โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หน้าร้อนไม่ต้องใช้ “เพลง” เสมอไป! โค้กปรับใหม่ออกแคมเปญ “ยิ่งเปิดใจยิ่งใกล้กัน” หวังจับอินไซด์วัยรุ่นไทยให้อยู่หมัด

Positioningmag

อัพเดต 11 มี.ค. 2562 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2562 เวลา 13.28 น.

เมื่อย่างเข้าสู้หน้าร้อนก็ถึงเวลาที่แคมเปญของบรรดาน้ำดำจะระอุขึ้นมา ก่อนหน้านี้ค่าย“เป๊ปซี่” ใช้งบการตลาดถึง 250 ล้านบาทสำหรับโปรโมตแคมเปญใหญ่ “เป๊ปซี่ ซ่า…สุดทุกดนตรี” (Pepsi Music 2019) ดึง4 ศิลปิน4 แนวฟีเจอริ่งปั้น“บทเพลง” เข้าถึงผู้บริโภค 

คราวนี้ถึงคิวค่ายโคคา-โคล่า หรือ“โค้ก” ออกแคมเปญ“ยิ่งเปิดใจ ยิ่งใกล้กัน” มุ่งเน้นไปเรื่องของ“ความสัมพันธ์” หวังปลุกกระแสให้ทุกคนหันมาเปิดใจ แสดงความรู้สึกกับคนที่รัก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงาน อายุ12 - 30 ปี ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของน้ำอัดลม

แม้โค้กจะครองส่วนแบ่งตลาด 35% มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 1.74% พลิกขึ้นเป็นอันดับ 1 โดยมีเป๊ปซี่ ตามมาเป็นเบอร์ 2 แต่โค้ก ยังต้อง “ออกแรง” เพื่อเข้าถึงวัยรุ่นไทยให้อยู่หมัด

ที่มาที่ไปของแคมเปญนี้“คาร์ลอส ดิแอช-ริกบี้ ผู้จัดการทั่วไปบริษัทโคคา-โคลา(ประเทศไทย) จำกัด อธิบายว่าตั้งแต่กลางปีที่แล้วที่โค้กเริ่มมองหาแคมเปญหน้าร้อน ที่คิดว่ามีพื้นที่สื่อสารไปถึงผู้บริโภคได้อย่างน่าเชื่อถือ จึงมีการเข้าไปพูดคุยกับทั้งผู้บริโภ คและผู้เชียวชาญด้านสังคมไทย ก่อนจะหยิบแยกออกมาแต่ละประเด็น

โดยพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะวัยรุ่นมักไม่กล้าแสดงออกถึงความคิดเห็น และความรู้สึกของตัวเอง กับคนที่รักไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ เพื่อน หรือคนรัก เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับการยอมรับ และอาจกระทบกระเทือนถึงความสัมพันธ์ จนลุกลามเป็นเรื่องขัดแย้งได้ ถือเป็นแคมเปญที่ใช้อินไซด์คนไทย100%

แคมเปญนี้ใช้พรีเซนเตอร์เป็น“เจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” นักแสดงวัยรุ่นที่มีผลงานดังทั้งซีรีส์วัยรุ่น ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ภาพยนตร์เรื่อง ฉลาดเกมส์โกง และ โฮมสเตย์ โดยโค้กให้เหตุผลเลือก“เจมส์” นอกจากแฟนคลับจำนวนมากมีผู้ติดตามในInstagram 2.2 ล้านยูส ยังมาจากเรื่องราวส่วนตัวของนักแสดงหนุ่ม ที่เคยผ่านเรื่องราวสอดคล้องกับแบรนด์

นอกเหนือจากที่กล่าวมา ความน่าสนใจของการเลือก“เจมส์” อยู่ที่ภาพยนตร์โฆษณาของแคมเปญมีการหยิบเรื่องความสัมพันธ์มาเล่า ทั้งพ่อกับลูก แม่กับลูก และคู่รัก

โดยเฉพาะ“แม่กับลูก” ที่เล่าผ่านนักแสดงชาย2 คนกำลังจะบอกแม่เรื่องที่ทั้งคู่คบกันซึ่งสำหรับตัว“เจมส์ นั้นเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีทัศนคติและไลฟ์สไตล์ที่เปิดกว้างเรื่องเพศ

“แคมเปญหน้าร้อนไม่จำเป็นต้องใช้มิวสิกมาร์เก็ตติ้งเสมอไป แต่ผู้บริโภคต้องการอะไรแบรนด์ก็ต้องทำตาม อย่างแคมเปญนี้ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ และการสื่อสารระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์ ซึ่งแบรนด์เป็นเรื่องของ Emotional ไม่ใช่เรื่องของการกินและการดื่มอย่างเดียว”

