โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิกฤตห้าง Macy’s แห่ปิดตัว นำไปสู่ก้าวใหม่ ที่ตอบโจทย์ทุกอย่างของชุมชน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ส.ค. 2567 เวลา 15.13 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2567 เวลา 08.13 น.

โอกาสหลังวิกฤต ห้างสรรพสินค้า Macy's ของสหรัฐ แห่ปิดตัวลง แต่ได้กลายไปสู่การพัฒนาพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของชุมชน ตามทิศทางพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

วันที่ 12 สิงหาคม 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า เมซีส์ (Macy's) เครือห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งตัดสินใจปิดสาขามากถึงเกือบ 1 ใน 3 คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบริษัท ชุมชน และผู้บริโภคทั่วสหรัฐ โดยการปิดตัวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐที่กำลังถูกกดดันให้ปรับตัวตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคเช่น การหันไปซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรซึ่งทำให้เมืองหรือภูมิภาคเล็ก ๆ บางแห่งประสบปัญหาในการรักษาการดำเนินการศูนย์การค้า

ในช่วงปลายเดือนก.พ. Macy's ได้ประกาศแผนที่ปิดร้านค้าประมาณ 150 แห่ง ภายในต้นปี 2530 แม้ว่าบริษัทไม่ได้ระบุว่าสาขาใดบ้างที่จะถูกปิดตัวลง แต่นายโทนี สปริง ซีอีโอของ Macy's ระบุว่าการปิดตัวลงเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อร้านค้าทั้งหมด 25% แต่ผลกระทบจะต่ำกว่า 10% ของยอดขาย

Macy's จะมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในร้านค้า 350 สาขา ที่ยังคงเปิดให้บริการต่อไป และวางแผนเปิดสาขาใหม่สำหรับแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า เช่น Bloomingdale's และ Bluemercury โดยนายคริส วิมเมอร์ ผู้อำนวยการอาวุโสของ Fitch Ratings เชื่อว่าการปิดร้าน Macy's อาจส่งผลดีต่อห้างสรรพสินค้าและลูกค้าจำนวนมาก เขาเสนอว่าการปิดสาขาจะช่วยจะเร่งการลดจำนวนห้างสรรพสินค้าคุณภาพต่ำ และนับเป็นโอกาสที่ห้างสรรพสินค้าคุณภาพดีจะได้ฟื้นฟูตนเองด้วย

นายวิมเมอร์ กล่าวว่า Macy's เป็นเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติของบริษัทตั้งแต่สมัยที่ร้านค้าต่าง ๆ คือแห่งดึงดูดหลักในห้างสรรพสินค้า การดึงดูดลูกค้าและการสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับผู้ค้าปลีกรายอื่น ๆ เมื่อบริษัทปิดสาขาลง บริษัทอื่น ๆ ที่ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าที่มีทำเลดีกว่าและมีเสถียรภาพทางการเงินที่ดี ต่างก็กระตือรือร้นที่แย่งชิงพื้นที่ร้านของMacy's ที่ปิดตัวล
ไป เพื่อนำไปพัฒนาใหม่

นอกจากนี้แล้ว การปิดสาขาต่าง ๆ ของ Macy's อาจช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาใหม่ ๆ ให้สอดคล้องกับข้อมูลประชากรและเศรษฐกิจในท้องถิ่น เช่น สถานพยาบาล ชุมชนผู้เกษียณอายุ หรือร้านขายของชำ อย่างไรก็ตาม นายวิมเมอร์ตั้งข้อสังเกตว่าห้างสรรพสินค้าMacy's บางแห่งอาจปรับเปลี่ยนการดำเนินการได้ยาก หากตั้งอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสม

ปัญหาที่นำไปสู่การทยอยปิดสาขา

Macy's กำลังลดจำนวนสาขาลง เนื่องจากทั้งห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่าง ๆ ต่างต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ขณะที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่แห่งอื่น ๆ เช่น Sears, Lord & Taylor และ JCPenney ก็ลดสาขาหรือปิดตัวไปเช่นกัน โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาMacy's ได้ปิดร้านค้าไปแล้วมากกว่า 1 ใน 3 จนเหลือสาขาทั้งหมดรวม 503 แห่ง

  • ปี 2567 - Macy's มีสาขา 773 แห่ง
    • ปี 2558 - 737 แห่ง
    • ปี 2559 - 673 แห่ง
    • ปี 2560 - 660 แห่ง
    • ปี 2561 - 649 แห่ง
    • ปี 2562 - 613 แห่ง
    • ปี 2563 - 572 แห่ง
    • ปี 2564 - 570 แห่ง
    • ปี 2565 - 566 แห่ง
    • ปี 2566 - 502 แห่ง
    • 2567 - ในไตรมาส 1 เหลือ 503 แห่ง

ห้างสรรพสินค้าโดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าระดับ A และ B ซึ่งมีอัตราการใช้พื้นที่สูงและมีจำนวนยอดขายต่ำ และห้างสรรพสินค้าระดับ C และ D ซึ่งมีอัตราการใช้พื้นที่ต่ำและมีความจำนวนยอดขายสูง โดยในปี 2559 มีห้างสรรพสินค้าระดับ A และ B จำนวน 352 แห่ง แต่ลดลงเหลือ 316 แห่งในปี 565 ส่วนห้างสรรพสินค้าระดับ C และ D ลดลงอย่างมาก จาก 684 แห่งในปี 559 เหลือ 287 แห่งในปี 565

