ่น สำหรับผู้ที่นิยมชมชอบหลงใหลอาหารญี่ปุ่น ไม่ทราบเคยลิ้มลอง "ถั่วนัตโตะ" กันบ้างมั๊ย? ถ้าเคย ชอบมั๊ย? เพราะถือเป็นเมนูถั่วที่มีกลิ่นเฉพาะตัวอย่างร้ายกาจ ที่ผู้เขียนบอกว่า "กลิ่นเฉพาะตัว อย่างร้ายกาจ" เพราะถั่วชนิดนี้ มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ ชาวญี่ปุ่นเจนเอ๊กซ์ เจนวาย แม้เจนอัลฟ่า เบต้า ยังไม่อาจรับได้ (จริง ๆ นะ) แต่ก่อนที่ผู้เขียน จะลงลึกไปในรายละเอียดว่ามันไปลดไขมันในเลือดอย่างที่จั่วหัวข้อได้อย่างไร? เรามาดูกันว่าปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นติดอันดับท็อปสุดของโลกใบนี้กันค่ะ
องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ.2561 กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของคนทั่วโลก โดยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ประมาณ 18.8 ล้านคน คิดเป็น 31% ของอัตราการตายทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย จากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข พบอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจสูงขึ้นทุกปี โดยปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ได้แก่ การมีภาวะความดันโลหิตสูง การมีภาวะไขมันในเลือดสูง (ผิดปกติ) ภาวะอ้วนลงพุง และแน่นอนปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อยในคนไทยที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจคือ ภาวะไขมันในเลือดสูง ร้อยละ 83.2 ภาวะความดันโลหิตสูง ร้อยละ 59.7 และภาวะน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน) ร้อยละ 50.7 เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
ถั่วนัตโตะ ลดไขมันในเลือดได้อย่างไร?
คอเลสเตอรอล ตัวชี้วัดสุขภาพ
คอเลสเตอรอล คือไขมันประเภทหนึ่งที่พบได้ในส่วนของผนังเซลล์ในร่างกายเรา รวมทั้งเป็นองค์ประกอบของน้ำดีอีกด้วย และแน่นอน ร่างกายของเราจะได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป และจากตับของเราที่สามารถสังเคราะห์คอเลสเตอรอลขึ้นเองได้เช่นกัน ดังนั้น คอเลสเตอรอลที่เรารับประทานเข้าไปมากเกินไป จึงกลายเป็นส่วนเกินในร่างกาย (เห็นมั๊ย ภัยมาอย่างเงียบ ๆ)
มาดูกัน…ไขมันในเลือดสูง เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?
- พันธุกรรม บุพการี หรือคนในครอบครัวมีประวัติไขมันในเลือดสูง
- ชอบทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่นอาหารทอด หรือ เนื้อสัตว์ติดมัน
- ไม่ชอบออกกำลังกาย
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ดื่มเป็นประจำ
ถ้าอ่านตามข้อด้านบน จะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงหลัก ๆ ที่สำคัญได้แก่ อายุที่มากขึ้น ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และแน่นอน ไม่ค่อยออกกำลังกาย ทำให้มีการตีบตันในเส้นเลือด ซึ่งถ้าเรามองลึกเข้าไปอีกสักนิด เราจะเห็นว่า สาเหตุหลัก ๆ ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหารที่ส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ฯลฯ
แล้ว "นัตโตะ" ไปเกี่ยวอะไร?
