โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยศึกษา-วิจัยชนบทแบบอเมริกัน โดยอเมริกัน เพื่ออเมริกัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 มี.ค. 2567 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2564 เวลา 11.49 น.
ชาวชนบทขณะเดินทางเข้าเมือง เมื่อประมาณปี 1922-1927 (ภาพจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติ)

หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 นักวิชาการต่างชาติ โดยเฉพาะอเมริกันสนใจศึกษาหมู่บ้านชนบทของไทย ในปี 1972 มีนักวิชาการได้รับเงินสนับสนุนจาก USAID (U. S. Agency for International Development) เพื่อรวบรวมงานเขียนและงานวิจัยเกี่ยวกับสังคมไทยและพม่า ในหัวข้อต่างๆ เช่น เศรษฐกิจของสังคมเกษตร, การเช่าที่ดิน, หมู่บ้านศึกษา, การศึกษาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์, การเมืองของชาวนา, วัฒนธรรมและโครงสร้างสังคม, การเมืองระดับชาติ ฯลฯ

งานวิจัยทั้งหมดราว 500 รายการ กว่า 450 รายการเป็นเรื่องเกี่ยวกับประเทศไทย นั่นเป็นเพราะที่ตั้งของไทยอยู่ในภูมิรัฐศาสตร์การทำสงครามเวียดนามของอเมริกา จึงส่งผลให้เกิดความสนใจของนักวิชาการอเมริกันต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านั้นอเมริกันมาสนใจศึกษาสังคมชาวนาของจีนและญี่ปุ่น แต่เมื่อมีการปฏิวัติคอมมิวนิสต์ของจีนในปี 1949 อเมริกาไม่สามารถเข้าไปทำวิจัยในจีนได้อีก ประกอบกับอเมริกาเริ่มมองประเทศอื่นในภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้นแล้ว รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยังหันมาเป็นมิตรกับอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1940

มีมหาวิทยาลัยคอร์แนล เป็นสถานศึกษาสำคัญในการวิจัยและสนับสนุนการวิจัย ในช่วงทศวรรษ 1950 ถึงต้นทศวรรษ 1960 จนมีคำกล่าวเปรียบเทียบว่า คอร์แนลคือศูนย์การกลางอุตสาหรรมการวิจัยเกี่ยวกับสังคมไทยผ่านความรู้ด้านมานุษยวิทยาประยุกต์ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา

ตั้งแต่ปี 1951-1976 มีวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกเกี่ยวกับไทยที่ผลิตโดยนักวิชาการมหาวิทยาลัยคอร์แนล จำนวน 36 เล่ม ซึ่งถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลเพื่อปฏิบัติการทางทหารในประเทศไทย ปี 1956 Lauriston Sharp ที่ถูกขานนามว่า “บิดาของไทยศึกษา” และคณะ เขียนเอกสารชื่อ The Human Relations Area File Handbook on Thailand สำหรับให้ทหารอเมริกันใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติการในประเทศไทย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมอเมริกาก็มีบทบาทในการก่อตั้ง MRDC (Military Research and Development Center) ในกรุงเทพฯ เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับชนบทของไทยและทดลองสร้างแผนพัฒนาชนบท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นในหมู่บ้าน และปลอดจากคอมมิวนิสต์

Lauriston Sharp เห็นว่าอเมริกามีความเข้าใจน้อยมากเกี่ยวผู้คนและมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเห็นว่า “คนธรรมดาสามัญกำลังคิดอะไรและกำลังทำอะไร เรามักจะมองคนธรรมดาสามัญที่อยู่บนถนน แต่เราละเลยคนธรรมดาสามัญในท้องทุ่งไร่นา…การศึกษาชุมชนจึงเป็นเทคนิคที่จะช่วยในการแก้ปัญหาดังกล่าว”

ปี 1950 เกิดโครงการเอเชียอาคเนย์ศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนล ด้วยการสนับสนุนด้านเงินทุนจากมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ มี Lauriston Sharp เป็นผู้อำนวยการคนแรก ภายหลังทศวรรษ1950 เกิดศูนย์ไทยศึกษาในอเมริกาตามอีกหลายแห่ง ซึ่งแสดงให้เห็นความตื่นตัวของอเมริกาเกี่ยวกับประเทศไทย ผ่านองค์กรอย่าง USOM (United States Operations Mission) และมูลนิธิเอกชนอื่นที่สนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานราชการ ตลอดจนการทำวิจัยของสถาบันการศึกษาต่างๆ ในไทย รวมถึงการเกิดมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เช่น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ตลอดจนการให้ทุน Fulbright แก่คนไทยจำนวน 8,000 คน ในช่วงปี 1950-1974 เพื่อไปศึกษาต่อในอเมริกา

นั่นมีเหตุผลมาจากความสัมพันธ์พิเศษระหว่างไทย-อเมริกา

ขณะที่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์เร่งพัฒนาประเทศสู่ระบบทุนนิยมด้วยการเปิดรับระบบตลาดเสรี รวมถึงการลงทุนและการช่วยเหลือจากอมริกาในด้านต่างๆ รัฐบาลอเมริกาเองก็ต้องการขยายอิทธิพลและรักษาผลประโยชน์ของตนเองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เฉพาะอย่างยิ่งในไทย เพื่อสกัดการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์

ปี 1963 ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยคอร์แนล ทำสัญญาจ้าง USAID สำรวจหมู่บ้านชาวเขาในจังหวัดเชียงราย (อำเภอเชียงดาว เวลา 3 เดือน) ที่ชื่อว่า Benington-Cornell Anthropological Survey Of Hill Tribes in Thailand ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานของอเมริกาที่ประจำอยู่ต่างประเทศ สนับสนุนเจ้าหน้าที่ต่างๆ ในการตัดสินใจชิงนโยบายอย่างสมเหตุผล นอกจากนี้ยังเป็นการสำรวจเพื่อวิเคราะห์ว่าจะบูรณาการชาวเขา กลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงกลุ่มย่อยทางวัฒนธรรมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นชาติได้อย่างไร

นอกจากมหาวิทยาลัยคอร์แนล ยังมีหน่วยงานอื่นในอเมริกาที่สนับสนุนนักวิชาการไทยศึกษาอเมริกันในการวิจัยทางการทหารและวิจัยหมู่บ้านชนบทของไทย เช่น RAND คอร์เปอเรชัน, มูลนิธิฟอร์ด, มูลนิธิเอเชีย ฯลฯ โดยเป้าหมายของานวิจัยก็เพื่อการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ เช่น ปี 1962 David Wilson เจ้าของผลงานหนังสือ Politics in Thailand เขียนเอกสารขนาดสั้นให้ RAND คอร์เปอเรชัน เพื่อให้รัฐบาลอเมริกันใช้ในการประเมินสถานการณ์ภัยคอมมิวนิสต์ในชนบทของไทย

ข้อมูลจาก

เก่งกิจ กิติเรียงลาภ. เขียนชนบทให้เป็นชาติ, สำนักพิมพ์มติชน มีนาคม 2562.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 ธันวาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยศึกษา-วิจัยชนบทแบบอเมริกัน โดยอเมริกัน เพื่ออเมริกัน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...