อย่างไรก็ตามใช่ว่าจะไม่ใช้  “เพลง ซะทีเดียว เพราะอย่างที่รู้จักการจะสื่อสารเข้าไปหาผู้บริโภค องค์ประกอบหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ “เพลง” ที่สามารถสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ในทันที

ในโฆษณาได้เลือก “นนท์ ธนนท์ จำเริญ มาร้องเพลงประกอบ ซึ่งเป็นการคัฟเวอร์เพลงอมตะระดับโลกอย่าง *“True Colors” *

มีการใช้สื่อนอกบ้านบนจอ Panoramix Screen บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นการแสดง visual performance จะจัดแสดงตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงสิ้นปี

และเป็นประจำทุกปีที่แคมเปญหน้าร้อนจะมาพร้อมกับกระป๋องลิมิเต็ด อิดิชั่น ในปีนี้ได้ใช้เทคโนโลยี ‘Thermal Can’ เมื่อกระป๋องมีอุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียสโลโก้ ‘โค้ก’ บนกระป๋องจะเปลี่ยนจากสีขาวไปเป็นเฉดสีต่างๆ หลากสีสัน มีให้เลือกสะสมทั้งหมดถึง 4 แบบ วางขายตลอดหน้าร้อนประมาณ 3 เดือน

อีกทั้งยังได้ร่วมมือกับ Google สร้าง “โซนเปิดใจ” (Open Heart Zone) เป็นตู้บรรจุเครื่องดื่มที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ โดยเปิดให้นำแรงบันดาลใจที่ได้รับมาทำเป็นอีการ์ด (e-card) ลงบนกระป๋องโค้กผ่านคิวอาร์โค้ด (QR Code) เตรียมตั้ง 10 จุดทั้งในกรุงเทพกับต่างจังหวัด

สำหรับตลาดน้ำอัดลมในปี 2018 จากรายงานดัชนีค้าปลีกของ บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัดมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท เติบโต 1.74% โดย “โค้ก” เป็นเบอร์ 1 มีส่วนแบ่งราว 35%

รู้จักคาร์ลอสดิแอช-ริกบี้ ผู้จัดการทั่วไปคนใหม่

“ยิ่งเปิดใจ ยิ่งใกล้กัน” ถือเป็นเคมเปญแรกอย่างเป็นทางการที่“คาร์ลอส ดิแอช-ริกบี้” มาเปิดตัวในฐานะ“ผู้จัดการทั่วไปคนใหม่” ประจำประเทศไทยและลาวตั้งแต่วันที่1 ตุลาคม2018 รับตำแหน่งต่อจาก“เซเดฟ ซาลินกัน ซาฮิน” ที่ย้ายไปประจำสำนักงานใหญ่ที่เมืองแอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากประจำในเมืองไทยประมาณ3 ปี

“คาร์ลอส” เป็นชาวอุรุกวัย มีประสบการณ์การทำงานถึง23 ปี กับกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลาในหลายภูมิภาคทั้งในละตินอเมริกา ประเทศในหมู่เกาะแคริบเบียน และเขตโอเชียเนีย ก่อนจะมาประจำที่เมืองไทยเขาอยู่ที่ออสเตรเลียมาก่อน

“ความท้าทายในการรับตำแหน่งคือการที่ต้องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วให้ทันการทำธุรกิจต้องตามให้ทันและนำมาปฎิบัตตามส่วนตัวไม่กังวลเรื่องเทรนด์ใหม่ๆเพราะยังไงโค้กก็เป็นเครื่องดื่มที่สามารถดื่มได้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว”

ส่วนเรื่องที่กำลังจะมีการปรับภาษีน้ำตาลขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคมนี้ “คาร์ลอส” มองว่าไม่ได้กระทบแค่โค้กคนเดียว แต่ยังกระทบทุกบริษัท ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเทรนด์ของพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก ที่หันมาใส่ในเรื่องสุขภาพส่วนหนึ่งในความพยายาม จึงเป็นการความคุมเรื่องการบริโภคน้ำตาล

สำหรับโค้กก็มีสินค้าออกมารองรับแล้ว2 ตัวคือ โค้กไลท์และโค้กซีโร่ ส่วนสินค้าอื่นๆ จะนำเข้ามาอีกไหมยังตอบไม่ได้ เพราะโค้กการวางแผนเรื่องการออกสินค้าใหม่ไว้อยู่แล้ว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...