โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนอังกฤษไม่เคยเห็นรอยยิ้ม ของ “ควีนวิกตอเรีย”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 มิ.ย. 2565 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 16.44 น.
สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จฯ ไปไอร์แลนด์ เมื่อ ค.ศ. 1900 (ภาพจากฟิล์มหายากของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งนิวยอร์ก)

พงศาวดารกระซิบเขียนว่าเจ้าชายอัลเบิร์ต พระราชสวามีของควีนวิกตอเรีย พระราชินีอังกฤษ เป็นแรงขับเคลื่อนที่แท้จริงส่งเสริมให้รัชกาลของควีน (ครองราชย์ ค.ศ. 1838-1901) เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ในยุคนี้อังกฤษได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน เพราะมีอาณานิคมมากมายกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก

แต่การจากไปของเจ้าชายอัลเบิร์ตด้วยโรคไข้ไทฟอยด์อย่างกะทันหันขณะพระชนม์เพียง 42 พรรษา ทั้งที่ยังหนุ่มและแข็งแรง สร้างความผิดหวังและเศร้าโศกเสียพระทัยให้ควีนเป็นอย่างมาก จนพระนางกลายเป็นคนเงียบขรึมและไว้ทุกข์อย่างขื่นขม ทั้งยังเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่สู้หน้าสังคม และไม่ทรงแย้มพระสรวลอีกเลยให้ใครได้เห็น แม้แต่พระโอรสธิดา

ทรงกลายเป็นแม่หม้ายผู้เศร้าหมอง และปลีกพระองค์ออกจากที่สาธารณะ ครุ่นคิดถึงแต่พระสวามีสุดที่รัก ทุกครั้งที่ทรงฉายพระรูป (ถ่ายภาพ) ก็จะทรงถือพระรูปของเจ้าชายอัลเบิร์ต (ภาพที่ 1) หรือมองไปที่พระรูปปั้นของเจ้าชายอัลเบิร์ตแบบคนอมทุกข์ เพราะทำใจไม่ได้ที่จะร่าเริงเหมือนคนอื่นๆ บุคคลรอบข้างก็พลอยต้องแสดงความเศร้าสลดไปด้วยเช่นกันเพื่อเอาใจควีน

แต่ในโอกาสที่หายากที่สุดในช่วงบั้นปลายชีวิต ภาพหลุดของควีนก็เผยให้เห็นการแย้มพระสรวลน้อยครั้งที่หาชมได้ยากยิ่ง แต่ก็ไม่มีใครบันทึกไว้ว่าทรงครึ้มอกครึ้มใจอะไรขึ้นมาในวันนั้น ทำให้ทรงลืมความเศร้าโศกไปได้ชั่วขณะ (ภาพที่ 2)

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “‘ภาพหลุด’ ทางประวัติศาสตร์ เขย่าเก้าอี้นักประวัติศาสตร์” เขียนโดย ไกรฤกษ์ นานา ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกันยายน 2556

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 มกราคม 2561

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...