โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บูม สุภาพร ย้อนความประทับใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในละคร อังกอร์ ของ อาฉลอง

tvpoolonline.com

อัพเดต 17 ก.ย 2567 เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 04.44 น. • TV Pool

ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจ ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับของ อาฉลอง ภักดีวิจิตร ผู้กำกับระดับตำนาน และ ศิลปินแห่งชาติ ที่ได้สร้างผลงานภ่พยนตร์ละครมากมาย ทั้งนี้มีเหล่าคนบันเทิงมากมายมาร่วมไว้อาลัย โดยหนึ่งในนั้นก็มีนักแสดงสาวคนเก่งบูม สุภาพร ที่ก็เป็นหนึ่งในนักแสดงที่เคยร่วมงานกับท่านอาฉลอง เช่นกัน

ทั้งนี้ บูม สุภาพร ในฐานะที่เคยร่วมงาน กับอาฉลอง ในละครระดับตำนานอย่าง อังกอร์ ได้ออกมาเปิดใจเล่าย้อนความรู้สึกในตอนที่ได้ร่วมงานกับท่านอาฉลอง ให้ฟังว่า “บูมรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ นะคะ ที่ได้เป็นหนึ่งในอังกอร์ ละครตำนานของอาหลอง และละครเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นละครที่ทำให้บูมเป็นบูมทุกวันนี้ก็ว่าได้ค่ะ

ละครเรื่อง อังกอร์เป็นเรื่องที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องแจ้งเกิดเลย ไม่ว่าจะด้วยบท ด้วยความเป็นตำนานของอาหลอง บูมว่าส่วนหนึ่งเลยก็คืออังกอร์ค่ะ ซึ่งบูมก็เคยดูเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ ณ ตอนนั้นก็เป็นเวอร์ชั่นที่เป็นตำนานจริงๆ เป็นละครที่เรตติ้งสูงมาก และเพลงก็ติดหู พอขึ้นมาปุ๊บทุกคนรู้จัก ก็รู้สึกโชคดีที่ครั้งนึงในชีวิตเราเคยได้รับบทเป็นอังกอร์ค่ะ

วันนั้นที่ได้รับบทนี้เหมือนเป็นช่วงที่เราห่างการติดต่อกันไปนานค่ะ หลังจากวันที่แคสติ้งจนไปถึงวันที่เราได้รู้ว่าได้เล่น ก็ถามตัวเองว่าจริงเหรอ ฉันจะได้เป็นนางเอกเหรอ ได้เป็นนางเอกช่อง 3 และเป็นละครรีเมค คือทางครอบครัวภักดีวิจิตรเป็นครอบครัวที่น่ารักมาก จะให้ความมั่นใจและให้กำลังใจบูมเสมอว่าบูมทำได้ เราเลยรู้สึกว่าโชคดีมากๆ ที่ได้มาร่วมงานกับครอบครัวนี้ค่ะ”

ความผูกพันกับ อาหลอง?
“ได้เจอคุณอาค่ะ ไม่ได้เจอแค่เรื่องอังกอร์นะคะ เรื่องอื่นๆ อาก็จะมีนั่งรถไปหาที่กองถ่าย หรือไม่ก็อยู่ในโลเกชั่นเดียวกัน อาก็กำกับเรื่องหนึ่ง แล้วพี่แก้ว พี่กู๊ดก็กำลังถ่ายอีกเรื่องหนึ่งใกล้ๆ กัน ซึ่งบูมได้เล่นของพี่แก้ว พี่กู๊ด 3 เรื่อง ก็จะเจออาตามกองถ่ายด้วย

เท่าที่บูมจำได้คือพระอาทิตย์ยังไม่ตกดินอาจะเลิกกองแล้วค่ะ แล้วก็เปิดกระป๋อง (ยิ้ม) ก็จะนั่งชิลๆ แล้วก็จะมีเต้นท์ของอาคลุมมืดไปหมด อยู่ด้วยกันสนุกค่ะ หรือถ้าคุณอาแวะไปหาที่กองก็จะเรียกบูมว่าอีหนูนี่ (ยิ้ม) อีหนูนี่มันคุยเก่งนะ วันหลังมาดื่มด้วยกัน ก็จะชอบนั่งคุยกับคุณอาค่ะ คุณอาน่ารักมาก แกจะเป็นคนโผงผาง เสียงดัง ชิลๆ นั่งสบายๆ ก็จะมาให้กำลังใจพี่กู๊ด พี่แก้วทุกๆ เรื่องที่พี่ๆ กำกับ

บางโลเกชั่นจะมีริมน้ำ อาก็จะไปนั่ง แล้วก็มีพี่เลขาคุณอาอยู่ด้วย หนูก็จะไปนั่งคุยกับคุณอา ก็เป็นความทรงจำที่ครั้งนึงในชีวิตเราได้มีโอกาสนั่งคุยกับคนที่เขามีประสบการณ์ชีวิต เป็นตำนาน เป็นครู เป็นศิลปิน คือสุดยอดแล้วค่ะ แล้วเราก็โชคดีที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของคุณอาด้วยค่ะ”