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกันก่อน ว่า นัตโตะ คืออะไร นัตโตะ เป็นอาหารพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น ทำจากถั่วเหลือง หมักด้วยเชื้อแบคทีเรีย Bacillus Subtilis มีลักษณะยืด ๆ เหนียว ๆ และมีกลิ่นเฉพาะตัว (ที่แรงฉุนมาก) กลิ่นที่แรงนี้ เกิดจากการย่อยสลายตัวของโปรตีนโดยผ่านกระบวนการหมักนั่นเอง ! การหมักแบบนี้ แตกต่างจากการหมักซีอิ้ว เพราะใช้จุลินทรีย์คนละชนิด ถั่วนัตโตะ มีประวัติความเป็นมาระดับมหากาพย์กันเลยทีเดียว ในสมัยก่อน จะผลิตทำกันในครัวเรือน พูดง่าย ๆ คือ ทำทานกันเอง อร่อยกันเองในบ้าน แต่ปัจจุบัน ด้วยเพราะมีงานวิจัยหนุนประโยชน์ของถั่วนัตโตะเป็นปึก ๆ จำนวนมาก (เสิร์ชอ่านได้ในกูเกิลแสนง่าย) ทำให้มีการค้นคว้า วิจัย และพัฒนากันมากขึ้น จนทำให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมกันเลยทีเดียว
ญี่ปุ่นก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ เร็วกว่า ประเทศไทยถึง 10 ปี
แน่นอน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เคยมีคำถามไหมว่า…อัตราประชากรในญี่ปุ่น สะท้อนอะไร ? ผู้อ่าน เคยมีคำถามนี้แว๊บเกิดขึ้น อธิบายง่าย ๆ คือเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา โครงสร้างประชากรญี่ปุ่นที่มีผู้สูงอายุ วัยตั้งแต่ 65 ปี ขึ้นไปหรือมากกว่าอยู่ในอัตรา 30.6% ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก ในขณะที่ประชากรที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ค่อย ๆ ลดต่ำลงสวนกันอย่างชัดเจน ปัจจัยที่ทำให้ประชากรชาวญี่ปุ่นอายุยืนยาว นอกจากสภาพแวดล้อมที่ล้วนแล้วแต่อนุรักษ์นิยม รักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว อาหารการกินของชาวญี่ปุ่น ย่อมส่งสะท้อนและส่งผลต่อสุขภาพด้วยเช่นกัน และไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วนัตโตะเป็นอาหารเช้ากับข้าวสวย / ข้าวต้ม ถั่วนัตโตะ ถือเป็นแหล่งโภชนาการชั้นเลิศของญี่ปุ่นมาแต่ช้านาน และมีคุณค่าทางโปรตีนสูงมาก ทำให้สามารถใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ แต่ด้วยกลิ่นธรรมชาติของตัวนัตโตะ นั้นมีกลิ่นแรงมาก แม้กระทั่งชาวญี่ปุ่นเอง โดยประมาณ ร้อยละ 50-50 ที่จะหาคนชอบทานถั่วนัตโตะได้
ทำถั่วนัตโตะทานเองได้ไหม?
ขั้นตอนการทำถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก เพียงนำถั่วเหลืองไปแช่น้ำค้างคืน แล้วนำเปลือกออก จากนั้นนำมานึ่ง แล้วใส่เชื้อ Bacillus Sp. หมักที่อุณหภูมิ ประมาณ 40 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 20 ชั่วโมง จากนั้น ก็ไปทำให้เย็นจนถึงอุณหภูมิปกติ การที่เราใส่เชื้อที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ก็เพื่อช่วยลดการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ชนิดอื่น ๆ และขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปใส่ภาชนะ เช่น ฟางข้าวห่อ แล้วนำไปบ่ม
ประโยชน์ของถั่วนัตโตะ