นายอนันท์ กุมาร จาก Coresight Research ระบุว่า สหรัฐมีห้างสรรพสินค้ามากเกินไป บรรดาห้างสรรพสินค้าขนาดเล็กที่มีการดำเนินงานไม่ค่อยดีนักกำลังประสบปัญหา ขณะที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำยังคงสามารถดึงดูดทั้งผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค แนวโน้มนี้คาดว่าจะดำเนินต่อไป และในขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่ซื้อของทางออนไลน์ และบรรดาผู้ค้าปลีก เช่น Dollar General, Five Below และ TJ Maxx ก็กำลังขยายสาขาในศูนย์การค้าชานเมืองแทนที่จะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในตัวเมือง

ปัญหาของMacy's คือการปรับแนวทางการใช้พื้นที่ เนื่องจากห้างสรรพสินค้าของMacy's มักมีพื้นที่ขนาดใหญ่ระหว่าง 200,000 ถึง 225,000 ตารางฟุต และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Nordstrom และ Belk ก็ไม่ได้ต้องการพื้นที่จำนวนมากเหมือนกับในอดีตอีกต่อไป

นายกุมารกล่าวว่า ห้างสรรพสินค้าชั้นนำจะครองส่วนแบ่งการใช้จ่ายที่มากขึ้น ในขณะที่ห้างสรรพสินค้าระดับล่างจะต้องปิดตัวลงหรือปรับเปลี่ยนธุรกิจไปโดยให้เช่าพื้นที่ด้านอื่นแทนร้านค้าปลีก เช่นคลินิกแพทย์, การให้เช่าพื้นที่ Co-working Space, ร้านทำเล็บหรือร้านเสริมสวย และร้านอาหาร เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งMacy's สามารถนำแรงทางนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน ด้วยการใช้พื้นที่กว้างให้เป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจเหล่านี้ แทนร้านค้าปลีก

จากห้างสรรพสินค้าเก่าสู่ร้านขายของชำ พื้นที่กีฬาและคลังสินค้าของอะเมซอน (Amazon)

ห้างสรรพสินค้าMacy's ที่ปิดตัวไปในอดีต มีแนวโน้มที่จะถูกแปลงโฉมใหม่เป็นพื้นที่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งสะท้อนถึงกระแสการนำเอาจุดขายหลักของห้างสรรพสินค้ามาปรับใช้ใหม่ในรูปแบบใหม่ ๆ โดยห้างสรรพสินค้าที่ถูกปิดตัวลงมักนำไปสู่การพัฒนาไปเป็นอาคารชุด พื้นที่บันเทิง และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร สวนสนุก ศูนย์เล่นเกมต่าง ๆ เช่น laser tag และศูนย์กีฬา เช่น การปีนผาจำลองในร่ม

นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา Brookfield Properties ได้ลงทุนมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาห้างสรรพสินค้าเก่ามากกว่า 100 แห่ง รวมถึงอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ให้กลายเป็นพื้นที่ใหม่ ๆ เช่น

  • Stonestown Galleria ซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ได้ถูกแปลงเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต Whole Foods และมีพื้นที่โรงภาพยนตร์ ร้านขายอุปกรณ์กีฬา และสถานพยาบาล
    • Tysons Galleria วอชิงตันดีซี - อีกหนึ่งอดีตห้างสรรพสินค้าของMacy's ที่ปิดตัวลง ได้ถูกปรับปรุงและเสริมพื้นที่ใหม่ รวมถึง ลานโบว์ลิ่ง โรงภาพยนตร์ ร้านขายสินค้าตกแต่งบ้าน ร้านอาหาร และโชว์รูมรถยนต์ Lucid Motors
    • Utah Hockey Club ซอลท์ซิตี - อดีตห้างสรรพสินค้าMacy's ที่กลายเป็นศูนย์ฝึกซ้อมของทีม Utah Hockey Club แห่งแนชันแนลฮอกกีลีก (NHL) ซึ่งมีพร้อมทั้งลานน้ำแข็งและที่ตั้งสำนักงาน

นอกจากนี้แล้ว พื้นที่ห้างสรรพสินค้าเดิมของ Randall Park ในรัฐไอไฮโอ และรัฐลุยเซียนา ก็ได้ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ของ Amazon อีกด้วย

นายอดัม ทริต จาก Brookfield Properties กล่าวว่า โครงการเหล่านี้มีความซับซ้อน เนื่องจากต้องมีการโครงสร้างอาหารช่น การยกหลังคาหรือเพิ่มหน้าต่าง อย่างไรก็ตาม โครงการเหล่านี้เปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ได้อย่างยืดหยุ่นและสร้างสรรค์มากขึ้น ซึ่งดึงดูดผู้มาเยี่ยมชมได้มากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เน้นย้ำว่าพื้นที่ห้างสรรพสินค้าเดิม ยังคงสามารถดัดแปลงและปรับเปลี่ยนได้เพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภคและอุปสงค์ตามแต่ละชุมชน อีกทั้งยังนำเสนอการใช้งานที่สร้างสรรค์และหลากหลาย ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและแนวโน้มทางเศรษฐกิจของสหรัฐ

อ้างอิง : cnbc.com

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...