“แรกๆ ที่เจอกันตอนเล่นอังกอร์ แกก็จะบอกว่าผอมไป นางเอกของอาก็จะมีมาตรฐานของอาอยู่ แต่หลังๆ ก็จะเรียกอีหนูนี่มานั่งคุยกัน (ยิ้ม) บูมก็จะชอบนั่งคุยกับคุณอา สำหรับบูมมันไม่ใช่แค่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ได้จากคุณอา แต่ทุกคนที่ได้ดูละครของคุณอา ได้เติบโตมากับละครของคุณอา ทุกคนก็ได้รับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคุณอาก็ได้มอบความสุขช่วงเวลาหนึ่งในช่วงชีวิตของคุณอาให้กับทุกๆ คนมาอย่างยาวนานแล้วค่ะ บูมว่าคุณอาคือศิลปิน คือครู คืออาจารย์ บูมว่าในทุกๆ ด้านเลย แกเก่ง น่ารัก และคอยให้คำแนะนำหลายๆ อย่าง

แกเห็นบูมถือปืนต้องวิ่ง เป็นฉากที่บูมต้องวิ่งลงมาจากเขา แล้วแกขับรถผ่าน อาก็เปิดประตูรถแล้วก็บอกว่าเดี๋ยวเปิดป๋องกัน (หัวเราะ) แกเปิดรถตู้แล้วก็ให้กำลังใจบอกว่าสู้ๆ บูมว่าก็เป็นความทรงจำดีๆ ที่ครั้งนึงในชีวิตบูมได้มีโอกาสทำงานกับตำนานของประเทศไทยค่ะ

จริงๆ มันมากกว่าคำว่าดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานอังกอร์นะคะ บูมรู้สึกขอบคุณที่คุณอาได้ผลิตละครคุณภาพ ผลิตละครตำนาน และขอบคุณครอบครัวภักดีวิจิตรที่ทำให้บูมได้มาเป็นส่วนหนึ่งของละครที่คุณอาเคยได้ทำไว้ จนมาสู่รุ่นลูก”

“บูมว่ามันก็เป็นบุญของบูมแล้วที่ฉุดชีวิตบูมเหมือนกัน จากใครก็ไม่รู้ มาวันนึงได้มาเล่นอังกอร์จนมาเป็นเราทุกวันนี้ มันมากกว่าคำว่าขอบคุณ เหมือนเขาได้ให้ชีวิตใหม่กับเรา และเขาก็ให้โอกาสดีๆ กับเราเยอะ ได้ทั้งคำสอน วิชาความรู้ ชื่อเสียง และสิ่งต่างๆ เยอะแยะมากมาย บูมโชคดีมากๆ ค่ะ

จริงๆ แล้วบูมไม่ได้มีโอกาสร่วมงานกับคุณอาโดยตรงนะคะ แต่ได้เจอคุณอาอยู่บ่อยๆ ในละคร 3 เรื่องที่เล่นกับครอบครัวนี้ค่ะ ระยะเวลาก็น่าจะเกือบ 10 ปีอยู่นะคะ 3 เรื่องก็นานมาก เพราะแต่ละเรื่องก็ใช้เวลา 2 ปี ก็เหมือนเป็นหนึ่งในครอบครัว

ก็ได้ความอึดทึกทนมาเยอะมากๆ ค่ะ (ยิ้ม) เพราะแต่ละโลเกชั่นได้เปลี่ยนชีวิตบูมด้วย ได้ฝึกความอดทน การรอ มันเปลี่ยนเราจริงๆ นะ จากคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายเยอะ ก็ต้องมาออกกำลังกาย เพราะเดี๋ยวพูดบทไม่ไหว และเราเห็นการทำงานของเขา บูมไม่เคยเห็นการทำงานกองถ่ายแบบนี้ เรื่องแรกที่บูมได้มาสัมผัสก็จากครอบครัวภักดีวิจิตรนี่แหละค่ะ

ก็อยากจะขอบคุณคุณอาที่ได้ผลิตผลงานอังกอร์ออกมา และผลงานดีๆ อีกเยอะแยะมากมาย และขอบคุณครอบครัวภักดีวิจิตรค่ะ ที่ให้บูมได้มาเป็นส่วนหนึ่งของละครครอบครัวนี้ และทำให้บูมมีวันนี้ ก็ถือว่าเป็นเกียรติกับตัวบูมมากๆ และบูมเชื่อว่าหลายคนก็จะจดจำทุกๆ อย่างเกี่ยวกับคุณอาและครอบครัวของคุณอาที่ได้สร้างอะไรเยอะแยะมากมาย มันมากกว่าตำแหน่ง เพราะมันคือตำนาน และจะอยู่กับพวกเราตลอดไปค่ะ”

ข่าวที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...