ถึงแม้เจ้าตัวถั่วนัตโตะ จะมีกลิ่นแรงมาก แต่ประโยชน์ของมัน ก็มีมากมายจนน่าทึ่ง! นัตโตะ เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ผลพลอยได้จากกระบวนการหมักคือ Nattokinase เป็นเอนไซม์ที่ช่วยลดไขมันในเลือด ช่วยสลายลิ่มเลือด ลดภาวะหลอดเลือดอุดตัน ลดความเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดในสมองแตก ได้ดี อีกทั้งยังมี โปรไบโอติกส์ (Probiotics) วิตามิน เค 2, วิตามินบี 12 (Vitamin B12) และสารต้านอนุมูลอิสระ
ถั่วนัตโตะ ลดความเสี่ยงกระดูกพรุน
ในสารสกัดถั่วนัตโตะ Nattokinase ยังมีวิตามิน K2 (Vitamin K2) ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงของการแตกหักอันเนื่องมาจากภาวะกระดูกพรุน และยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นให้กับกระดูกสำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง ถั่วนัตโตะสด ๆ กับถั่วนัตโตะสกัด (เทคโนโลยีทางชีวภาพ)
ถือเป็นคำถามที่พบบ่อย อธิบายเข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่า ถั่วนัตโตะ สด สด ทำจากถั่วเหลืองหมัก ให้โปรตีนสูง วิตามิน แร่ธาตุและนัตโตะไคเนส ก็จริงอยู่ แต่ก็มีข้อจำกัด ด้วยต้องเก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิที่เย็น (ในตู้เย็น) และที่สำคัญ ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน และไม่สามารถควบคุมในเรื่องคุณภาพวัตถุดิบ ส่วนผลิตภัณฑ์นัตโตะทางชีวภาพ หรือ เรียกง่าย ๆ คือ พวกอาหารเสริม นัตโตะสกัดเข้มข้น (โดยผ่านกระบวนการทางชีวภาพ Biotechnology) อันนี้สิ ผู้เขียนก็สนใจ เนื่องจากกระบวนการผลิตได้รับการออกแบบให้มีองค์ประกอบที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และรักษาคุณภาพให้คงที่ได้สูงสุดและอายุยาวกว่า แถมไร้กลิ่นด้วย ฉะนั้น ในกรณี ที่ผู้อ่านท่านใด ติดปัญหาในการทานถั่วนัตโตะสด สด เพราะมีกลิ่นนัตโตะเฉพาะตัว (กลิ่นแรงมาก มาก) แล้วหล่ะก็ นัตโตะสกัดด้วยเทคโนโลยีทางชีวภาพ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด!
ต้องทานถั่วนัตโตะ กี่ชาม ถึงจะลดคอเลสเตอรอลได้?
เราทราบประโยชน์ของถั่วนัตโตะว่ามีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยลดไขมันในเลือดได้ด้วยสิ อยากลองเลย ! คำถามก็คือว่า ต้องทานถั่วนัตโตะ กี่ชาม ถึงจะลดคอเลสเตอรอล หรือ ไขมันในเลือด ได้เห็นผลชัดเจน จะ 1 ชาม 2 ชาม หรือ 3 ชาม ดีล่ะ?
ปัจจุบันนี้ สะดวกมากมากค่ะ มีอาหารเสริมที่สกัดมาจากถั่วนัตโตะเข้มข้นมาก (ควรเลือกอาหารเสริมที่มีจำนวนเปอร์เซ็นต์ของสารสกัด Nattokinese สูงสุด)
แน่นอน คุณผู้อ่านย่อมเคยมีประสบการณ์ที่เลือกอาหารเสริมที่ทานแล้วไขมันในเลือด "ไม่ลด" ลองผิดมาหลายครั้ง ยังไม่เคยลองถูกสักครั้ง (จริงมั๊ย) ถั่วนัตโตะ ถือเป็นถั่วสายพันธุ์จากประเทศญี่ปุ่น และเป็นสมุนไพรธรรมชาติ มีคุณสมบัติทางชีวภาพคล้ายพลาสมิน (Plasmin-like) เพิ่มการทำงานของโปรยูโรไคเนส ซึ่งเป็นโปรตีนมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันในเลือด (คอเลสเตอรอล), ลดไตรกลีเซอไรด์ และมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเหตุผลนี้ เพียงพอที่ตอบโจทย์ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงอายุยืนยาวและแข็งแรง
Tiktok : vt.tiktok.com/ZS2kJHydV/
i-Kinn : i-kinn.com/nattokinase_reduce_cholesterol/
อ่านข่าวเพิ่มเติม
ติดตามเราได้ที่