โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กฎหมายใหม่ของตาลีบัน Vice and Virtue มาตรา 13 ห้ามผู้หญิงส่งเสียงในที่สาธารณะ เพราะเป็นแรงยั่วยุทางเพศ

Mirror Thailand

อัพเดต 30 ส.ค. 2567 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 09.58 น.
ภาพไฮไลต์

เป็นอีกครั้งที่ตาลีบันแสดงจุดยืนในการกดขี่เพศหญิงภายใต้ข้ออ้างเรื่องการปกป้องศีลธรรมอันดีของประเทศ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลตาลีบันเพิ่งออกกฎหมายใหม่ว่าด้วย ศีลธรรมและความชั่วร้าย (Vice and Virtue) จำนวน 114 หน้า 35 มาตรา โดยมีมาตราที่ 13 ที่เกี่ยวข้องกับผู้หญิงโดยเฉพาะ

กฎหมายมาตรา 13 นี้ ห้ามไม่ให้ผู้หญิงส่งเสียงในที่สาธารณะ เนื่องจากเสียงของผู้หญิงนั้นเป็นต้นทางของแรงยั่วยุทางเพศซึ่งถือเป็นสิ่งชั่วร้าย และผู้หญิงก็ต้องปกคลุมใบหน้าและร่างกายทั้งหมดตลอดเวลาเพื่อไม่ให้มีคนเห็นแล้วเกิดความใคร่ เสื้อผ้าก็ห้ามเป็นผ้าเนื้อบาง ทั้งยังห้ามสั้นและรัดรูป ผู้หญิงและผู้ชายห้ามมองไปยังใบหน้าหรือร่างกายของอีกฝ่ายโดยตรง โดยผู้หญิงสามารถเปิดเผยใบหน้าต่อหน้าผู้ชายที่เป็นสามีหรือญาติสนิทเท่านั้น ไม่เพียงเท่านั้นยังระบุให้ผู้หญิงอัฟกันหลีกเลี่ยงการเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่ได้เป็นมุสลิมหรือผู้หญิงที่รัฐมองว่า ‘ไร้ศีลธรรม’ เพื่อไม่ให้ตนเองเสื่อมเสียไปด้วย

ขณะที่กฎหมายมาตรา 19 ว่าด้วยพื้นที่สาธารณะ สั่งห้ามการเปิดเพลงในที่สาธารณะ และห้ามแท็กซี่และรถสาธารณะรับผู้หญิงที่ไม่ปกปิดใบหน้าหรือร่างกายตัวเอง ห้ามรับผู้หญิงผู้ชายที่ไม่เกี่ยวข้องกันปะปนกัน ห้ามรับผู้หญิงที่เดินทางคนเดียวโดยไม่มีผู้พิทักษ์ชายเดินทางมาด้วย ทั้งยังระบุให้คนขับและผู้โดยสารละหมาดตามเวลาที่กำหนด ฯลฯ

ส่วนกฎหมายมาตรา 22 สั่งห้ามการใช้เทปบันทึกเสียง เปิดวิทยุ หรืออุปกรณ์ใดๆ ในที่สาธารณะโดยเฉพาะเมื่อมีเสียงเพลงหรือเสียงของผู้หญิงอยู่ในนั้น ขณะที่ผู้ชายก็ห้ามโกนหนวดหรือตัดผมแบบที่นอกเหนือไปจาก Islamic Hairstyle ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีกฎหมายมาตรา 17 ที่ว่าด้วยการควบคุมสื่อซึ่งน่าตกใจเช่นกัน โดยห้ามมีการเผยแพร่ภาพหรือวิดิโอของ ‘สิ่งมีชีวิต’ (Living Beings) ที่อาจจะนำไปสู่การปิดตัวของสถานีโทรทัศน์และสำนักข่าวหลายแห่ง ทั้งยังส่งผลโดยตรงต่อการสื่อสารเนื้อหาต่างๆ ภายในประเทศด้วย

นี่เป็นเพียงบางส่วนของกฎหมายที่ตั้งใจจำกัดขอบเขตในการใช้ชีวิตของประชาชน โดยกฎหมายฉบับนี้มีต้นทางมาจากกระทรวงส่งเสริมศีลธรรมและป้องกันความชั่วร้าย ที่ถูกตั้งขึ้นหลังจากตาลีบันยึดอำนาจในอัฟกานิสถานได้สำเร็จเมื่อปี 2021 โดย Maulvi Abdul Ghafar Farooq โฆษกกระทรวงกล่าวว่ากฎหมายอิสลามจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ประเทศคงไว้ซึ่งศีลธรรมอันดีและกำจัดความชั่วร้ายออกไปจากอัฟกานิสถาน ซึ่งตัวกฎหมายฉบับใหม่นี้ก็ได้รับการอนุมัติโดย Hibatullah Akhundzada ผู้นำสูงสุดของตาลีบันเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าจะมีการบังคับใช้จริงในอีกไม่นานนี้ โดยประชาชนที่ทำผิดกฎหมายจะถูกตักเตือน จับกุม หรือลงโทษตาม ‘การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ’

แน่นอนว่ากฎหมายใหม่นี้ทำให้คนทั่วโลกไม่เห็นด้วย รวมถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ตาลีบันเองผิดคำมั่นสัญญาที่เคยบอกว่าจะไม่สั่งห้ามผู้หญิงเรียนหนังสือ และจำกัดสิทธิอีกหลายต่อหลายข้อของผู้หญิง ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าตาลีบันกำลังมองผู้หญิงเป็นเพียงร่ายกายที่มีไว้สำหรับตอบสนองอารมณ์ทางเพศของผู้เป็นสามี และจำเป็นต้องถูกเก็บไว้เป็นสมบัติของครอบครัวเท่านั้น

แต่แม้ทั้งโลกจะตกใจ หรือหลายๆ องค์กรจะออกมาติติงการตัดสินใจนี้ของตาลีบัน ในทางปฏิบัติกลับยังไม่มีการยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือหรือสนับสนุนผู้หญิงในประเทศอัฟกานิสถานอย่างจริงจัง ดังนั้นโลกอาจยังต้องการการเคลื่อนไหวเพื่อยกระดับสิทธิสตรีที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ (ที่ไม่ใช่สงครามอย่างที่สหรัฐฯ เคยทำ) อย่างที่ Alison Davidian ผู้ดำรงตำแหน่ง Head of UN Women’s Country Officer แห่งอัฟกานิสถานกล่าวว่า “เราไม่สามารถทิ้งให้ผู้หญิงอัฟกันต่อสู้เพียงลำพัง เพราะถ้าไม่อย่างนั้น เราก็คงไม่เหลือจุดยืนในการเรียกร้องสิทธิสตรีที่ไหนบนโลกอีกแล้ว”

อ้างอิง

https://amu.tv/118783/

https://apnews.com/article/afghanistan-taliban-vice-virtue-laws-women-9626c24d8d5450d52d36356ebff20c83

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...