โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูหลักฐานชาวโรมันที่รอดชีวิต หนีภูเขาไฟระเบิดถล่มปอมเปอี เป็นใคร ย้ายไปไหน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ก.ค. 2564 เวลา 16.05 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2564 เวลา 16.05 น.
ภาพเขียนภูเขาไฟวิซุเวียส ระเบิด ทำลายเมืองปอมเปอี และเฮอร์คิวเลเนียม โดยจอห์น มาร์ติน ค.ศ. 1821 (ภาพจาก Tate Britain)

เหตุการณ์ภูเขาไฟวิซุเวียส (Vesuvius) ระเบิด เมื่อปี ค.ศ. 79 ถูกบันทึกว่าเป็นอีกหนึ่งภัยพิบัติครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์โลก ภัยธรรมชาติครั้งนั้นคร่าชีวิตชาวโรมันโบราณจำนวนมาก แต่นักวิชาการรับรู้หลักฐานมานานแล้วว่า ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่หนีรอดจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดที่อ่าวเนเปิลส์ก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ ล่าสุด นักวิจัยศึกษาครั้งใหม่ที่อาจช่วยให้เบาะแสว่าผู้ลี้ภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ตั้งรกรากใหม่กันที่ไหนบ้าง

เหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดครั้งนั้นผ่านมาหลายพันปีแล้ว แต่จนถึงวันนี้นักวิชาการหลายสาขายังมีคำถามที่ต้องการคำตอบอีกหลายข้อ และยังคงศึกษาข้อมูลไปจนถึงพื้นที่ทางโบราณคดีในปอมเปอีมาจนถึงวันนี้ ซึ่งข้อมูลการค้นพบก็เผยแพร่ออกมาอย่างต่อเนื่อง (อ่านเพิ่มเติมพบภาพเขียนตำนานกรีกอีโรติกในซากเมืองปอมเปอี เชื่อเป็นของตกแต่งบ้านคนรวย)

สำหรับการศึกษาครั้งล่าสุด ดำเนินการโดย สตีเวน ทัค (Steven Tuck) นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยไมอามี (Miami University) เขาเริ่มต้นศึกษาโดยนำฐานข้อมูลนามสกุลของชาวโรมัน มาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่พบจากเมืองปอมเปอี (Pompeii) และ เฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกต่าง ๆ ของอิตาลีที่ยังคงหลงเหลืออยู่ และไม่ได้รับผลกระทบจากภูเขาไฟระเบิดในครั้งนั้น ผลงานการศึกษาของสตีเวน จะเผยแพร่ในรูปแบบบทความในวารสาร Analecta Romana

รายงานข่าวจากนิตยสารฟอร์บส (Forbes) เปิดเผยว่า งานวิจัยครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ระบุชื่อผู้รอดชีวิตเท่านั้น แต่ยังเพื่อหาข้อมูลว่าคนที่รอดชีวิตจากการระเบิดของภูเขาไฟวิซุเวียสย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมพวกเขาถึงมั่นใจที่จะย้ายไปอยู่ชุมชนอื่น และรูปแบบเหล่านี้บ่งบอกกระบวนการทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ยุคสมัยโรมันโบราณมีกลไกทำงานอย่างไร

บันทึกทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเน้นเฉพาะความเสียหายทางกายภาพของภัยพิบัติเท่านั้น ดังนั้น ในกระบวนการศึกษาของทัค เขาจำเป็นต้องสำรวจจารึกบนสิ่งของสาธารณะและหลุมฝังศพ ประกอบกับหลักฐานอื่นๆ ซึ่งรวมถึงนามสกุลที่พบเห็นได้ทั่วไปในเมืองที่อยู่ใกล้กับภูเขาไฟซึ่งปรากฏขึ้นมาหลัง ค.ศ. 79, จารึกที่มีบันทึกต้นกำเนิดของบุคคลต่างๆ, วัตถุโบราณหรือสิ่งประดิษฐ์ที่เชื่อมโยงกับเมืองปอมเปอี และเฮอร์คิวเลเนียม ซึ่งถูกค้นพบจากที่อื่นหลังภูเขาไฟระเบิด และบันทึกโครงสร้างทางสาธารณูปโภคสาธารณะที่อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับชุมชนผู้อพยพ

