โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองมิสยูฯ กางสัญญา แจงยิบ ดราม่าฟ้าใส ยินดี ‘ให้มงกุฎ’ หากมารับด้วยตัวเอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ย. 2563 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2563 เวลา 09.55 น.

กองมิสยูฯ กางสัญญา แจงยิบ ดราม่าฟ้าใส ยินดี ‘ให้มงกุฎ’ หากมารับด้วยตัวเอง

เป็นอีกหนึ่งประเด็นดราม่าของวงการนางงามที่อยู่ในความสนใจของแฟนๆ กับกรณีการเซ็นสัญญา ข้อตกลง ระหว่าง ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 และท็อป 5 มิสยูนิเวิร์ส 2019 กับกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ นำโดย บริษัท TPN 2018 จำกัด

ที่แต่ละฝ่ายต่างผลัดกันออกมาแถลงถึงประเด็นดังกล่าว โดยเรียงไทม์ไลน์ละเอียดยิบ แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ข้อมูลไม่ตรงกัน

(อ่านข่าว : ปุ้ย ทีพีเอ็น ควงทนาย เปิดไทม์ไลน์ ‘สัญญา’ ร้อน กองมิสยูฯ-ฟ้าใส ละเอียดยิบ)

(อ่านข่าว : ฟังความจริงจากปาก ‘ฟ้าใส’ เปิดไทม์ไลน์โต้ดราม่าสัญญา กระทบหนักจนเป็นซึมเศร้า)

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน บริษัท ทีพีเอ็น โกลบอล จำกัด (TPN) ผู้ถือลิขสิทธิ์การจัดการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ นำโดย ปุ้ย – ปิยาภรณ์ แสนโกศิก, ณะ – ณรงค์ เลิศกิตศิริ ในฐานะ National Director และ นก – ชวาลา ป้องขันธ์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ​พร้อมด้วย นายวิชิต แก้วธนะสิน ทนายความ และนายบัณฑิต เทพอยู่ ผู้ช่วยทนายความ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และตอบข้อสงสัยของสื่อมวลชนในกรณีต่างๆ ตามที่บริษัทได้ถูกพาดพิง

โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ทางกองประกวดได้นำพระพุทธรูปพระแก้วมรกตซึ่งอัญเชิญมาจากห้องพระของปิยาภรณ์ เพื่อประดิษฐานเป็นพยานในการแถลงข่าวในครั้งนี้

สำหรับการแถลงข่าว สรุปได้ดังนี้

วันที่ 6 มิถุนายน 2562 วันลงทะเบียน ทางกองประกวดได้แจ้งให้ผู้เข้าประกวดทั้ง 60 คน รวมไปถึงผู้ดูแล ซึ่งมีทั้งผู้ปกครองและพี่เลี้ยงของผู้เข้าประกวด รับทราบถึง “บันทึกข้อตกลงการเข้าร่วมประกวด MUT2019” อย่างละเอียด ว่าหากใครได้รับตำแหน่งจะต้องมีการทำสัญญากันใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยระบุไว้ในข้อ 4.1.1.1 และในวงเล็บ ข. เพราะฉะนั้นจึงเป็นข้อตกลงไม่ใช่สัญญา

วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 (รับตำแหน่งแล้ว) ฟ้าใสและรองทั้ง 3 เดินสายไปพบปะสื่อมวลชน และมีอีเวนต์ตอนเย็น ซึ่งทางกองประกวดได้แจ้งและมีการนัดหมายก่อนหน้านี้ว่า หากใครพร้อมจะเซ็นให้มาเซ็นสัญญาในวันนี้เพราะพร้อมหน้ากันทุกคน ซึ่งรองทั้ง 3 คนได้เดินทางมาเซ็นสัญญา ยกเว้น “เบลล่า” ที่ไปแคสต์งานต่างประเทศ (เซ็นในภายหลัง) และ“ฟ้าใส” ที่มีงานตอนเย็น

– ตั้งแต่รับตำแหน่งกระทั่งก่อนวันนัดหมาย 17 กรกฎาคม มีระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือนที่จะเซ็นสัญญากันได้

– ส่วนประเด็นที่ฟ้าใสบอกว่าไม่ทราบเรื่องนัดเซ็นนี้ ขณะที่เพื่อนๆ รู้กันหมด กองประกวดขออย่าต่อว่าเพื่อนๆ เพราะทางผู้บริหารได้แจ้งทุกคนแล้วว่าสัญญาพร้อมที่จะให้เซ็นขอให้มารับทราบข้อสัญญา

