“ทั้งเจ็บ ทั้งปวด โรคร้ายถามหา มาขอพรรับพลังจากเม็ดยาสารพัดนึก”
“ทั้งเจ็บ ทั้งปวด โรคร้ายถามหา มาขอพรรับพลังจากเม็ดยาสารพัดนึก”
พุทธศาสนสุภาษิตบทหนึ่ง กล่าวไว้ว่า “อโรคยา ปรมาลาภา” ซึ่งแปลว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" ทำให้เรานั้นตระหนักได้ว่า สิ่งที่สำคัญในการดำเนินชีวิต คือการหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อห่างไกลจากโรคภัย แต่…ชีวิตก็ไม่แน่นอนเสมอ เมื่อเราต้องเผชิญกับโรคที่รุมเร้า การมีที่พึ่งทางใจ ย่อมเป็นเสมือนยาที่บรรเทาและปลอบประโลมเราได้ LINE TODAY พาไปมู จะพาทุกท่านไปฮีลกาย ฮีลใจ กันที่ “วัดอุภัยภาติการาม จ.ฉะเชิงเทรา”
วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาของพ่อลูกชาวจีนอพยพ ที่อาศัยอยู่แถวชุมชนตลาดล่าง ซึ่งได้เดินทางไปกราบขอพร”หลวงพ่อโต” ที่ “วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.อยุธยา” ให้ค้าขายร่ำรวย เมื่อกลับมาที่ จ.ฉะเชิงเทรา ก็ได้สละที่ดินส่วนตัวเพื่อสร้างวิหารขึ้น และให้ช่างสร้างพระพุทธรูปที่จำลองแบบมาจากหลวงพ่อโต วัดพนันเชิงวรวิหาร ต่อมาในปี พ.ศ.2450 รัชกาลที่ 5 ทรงบริจาคเงินเพื่อสมทบในการสร้างและปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ พร้อมพระราชทานชื่อวัดให้ว่า "วัดอุภัยภาติการาม" และทรงพระราชทานชื่อพระพุทธรูปองค์นี้ว่า "พระพุทธไตรรัตนนายก" ซึ่งในประเทศไทย มีพระพุทธไตรรัตนนายก อยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 องค์ นั่นคือที่ “วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร” “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” และ “วัดอุภัยภาติการาม”
แม้เวลาจะผ่านมาเนิ่นนาน แต่ชื่อเสียงของ "พระพุทธไตรรัตนนายก" หรืออีกชื่อที่หลายคนคุ้นหูคือ "หลวงพ่อโต หรือ หลวงพ่อซำปอกง" ก็ยังเป็นที่เคารพศรัทธาอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูงดงาม สมกับเป็นองค์พระประธานที่ใหญ่ที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่พิเศษมาก โดยเฉพาะสายมู พลาดไม่ได้เลย นั่นก็คือ "เม็ดยาสารพัดนึก" ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลม ที่อยู่ระหว่างบริเวณนิ้วชี้และนิ้วโป้งของท่าน ว่ากันว่าหากใครที่อยากหายจากโรคร้าย สุขภาพแข็งแรง นี่คือจุดที่คุณต้องมาขอพร ตั้งจิตอฐิษฐาน โดยมีขั้นตอนดังนี้
- เตรียมธูป เทียนคู่ เทียนประทีป และน้ำมันตะเกียง ซึ่งที่วัดมีขายเพื่ออำนวยความสะดวก
- เขียนชื่อ นามสกุล ใส่กระดาษติดกาวแปะที่เทียน แล้วนำเทียนไปตั้ง
- ไหว้เทพเจ้าแห่งท้องฟ้า เสมือนเป็นการไหว้ฟ้าดิน ตั้งจิตถึงอธิษฐานถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นึกถึงบรรพบุรุษของครอบครัวเรา แล้วนำธูปไปปักที่กระถาง 5 ดอก
- มาที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้า ตั้งจิตอธิษฐานให้แน่วแน่ แล้วนำธูปจำนวน 9 ดอกมาปักตรงกระถางธูปอันใหญ่ที่จุดรวมเทพ จากนั้นปักธูปที่กระถางธูปที่อยู่ตรงหน้าประตูทั้งซ้ายและขวา ที่ละ 1 ดอก แล้วกลับเข้าไปด้านในวัด
- นำเทียนประทีปไปตั้งจิตอธิษฐาน ที่หน้าองค์หลวงพ่อโต (ซำปอกง) นึกถึงดาวพระเคราะห์ทั้ง 9 ดวง ที่มีความสัมพันธ์กับชีวิตมนุษย์ เพื่อเป็นการถวายดวงประทีป
- จุดสุดท้าย เป็นไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด คือการเดินไปที่บริเวณหน้าตักขององค์หลวงพ่อโต ยืนตรงบริเวณเม็ดยาสารพัดนึก แล้วนำมือไปสัมผัสบริเวณเม็ดยา ถ้าใครติดปัญหาเรื่องความสูงที่เอื้อมไม่ถึง ก็ให้จับบริเวณสายสิญจน์ที่ห้อยลงมาแทนก็ได้เหมือนกัน
เทคนิคสำคัญให้พรนั้นสัมฤทธิ์ผล คือการจ้องมองไปที่ดวงตาของท่าน บอกเล่าอาการเจ็บป่วยของเราที่กำลังเผชิญ คิดซะว่าเรากำลังปรับทุกข์และขอพรกับผู้ใหญ่ที่เรารักและเคารพ จากนั้นก็เอามือที่แตะเม็ดยาสารพัดนึก มาลูบไล้ตามร่างกาย และบริเวณที่เจ็บปวด 3 ครั้ง เพื่อขจัดปัดเป่าโรคภัย
ข้อมูลการเดินทางและวันเวลาเปิดปิด
- ใช้เวลาขับรถมาจากกรุงเทพฯ เพียง 1 ชม. ก็ถึงแล้ว วัดตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา เลย หาง่ายมากๆ
- วัดเปิดทุกวันเวลา 08:00 - 18:00 น.
LINE TODAY พาไปมู x แม่หมอพาเพลิน เชื่อว่าสุขภาพที่ดี มีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินใดๆ ขอให้หลวงพ่อโต (ซำปอกง) แห่งวัดอุภัยภาติการาม คุ้มครองทุกท่านด้วยเทอญ