ทัค (Tuck) ให้สัมภาษณ์ว่า เขาใช้วิธีการมองหาชื่อที่สะดุดตาในช่วงปลายของปอมเปอี (Pompeii) แล้วก็ปรากฏในที่อื่นละแวกใกล้เคียงที่สุดหลังจากเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิด (ซึ่งก็คือช่วงปีหลัง ค.ศ. 80) โดยเฉพาะในชุมชนผู้ลี้ภัย ทัค ยกตัวอย่างครอบครัวชื่อ Caninia ที่มีสมาชิก 6 คน ซึ่งสืบค้นได้จากตัวบันทึกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 2 ในเมืองเนอาโปลิส (Neapolis) หรือเมืองเนเปิลส์ (Naples) ในปัจจุบัน

ชื่อ Caninia นั้น ปรากฏอยู่ในเมืองเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) ก่อนหน้าเหตุภัยพิบัติแล้ว และไม่มีปรากฏที่อื่น ซึ่งสิ่งนี้บ่งบอกว่าครอบครัวนี้ได้อพยพออกมาเนื่องจากภูเขาไฟวิซุเวียส (Vesuvius)

ทัค สร้างการเชื่อมโยงให้หลักฐานมีความหนักแน่นมากขึ้นผ่านตัวบุคคลในครอบครัวอย่าง Marcus Caninius Botrio ซึ่งชื่อเหล่านี้ตรงกับทำเนียบรายนามของเมืองเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) Botrio เป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าประชาชนจากเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) ย้ายมาตั้งรกรากใหม่ที่เนอาโปลิส (Neapolis) ในฐานะของผู้ลี้ภัย และเสียชีวิตลงที่นี่จากข้อมูลที่ปรากฏบนจารึกที่ป้ายหลุมศพ

อีกตัวอย่างหนึ่งมาจากแคว้นโรมันดาเคีย (Roman Dacia) ปัจจุบันก็คือ โรมาเนีย (Romania) และเซอร์เบีย (Serbia) ป้ายหลุมศพซึ่งจารึกไว้เมื่อ ค.ศ. 87 บอกว่าหลุมศพเป็นของ Cornelius Fuscus ซึ่งเป็นพลเมืองในปอมเปอี (Pompeii) และอาศัยอยู่ที่เนอาโปลิส (Neapolis) ตอนที่มาอยู่โรมันดาเคีย (Roman Dacia) เขาทำหน้าที่เป็นนายทหารชั้นสูง และคุมกองกำลังทั้งหมด 5 กองพลในสงคราม Domitian ป้ายหลุมศพดังกล่าวชี้ชัดเจนว่า Cornelius Fuscus จากปอมเปอี (Pompeii) มาตั้งรกรากใหม่ที่เนอาโปลิส (Neapolis) หลังจากเกิดเหตุภูเขาไฟระเบิดเรียบร้อยแล้ว

รายงานเปิดเผยว่า หลักฐานจากจารึกที่ปรากฏและอยู่รอดมาอยู่ทุกวันนี้ ส่วนใหญ่จะเอ่ยถึงผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่มีตำแหน่งใหญ่โตในสังคมโรมันสมัยก่อน แต่ทัค ยังค้นพบหลักฐานของผู้หญิงที่อพยพมาอยู่ที่เนเปิลส์ (Naples) เหมือนกัน

