“คาราโอเกะ” ความบันเทิงจากญี่ปุ่น เข้ามาเมืองไทยเมื่อใด, วันนี้เป็นอย่างไร?
*คาราโอเกะ ความบันเทิงที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่น เป็นศัพท์มาจากคำในภาษาญี่ปุ่น 2 คำ คือ คารา (kara) แปลว่า ไม่มี และโอเกะ (oke) ซึ่งเป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษว่า Orchestra ที่แปลว่า ดนตรี เมื่อรวม “คารา” กับ “โอเกะ” เข้าด้วยกันจึงหมายถึง “เสียงเพลงที่ไม่มีวงดนตรี”*
จุดกำเนิดคาราโอเกะ ความบันเทิงจากญี่ปุ่น
ชิเงอิจิ เนงิชิ นักธุรกิจจากบริษัทประกอบเครื่องเสียงรถยนต์ เป็นผู้จุดประกายกระแสเรื่องนี้ในญี่ปุ่น เขาประดิษฐ์ “เครื่องต้นแบบ” เครื่องแรกของโลกที่ชื่อ “Sparko Box” เมื่อ ค.ศ. 1967 และสามารถจำหน่าย Sparko Box ได้กว่า 8,000 เครื่อง มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบาร์และร้านอาหารทั่วญี่ปุ่น เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1970 มีบริษัทคู่แข่งหลายรายพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำออกสู่ตลาด เนงิชิจึงหยุดจำหน่าย Sparko Box
ช่วงเวลาเดียวกันนั้นคือราวปี 1970 ไดสุเกะ อิโนะอุเอะ นักดนตรีในบาร์แห่งหนึ่งย่านโกเบ ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องคาราโอเกะแบบง่ายๆ ของตนเอง เพียงหยอดเหรียญ 100 เยน เครื่องก็จะทำงานและมีเสียงเพลงให้ได้ร้องเพลง โดยไม่ต้องอาศัยวงดนตรี เขาตั้งชื่อมันว่า “8-Juke” ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีจากบาร์ในโกเบและทั่วเมืองโอซากา
ส่วนหนึ่งหนึ่งของความสำเร็จนี้ เป็นเพราะคติความเชื่อของคนญี่ปุ่นที่ว่า การร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่ช่วยลดความครียดจากการทำงาน
ไม่นานเทคโนโลยีความบันเทิงใหม่นี้ก็เผยแพร่ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ในช่วงแรกบรรดาครูดนตรีมองว่ามันเป็นกิจกรรมที่ไม่มีคุณค่าและเป็นอันตรายต่อวงการดนตรี แต่ไม่นานนักก็เป็นที่นิยมไปทั่ว เริ่มจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าง่ายๆ ที่ใช้ร้องเพลงธรรมดา จากนั้นก็เริ่มมีลูกเล่นมากขึ้น ไม่ว่าภาพมิวสิกวิดีโอและเนื้อร้องปรากฏในจอทีวี
ปี 1988 (พ.ศ. 2531) คาราโอเกะเข้ามาในสังคมไทย เริ่มจากกลุ่มนักธุรกิจชายและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น, ชาวฮ่องกง และชาวไต้หวัน สถานบริการคาราโอเกะในยุคแรกๆ ตั้งอยู่บริเวณถนนธนิยะ
เหตุผลก็เพราะว่าถนนธนิยะ (ถนนที่เชื่อมถนนสีลม-ถนนสุรวงศ์) ในเวลานั้นถือเป็นย่านธุรกิจและสำนักงานของชาวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ที่เวลาค่ำคืนจะเป็นแหล่งบันเทิงต่างๆ เช่น ผับ บาร์ คาราโอเกะ ฯลฯ
ถึงปี 1993 (พ.ศ. 2536) ก็เป็นที่นิยมทั่วประเทศไทย จากเดิมที่มีเฉพาะในสถานบันเทิงระดับสูง ก็เริ่มกระจายสู่ระดับกลางตามโรงแรม, ผับ, ภัตตาคาร และร้านอาหาร ที่จนถึงร้านอาหารริมถนนก็มีไว้ดึงดูดลูกค้า ที่มีทั้งแบบห้องส่วนตัว และแบบให้แต่ละโต๊ะวนผลัดกันร้อง
ปัจจุบัน คาราโอเกะก็เจอศึก 2 ด้าน เพราะต้องแข่งขันกันสื่อดิจิตอล อย่าง YouTube ที่มีเพลงคาราโอเกะให้เลือกร้องได้ทุกที่ตลอด 24 ชั่วโมงจากสมาร์ตโฟนเครื่องเดียว และผู้ประกอบธุรกิจด้วยกันเอง ที่บางบริษัทจากมิวสิกวิดีโอประกอบเนื้อเพลง ที่เป็นภาพวิวทิวทัศน์, นางแบบที่แต่งตัวสวยงามเดินไปมา ก็เปลี่ยนเป็นภาพ 18+ หรือบางแห่งใช้เป็นกิจการบังหน้าของธุรกิจผิดกฎหมายอื่นก็มี พลอยกระทบบริษัทอื่นๆ ที่ทำธุรกิจให้ความสุขผ่านการร้องเพลงแบบถูกกฎหมายไปด้วย
อ่านเพิ่มเติม :
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
จินตนา งามสิริพร. “วิเคราะห์การนำเสนอและการสื่อความหมายภาพผู้หญิงในสื่อคาราโอเกะ”, รายงานโครงการเฉพาะบุคคลตามหลักสูตรวารสารศาสตรมหาบัณฑิต (สื่อสารมวลชน) คณะวารสารศาสตร์และการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2545.
https://edition.cnn.com/2024/03/18/style/japan-shigeichi-negishi-karaoke-inventor-death-intl-hnk/index.html
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 สิงหาคม 2567
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คาราโอเกะ” ความบันเทิงจากญี่ปุ่น เข้ามาเมืองไทยเมื่อใด, วันนี้เป็นอย่างไร?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com