– กรณีเรื่องระยะเวลา 3 ปีและค่าตอบแทน 50% มาจากการพูดคุย 3 คน ประกอบด้วย ปุ้ย ณะ และฟ้าใส ในช่วงก่อนไปแอตแลนต้าเกี่ยวกับอนาคตของฟ้าใส (ไม่เกี่ยวว่าจะได้ตำแหน่งมิสยูนิเวิร์ส2019หรือไม่) ว่าวางอนาคตตัวเองไว้อย่างไร ซึ่งฟ้าใสบอกว่าอยากทำเกี่ยวกับสถาบันฝึกนางงาม ซึ่งทางปุ้ยและณะ ก็เห็นด้วย จึงคุยกันว่างั้นเดี๋ยวเปิดบริษัทเพื่อตั้งสถาบันโดยจะให้ฟ้าใสบริหารงานเป็นเฮดหลัก ซึ่งฟ้าใสก็ดูแฮปปี้ดี และทางฟ้าใสยังสอบถามว่าแล้วจะจ้างเธอนานไหม ก็เลยเสนอไปว่างั้นก็จ้างทีละ 3 ปี และต่อสัญญากันเรื่อยๆ คงตลอดชีวิตนั่นแหล่ะ โดยในส่วนนี้เป็นการพูดคุยระหว่างกันจึงไม่มีการบันทึกเป็นหลักฐาน ทางปุ้ยก็ได้ยอมรับว่าพลาดเองในจุดนี้ เพราะไม่ได้คาดการณ์ว่าจะเป็นปัญหาในภายหลัง นี่จึงเป็นที่มาว่าทำไมในสัญญาของกองประกวดจึงระบุเซ็นสัญญากับฟ้าใส 3 ปี โดยสัญญาตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 จำนวน 1 ปี และอีก 2 ปีคือทำสัญญาทำงานกับกองประกวด

– ส่วนประเด็นเรื่องการแบ่งประโยชน์ 50 : 50 เป็นเรื่องที่คุยไว้ก่อนจะเดินทางไปประกวด ซึ่งเป็นสัดส่วนการแบ่งงานในต่างประเทศ ส่วนงานในไทย การแบ่งผลประโยชน์ยังเป็น 70 : 30 เช่นเดิม ไม่ได้ลดหรือเพิ่มแต่อย่างใด (ฟ้าใส 70 กองประกวด 30)

– กองประกวดรับว่าเพิ่มสัญญาจริง แต่เป็นเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ตามที่กล่าวมาข้างต้นดังที่ชี้แจงไปแล้ว จำนวน 2 ข้อ และข้ออื่นๆ อาทิ ผู้ให้สัญญาต้องไม่เกี่ยวข้องอาชญากรรม, ไม่ทำบริษัทเสียชื่อเสียง, ต้องเข้าร่วมการ Workshop เบื้องต้นที่บริษัทจัดให้ เว้นแต่ว่าตัวผู้ให้สัญญา จะมีเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่ไม่สามารถมาได้ ต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าก่อนสองวัน, ต้องคุมน้ำหนักและรูปร่างให้อยู่ในช่วงสัดส่วนที่บริษัทกำหนด โดยแต่ละคนจะไม่เท่ากัน, หากต้องการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ ด้วยการทำศัลยกรรม และการเปลี่ยนสีเปลี่ยนทรงผม ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากบริษัทเท่านั้น, ต้องเข้าร่วมการประชุมของ บริษัทประจำเดือน ประจำไตรมาส และประจำปี เพื่ออัพเดตผลงาน และแลกเปลี่ยนแนวความคิดกับทางบริษัทและนักแสดงคนอื่น ๆ เว้นแต่ว่าตัวผู้ให้สัญญาจะมีเหตุจำเป็นจริง ๆ ที่ไม่สามารถมาได้ ต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าก่อนสองวัน และต้องไม่ติดสุรา หรือเสพยาเสพติดให้โทษหรือมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง

– แต่สุดท้ายก็ไม่มีการทำสัญญาระหว่างฟ้าใสและบริษัท จึงไม่มีการเกิดสัญญาฉบับที่ 2-3 ถึงแม้ว่าจะมีการปรับแก้ร่างสัญญาตามความประสงค์ของคุณแม่ของฟ้าใสแล้ว

– 15 มกราคม 2563 ฟ้าใสเข้าพบกับทีพีเอ็น เพื่อทำการเซ็นสัญญา (ฉบับที่ฟ้าใสเรียกว่าฉบับที่ 3) โดยมาพร้อมกับลุงและป้าของฟ้าใส ซึ่งทางกองประกวดก็คาดว่าฟ้าใสจะเซ็นสัญญาเลยจึงมีการเตรียมเช็กเงินสดมามอบให้ด้วย แต่ฟ้าใสแจ้งความจำนงค์ว่าขอกลับไปคิดและปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน ซึ่งลุงฟ้าใสก็ถามว่าจะใช้เวลาอ่านกี่วัน ฟ้าใสบอกว่า 3 วัน วันนั้นจึงไม่มีการทำสัญญาต่อกัน

