โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ล้มแล้วสู้ใหม่ ทศพล หิมพานต์ เล่าถึงวันสูญเสียเกือบหมดตัว กว่า 10 ล้าน!

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ก.ย 2563 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย 2563 เวลา 12.02 น.

ล้มแล้วสู้ใหม่ ทศพล หิมพานต์ เล่าถึงวันที่สูญเสียเกือบหมดตัว กว่า 10 ล้าน!

ทศพล หิมพานต์ ขุนพลเพลงแหล่ มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ว่า เริ่มต้นเรียนรู้เรื่องการแหล่จากพ่อที่เป็นคนทำขวัญนาคมาตั้งแต่อายุได้ 6-7 ขวบ แล้วหลังจากนั้นราว 1 ปีก็เริ่มติดตามพ่อไปทำขวัญนาค โดยรับหน้าที่ร้องแหล่โชว์ ต่อมาภายหลังได้ตัดสินใจบวชและเมื่อพ่อเสียชีวิต ก็มาหัดแหล่กับหลวงพ่อที่วัด และรับนิมนต์ไปแหล่ตามสถานที่ต่างๆ

“มีญาติโยมนิมนต์ไปทั่วเลย แหล่ติดต่อกันไม่ว่างแม้แต่วันเดียว 3 ปีเต็มๆ ร้องแหล่จนเลือดออกคอ” เขาเล่า

บอกด้วยว่าตอนที่บวชนั้น บวชอยู่นานถึง 12 ปี มาสึกอีกทีตอนไปเป็นทหาร เป็นอยู่ 2 ปี พอเลิกเป็นก็ผันตัวไปร้องเพลงตามห้องอาหารอยู่ราว 4 ปี

“ทำมาหากิน พอได้เลี้ยงตัว วันละ 80 บาท สมัยก่อนถือว่าเยอะนะ” เขาว่า

กระทั่งต่อมามีโอกาสได้ทำอัลบั้มเพลง ซึ่งอัลบั้มแรกทำยอดขายได้ถึงล้านตลับ

“ตอนนั้นค่าตัวก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ดีกว่าเก่าเยอะ จากวันละ 80 บาท เราได้วันละ 1,500-2,000 บาท ก็เป็นอะไรที่พลิก แต่หลังจากนั้นมาได้เงินตรงทำขวัญ พอรู้ว่าทศพลทำขวัญนาคได้ก็มีคนหามาเยอะ”

อย่างไรก็ดีเมื่อพิธีกรถามถึงรายได้ที่มีคนบอกว่า ได้ถึงวันละ 500,000 บาท เขาก็ว่าไม่ถึงขนาดนั้น

“5 แสนไม่ถึง ถ้าเป็นวงดนตรีด้วย ทำขวัญนาคด้วยอาจจะมี 2-3 แสน แต่ไม่ทุกวัน หลักๆ ก็ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เขาจะจัดงานบวชกัน” โดยรายได้นั้นก็ต้องแบ่งกับทีมงาน

ส่วนเมื่อพิธีกรถามเรื่องที่มีข่าวว่าเป็นหนี้สูงถึง 10 ล้านบาท ทศพลก็ว่าความจริงคือ “ด้วยความที่เรามาจากศูนย์ แล้วตอนหลังๆ มีงานเยอะ หลายปีผ่านไป เริ่มจะมีเงินบ้าง เลยมองไปยังพี่น้อง ยังไม่มีอะไร เลยลงทุนให้หลายอย่าง ผมชอบทำธุรกิจ ทั้งๆ ที่ไม่เป็น อยากให้พี่น้องทำ อย่างเช่น ลงทุนเปิดร้านอาหารให้ ซื้อรถไถ วัวตัวละเป็นแสน ตัวละ 4-5 หมื่น ก็ซื้อมาเป็นร้อยๆ ทำวงดนตรีให้น้องชายดูแล”

แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมๆแล้วน่าจะหมดเงินไปกว่า 10 ล้านบาท ทำให้เงินเก็บที่มีแทบจะหมด ขณะเดียวกันก็ยังมีหนี้สินอีกบ้าง

“ตรงนั้นหมดไปแล้ว ก็ไม่ได้โทษใคร ด้วยความที่เราไม่รู้จักในการที่เราจะทำธุรกิจตรงนั้น แต่อยากจะลงให้ เราไม่รู้ว่าพี่น้องเราเก่งไหม มันก็เลยไม่ได้ หมดไปทีละเล็กทีละน้อย ก็สะสมรวมแล้วประมาณ 10 ก็อึ้งอยู่พักหนึ่งว่าจะทำอะไรดี เหมือนเขาสร้างให้เรามาเป็นนักร้อง แต่ใจเรามันห่วงพี่ ห่วงน้อง จะยื่นเงินให้อย่างเดียว ก็ไม่ใช่ เราต้องการให้เขาแสดงฝีมือ แต่ว่ามันไม่ได้อย่างที่คิด”

“ก็ตั้งหลักใหม่ คิดลงทุนใหม่ เงียบอยู่หลายปีเหมือนกันนะ จังหวะลูกชายเรียนจบ แต่เขาชอบค้าขาย ผมเลยเปิดร้านสเต็กให้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ ก็ไม่ดี เลยไปปรึกษาเพื่อนที่นครสวรรค์เขามีโรงงานลูกชิ้น ผมเลยให้ลูกชายไปเรียนกับเพื่อนเลย แล้วมาทำเอง ตอนนี้ได้ 3 ปีกว่าแล้ว โรงงานลูกชิ้น หมูยอเราก็โอเค”

ฟังเต็มๆได้จากคลิปนี้

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...