อวัยวะเพศมีตุ่มขาวเรียงกัน เกิดจากอะไรและมีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร
มีตุ่มขึ้นที่อวัยวะเพศชาย เชื่อว่าคงเป็นปัญหาหนักใจของคุณผู้ชายหลายๆ คน เกิดความกังวลว่าจะเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ อันตรายมากน้อยแค่ไหน รักษาอย่างไรดี อยากให้ลองอ่านบทความนี้กันก่อน อย่าเพิ่งกังวลกันมากจนเกินไป เพราะตุ่มเหล่านั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งบทความนี้เราจะมาไขข้อข้องใจกันว่า ตุ่มเหล่านั้นเกิดจากอะไร และจะมีวิธีดูแลรักษาอย่างไรได้บ้าง
ตุ่มที่อวัยวะเพศชาย เกิดจากอะไรได้บ้าง?
1. เป็นตุ่มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ในเพศชายจะมีตุ่มเล็กๆ ที่เกิดขึ้นรอบๆ บริเวณส่วนหัวของอวัยวะเพศ อาจจะเป็นตุ่มที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่เรียกว่า Pearly Penile Papules บางคนมีตุ่มขนาดเล็กมากจนไม่อาจสังเกตเห็นได้ ในขณะที่บางคนก็มีขนาดใหญ่และอาจจะมีตั้งแต่ 1 – 3 แถว คล้ายกับหูดหงอนไก่ได้
ตุ่มเหล่านี้จัดว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้ารู้สึกกังวลใจก็สามารถใช้เลเซอร์ลบให้เล็กลง แต่ก็จะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำใหม่ได้อีก
2. เป็นตุ่มไขมันหรือตุ่มอื่นๆ
ตุ่มสีขาวที่เรามักมองเห็นนั้น อาจจะไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เป็นต่อมไขมันที่เรียกกันว่า Fordyce spot ซึ่งเกิดจากต่อมไขมัน (sebaceous glands) ที่ปกติมักจะอยู่ในรูขุมขน แต่กรณีนี้จะอยู่ที่ผิวหนังหรือด้านนอกของรูขุมขน หรือเป็นต่อมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างเช่น Tyson gland โดยไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใดและยังสามารถจางลงได้เอง หรืออาจจะเป็นอยู่นานเป็นเดือนเป็นปี
ทั้งนี้หากเป็นมากขึ้นก็สามารถใช้วิธีเลเซอร์ให้จางลงได้ แต่ก็จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
3. โรคหูดหงอนไก่
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV หรือ Human papilloma virus โดยติดจากการมีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยป้องกัน
ลักษณะเป็นติ่งเนื้อสีชมพู คล้ายกับดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่ ซึ่งมีวิธีรักษาหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของรอยโรค และรักษาหายแล้วก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
วิธีการรักษาหูดหงอนไก่
การรักษาด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ เป็นการตัดรอยโรคออกไป ลดอาการเจ็บด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่เสียก่อน แต่วิธีนี้จะมีข้อเสียตรงที่ควันจากการจี้รักษาจะมีเชื้อไวรัส HPV ถ้าสูดดมเข้าไปมากๆ อาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อ HPV ในระบบทางเดินหายใจได้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 5 – 50%
การรักษาด้วยวิธีจี้ด้วยความเย็น เป็นการใช้ไม้พันสำลีชุบกับไนโตรเจนเหลวแล้วป้ายที่รอยโรค หรือใช้วิธีพ่นสเปรย์ลงบริเวณที่รอยโรค เพื่อให้ความเย็นสัมผัสกับรอยโรคนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดบ้างและทิ้งรอยดำไว้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุก 2 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหายดี แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรคด้วยเช่นกัน และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20 – 40%
การตัดออกด้วยวิธีผ่าตัด โดยใช้ยาชาฉีดเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บปวด และยังเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดโอกาสหรือความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้มากที่สุด เพียงแค่ 20% เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ
ใช้ยา Imiquimod 5% ทาหรือป้ายที่รอยโรค เป็นการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคเพื่อให้ร่างกายกำจัดเชื้อ HPV เหมาะสำหรับหูดหงอนไก่ที่อยู่ในบริเวณที่ราบและไม่ได้อยู่บริเวณเยื่อเมือกต่างๆ ของร่างกาย และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20%
ใช้ยา Podophyllin 5% ทาหรือป้ายที่รอยโรค แพทย์จะแต้มยาชนิดนี้ทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง แล้วล้างออก โดยใช้รักษาเป็นระยะเวลา 3 – 4 สัปดาห์ หรือจนกว่ารอยโรคจะหาย ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรค แต่อาจจะรู้สึกแสบหรือระคายเคืองบริเวณที่แต้มยาไว้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 20 – 35%
ใช้ยา Trichloroacetic acid 50 – 70% ทาหรือป้ายที่รอยโรค โดยไม่ต้องล้างออก และใช้รักษาซ้ำทุก 2 สัปดาห์ หรือจนกว่ารอยโรคจะหาย แต่อาจจะรู้สึกแสบหรือระคายเคืองบริเวณที่แต้มยาไว้ และยังมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ 35%
โรคหูดข้าวสุก
เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Molluscum contagiosum จะเป็นตุ่มที่มีลักษณะเป็นรอยบุ๋มตรงกลาง เมื่อบีบแล้วจะมีน้ำสีขาวขุ่นคล้ายกับข้าวสุก
โดยแพทย์จะทำการรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้
รอเวลาให้หายเอง ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 เดือน ซึ่งมักจะใช้กับเด็กที่มีรอยโรคไม่มากนัก เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความรู้สึกเจ็บจากการรักษาด้วยวิธีอื่น
การขูดออก เป็นการขูดรอยโรคที่เรียกว่า Molluscum bodies ด้วยอุปกรณ์ที่เรียกว่า Curette โดยสามารถใช้ยาชาชนิดแปะ เพื่อลดอาการเจ็บปวดลงได้ และแพทย์จะทำการรักษาซ้ำทุก 2 – 3 สัปดาห์ จนกว่ารอยโรคจะหายไป
การจี้เย็น เป็นการใช้ไม้พันสำลีชุบกับไนโตรเจนเหลวแล้วป้ายที่รอยโรค เพื่อให้ความเย็นสัมผัสกับรอยโรคนั้นเป็นระยะเวลาประมาณ 10 – 15 นาที ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกเจ็บปวดบ้างและทิ้งรอยดำไว้ โดยสามารถทำซ้ำได้ทุก 2 สัปดาห์หรือจนกว่าจะหายดี แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรคด้วยเช่นกัน
การใช้ยา แพทย์จะใช้ยา Podophyllin เป็นยาชนิดเดียวกันกับที่รักษาโรคหูดหงอนไก่ เพื่อทำลายเซลล์ผิวหนังที่มีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เหมาะสำหรับรอยโรคที่อยู่บริเวณเนื้อเยื่อเมือกของอวัยวะเพศ และแพทย์จะทำการจี้ซ้ำทุกสัปดาห์ประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ จนกว่ารอยโรคจะหายไป
จากข้อมูลที่กล่าวข้างต้น เราก็พอจะทราบกันแล้วว่า ตุ่มสีขาวที่ขึ้นเรียงกันบริเวณอวัยวะเพศชายนั้น ไม่ได้มีสาเหตุจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป แต่เราก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเช่นกัน หากไม่มั่นใจว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ก็ควรปรึกษาแพทย์เพื่อยืนยันว่าไม่ได้เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จะต้องใช้ถุงยางอนามัยเสมอ รวมถึงรักษาความสะอาด และหมั่นสังเกตตัวเองด้วยนั่นเอง
ที่มาของข้อมูล
Delaram Ghadishah, Condyloma Acuminatum (Genital Warts) (https://emedicine.medscape.com/article/781735-overview), 22 October 2018
HPV Infection in Men (https://www.webmd.com/sexual-c…)
👨⚕️⚕️👩⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id
💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @honestdocs หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้
📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ
เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง
ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️