– หลังจากนั้นทางกองประกวดเห็นว่าเกินระยะเวลา 3 วันแล้ว ทนายความจึงแนะให้ทำจดหมายแจ้งไปยังฟ้าใสเกี่ยวกับการเซ็นสัญญา โดยมอบให้ผู้จัดการคนเดิมของฟ้าใส เป็นผู้นำไปให้ โดยได้รับการแจ้งว่ามอบให้ฟ้าใสแล้วในวันที่ 28 มกราคม 2563

– ปุ้ย ยังย้ำว่า ทางกองประกวดเป็นฝ่ายส่งจดหมายทวงถามไปก่อน จากนั้นฟ้าใสจึงทำการขอนัดเข้าพบกองประกวด ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ตามที่เธอได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ฟ้าใส เดินทางมาพร้อมญาติผู้ใหญ่ และทนายความ โดยฟ้าใสได้ทำสัญญาขึ้นมาเอง 1 ฉบับ เพื่อยื่นข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องให้บริษัท ซึ่งหลังบริษัทตรวจสอบสัญญาฉบับดังกล่าวแล้ว “เห็นว่าไม่เป็นธรรมกับบริษัท จึงไม่รับข้อเสนอของฟ้าใส”

ร่างสัญญาฉบับฟ้าใส ที่เพิ่มเข้ามามีหลายข้อ อาทิ ข้อ 4.1 ต้องปฏิบัติหน้าที่ในงานอันเป็นสาธารณกุศล หรืออื่นๆ ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากบริษัท ไม่เกิน 12(สิบสอง) ครั้ง นับตั้งแต่วันที่ได้รับตำแหน่งผู้ชนะเลิศมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019…  ข้อ 4.1.1 หากครบ 12 ครั้งแล้ว สามารถปฏิเสธงานต่อๆ ไป หรือเรียกร้องค่าตอบแทนจากบริษัทได้เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาทต่อครั้งสำหรับงานในกรุงเทพฯ หรือ 30,000 บาท ต่อวันสำหรับงานต่างจังหวัด ทั้งนี้การปฏิบัติงานต้องไม่เกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน  ข้อ 5.4 บริษัทต้องจัดให้มีการเวิร์กช็อปต่างๆ โดยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งนี้การเข้าร่วมเวิร์กช็อปต่างๆ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ให้สัญญาด้วย ข้อ 5.7 ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม หมิ่นประมาท และกระทำอื่นใดที่เป็นการอันไม่สมควรแก่ผู้ให้สัญญา ครอบครัวของผู้ให้สัญญา และผู้ดูแล

– ด้วยเหตุนี้ ทางฟ้าใสจึงยื่นข้อเสนอไม่ขอเข้าทำสัญญากับทางบริษัท และทางบริษัทก็พิจารณาว่าฟ้าใสไม่มีเจตนาที่จะทำงานร่วมกันแล้ว จึงยินยอมให้ฟ้าใสไม่เข้าทำสัญญา จากนั้นจึงมีการนัดหมายเพื่อลงชื่อบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องของเงินรางวัลต่างๆ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563

– วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 ฝ่ายกฎหมายของกองประกวดได้ส่งอีเมลบันทึกข้อตกลงให้ทางทนายความของฟ้าใสได้ตรวจสอบ ทางนั้นตอบกลับมาว่าขอแก้ไขก่อน และติดต่อเข้ามาว่าฟ้าใสไม่สามารถเข้ามาลงชื่อบันทึกข้อตกลงได้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 จึงขอเลื่อนเป็นวันที่ 4 มีนาคม 2563

– สำหรับประเด็นกองไม่เคยติดต่อประสานงานเรียกฟ้าใสมาเซ็นสัญญานั้น ทางกองได้โชว์หลักฐานการติดตามทวงในไลน์และเฟซบุ๊กเมสเซนเจอร์ เช่น วันที่ 1 กันยายน 2562 และในวันที่ 16 กันยายน 2562 ที่ฟ้าใสได้เลื่อนการเข้ามาพบเพื่อคุยเรื่องสัญญา ซึ่งทั้ง ปุ้ย ณะ และนก นั่งรออยู่

อย่างไรก็ตาม ปิยาภรณ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายการแถลงข่าว สำหรับมงกุฏมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 นี้ หากฟ้าใสคิดว่ามีคุณสมบัติและมีความชอบธรรมที่จะได้มงกุฏนี้ ทางกองประกวดมอบให้ สามารถติดต่อมารับด้วยตัวเองได้ โดยที่กองประกวดไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น และทางกองประกวดยืนยันว่าไม่ได้ให้ตามกระแส อยากให้จบทุกเรื่องด้วยดี

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...