นักเรียนขับรถอีโก้ง แจง ใช้ขนฟางไปเพาะเห็ด ปกติไม่ได้ขับมา รร.
โซเชียลแห่แชร์ภาพ เด็กนักเรียนขับรถอีโก้งพาเพื่อนไปโรงเรียน อาจารย์ชี้แจง ที่แท้ช่วยกันไปเอาฟางข้าวมาเพาะเห็ด ปกติไม่ได้ขับมาโรงเรียน พร้อมตักเตือนให้ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
วันที่ 3 ก.ค. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ชัด ประมูลสิน” โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มพวกเราชาววัดโบสถ์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ของเด็กนักเรียนชายชั้นมัธยมปลายคนหนึ่ง กำลังขับรถอีโก้งพาเพื่อนๆ ประมาณ 7 คน ไปเรียนหนังสือ ซึ่งเป็นภาพที่ถูกถ่ายขณะติดไฟแดงที่ตลาดวัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
พร้อมเขียนข้อความว่า “กำลังมาแรงครับ ยืมรถพ่อมา อิอิ เห็นแล้วก็อมยิ้มไปตามๆ กันเลยครับ ขอบคุณน้องที่ให้ถ่ายนะครับ” โดยโพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจ มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลาย ทั้งเห็นด้วยว่าเป็นภาพที่น่ารัก ส่วนบางคนก็แสดงความคิดไม่เห็นด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตราย เกิดอุบัติเหตุได้ เพราะเป็นรถที่ใช้ในการเกษตร ไม่ควรนำมาขับบนท้องถนน
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนเเห่งหนึ่งใน จ.พิษณุโลก พบกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 5 ผู้บับรถดังกล่าว ที่มีผู้ถ่ายภาพนำไปโพสต์ไว้ โดยเจ้าตัวได้กเปิดเผยว่า ในวันดังกล่าว ตนได้ไปขอยืมรถอีโก้งจากพ่อที่บ้าน เพื่อนำไปขนกองฟางไปใช้เพาะพันธุ์เห็ดในวิชาการงานและอาชีพด้านการเกษตร ที่โรงเรียน แต่ก็ให้เพื่อนๆ สวมใส่หมวกกันน็อกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุด้วย
ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องราวอะไรใหญ่โต มีการแชร์ในโลกโซเชียลจนโด่งดังขึ้น ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ปกติแล้วทุกวันตนจะขี่รถจักรยานยนต์มาเรียนหนังสือ ไม่ได้ขับรถอีโก้งรับเพื่อนมาโรงเรียนด้วยแต่อย่างใด พร้อมกับมีการพูดคุยกับอาจารย์ให้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วทั้งหมด นอกจากนี้ที่บ้านของตนก็ทำอาชีพเกษตรกรรม จึงมีความสามารถทั้งขับรถไถนา และขับรถอีโก้ง
ด้าน น.ส.อุษณีย์ เสือจันทร์ ครูชำนาญการพิเศษ (ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียน) กล่าวว่า ตนได้เรียกนักเรียนทั้งหมดมาพูดคุยและชี้แจงให้ฟังแล้ว ร่วมกับผู้อำนวยการโรงเรียน ทราบว่าเป็นเหตุเฉพาะหน้า เนื่องจากเด็กขออนุญาตกลับบ้านไปเอาฟางข้าวมาเพาะเห็ดในวิชาด้านการเกษตร แต่ก็ไม่ทราบว่าเด็กจะขอยืมรถอีโก้งของพ่อมาใช้ จนมีผู้ถ่ายภาพนำไปโพสต์ลงในสื่อโซเชียล
จึงได้กำชับให้ขับขี่อย่างปลอดภัยสวมหมวกกันน็อกด้วยทุกครั้ง นอกจากนี้ต้องขอชื่นชมที่นักเรียนมีใจจิตอาสา มีน้ำใจช่วยเหลือกิจกรรมของโรงเรียน และก็ถือว่าเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ เพราะส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเด็กจะสามารถขับขี่รถพวกนี้ได้ ที่ผ่านมาทางโรงเรียนก็เป็นห่วงเป็นใย มีการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการป้องกัน เฝ้าระวังเรื่องใช้รถใช้ถนน