หลักฐานนี้พบผู้หญิงชื่อ Vettia Sabina สามีของเธอเป็นคนทำป้ายหลุมศพให้เธอในช่วงปลายศตวรรษที่ 1 ป้ายหลุมศพดังกล่าวพิเศษตรงที่ว่า มีการใช้คำว่า “Have” ซึ่งคำนี้เป็นภาษาถิ่นที่พบได้แค่ที่เนอาโปลิส (Neapolis) เท่านั้น ขณะที่ในเกาะปอมเปอี (Pompeii) มักพบในจารึกและในภาพ ทั้งนี้คำว่า Ave ในภาษาละติน แปลว่าสวัสดีหรือลาก่อน ที่จะได้ยินกันในบทสวดของคาทอลิกอย่างเช่นเพลง Ave Maria

วิธีการสืบค้นทั้งทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีของทัค ทำให้เห็นหลักฐานที่มีแนวโน้มว่าจะสามารถเชื่อมโยงและสืบค้นการอพยพของคนที่ลี้ภัยมาจากเหตุการณ์ภูเขาไฟระเบิดได้

การศึกษาของเขายังระบุว่า ค้นพบว่าผู้ลี้ภัยหลายคนไปตั้งรกรากใหม่ทางตอนเหนือของอ่าวเนเปิลส์ (Bay of Naples) ครอบครัวมักย้ายถิ่นฐานโดยยกไปกันทั้งครอบครัว และแต่งงานกับคนในกลุ่มผู้ลี้ภัยด้วยกัน รายงานระบุว่า กลุ่มคนเหล่านี้น่าจะเป็นคนที่ลี้ภัยไปตั้งแต่ตอนที่เริ่มเห็นสัญญาณว่าภูเขาไฟใกล้จะระเบิดแล้ว หรือไม่ก็เป็นคนที่อาศัยอยู่ห่างไกลจากเมืองในตอนที่ภูเขาไฟระเบิด

แต่ทัคก็ชี้ว่าวิธีการของเขาใช้ตรวจสอบได้เฉพาะคนโรมันที่มีฐานะเท่านั้น วิธีการนี้มีช่องโหว่ที่ไม่สามารถใช้ตรวจสอบคนที่ไม่ใช่คนโรมัน ผู้อพยพจากแคว้นอื่นๆ ที่ไม่ใช่คนโรมัน และพวกทาส ซึ่งอาจจะหลบหนีจากภูเขาไฟระเบิดได้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ทิ้งหลักฐานในเชิงวัฒนธรรมอย่างจารึกหรือหลุมศพไว้

ในท้ายที่สุด ทัคชี้ข้อสังเกตสำคัญอย่างหนึ่ง คือ รัฐบาลของชาวโรมันจะไม่ดำเนินการทันทีเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งต่างจากรัฐบาลในปัจจุบันหรือรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจะประกาศภาวะฉุกเฉินทันที แต่รัฐบาลโรมันจะไม่เคลื่อนไหวจนกว่าผู้คนจะเริ่มย้ายไปตั้งรกรากใหม่แล้ว เมื่อนั้นจักรพรรดิจะเริ่มจัดสรรเงินเพื่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคใหม่ในชุมชน เช่น เนเปิลส์ (Naples) และ ปอซซุออลี (Pozzuoli) หรือบริการต่างๆ เพื่อรองรับผู้คนที่ไหลเข้ามา

อย่างไรก็ตาม คำถามเรื่องจำนวนผู้อพยพทั้งหมดนั้นยังไม่สามารถให้ตอบได้ ทัค อธิบายว่า หลักฐานที่ได้มาไม่สามารถสืบค้นโดยบ่งชี้ตัวเลขสถิติได้อย่างเจาะจงขนาดนั้น

 

คลิกอ่านเพิ่มเติม : ผลวิจัยชี้เป้า โครงกระดูกทหารโรมันชั้นสูง ถูกส่งไปกู้ภัยแถบปอมเปอี ช่วงภูเขาไฟระเบิด

อ้างอิง :

Killgrove, Kristina. “Archaeologist Finds New Evidence Of The Romans Who Escaped Mt. Vesuvius”. Forbes. Online. 19 FEB 2019. <https://www.forbes.com/sites/kristinakillgrove/2019/02/19/archaeologist-finds-new-evidence-of-the-romans-who-escaped-mt-vesuvius/#477da8de64d8>

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...