โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยกระดับคุมเสี่ยง IT แบงก์ ธปท.จี้ผู้บริหารรับผิดชอบ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2561 เวลา 14.55 น.

แบงก์ชาติ “ยกระดับ” กำกับดูแลความเสี่ยงระบบไอทีธนาคาร ออกเกณฑ์กำกับใหม่บังคับใช้ 1 เม.ย.นี้ ชี้เป็นภารกิจสำคัญของ “ผู้บริหาร-บอร์ด” รับผิดชอบ หวั่นกระทบต่อความเสียหายต่อระบบการเงินประเทศ “อภิศักดิ์” แจงระบบ “เอทีเอ็ม-พร้อมเพย์” ล่มเรื่องปกติทั่วโลก ไม่กระทบความเชื่อมั่นอีเพย์เมนต์

“ยกระดับ” คุมเสี่ยงไอทีแบงก์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ประกาศ หลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (information technology risk) ของสถาบันการเงิน และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 20 มกราคม 2561 โดยระบุว่า จากที่สถาบันการเงินมีการนำระบบไอทีมาเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะบริการทางการเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) แม้ว่าจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของสถาบันการเงินมีประสิทธิภาพมากขึ้น และตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้น แต่หากสถาบันการเงินขาดการบริหารความเสี่ยงที่ดีอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านไอที และภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินทั้งในด้านความเสียหายทั้งที่เป็นจำนวนเงินและชื่อเสียง รวมทั้งอาจส่งผลกระทบต่อระบบการชำระเงินและระบบการเงินของประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อการใช้บริการทางการเงินได้

ธปท.จึงกำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลให้สถาบันการเงินมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านเทคโนโลยีและการบริหารความเสี่ยงด้านไอทีอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ในกรณีสถาบันการเงินเกิดปัญหาหรือเหตุการณ์ที่มีนัยสำคัญในการใช้ระบบไอที ซึ่งส่งผลต่อการให้บริการหรือชื่อเสียงของธนาคาร ต้องรายงานให้ ธปท.ทราบทันที รวมถึงเมื่อสถาบันการเงินมีการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เป็นครั้งแรกจะต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท.ก่อนดำเนินการ โดยประกาศนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2561

จี้ “บอร์ด-ผู้บริหาร” ดูแลใกล้ชิด

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และความสมพันธ์องค์กร ธปท.กล่าวว่า ประกาศของ ธปท. เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลความเสี่ยงด้านไอทีของสถาบันการเงิน และแนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยง วัตถุประสงค์คือ ต้องการให้สถาบันการเงินยกระดับการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญขององค์กร ต่างจากประกาศเดิมที่ความเสี่ยงด้านไอทีจะเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงด้านปฏิบัติการเท่านั้น

โดยคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคาร รวมถึงผู้บริหารระดับสูงต้องมีบทบาทมากขึ้น ในการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านไอที และให้สถาบันการเงินมีการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และบริหารความเสี่ยงด้านไอทีที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากโลกของเทคโนโลยี และการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“พร้อมเพย์” ถึง “ATM” ล่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่สถาบันการเงินอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่สังคมไร้เงินสด และก้าวสู่การให้บริการดิจิทัลแบงกิ้ง พบว่าช่วงที่ผ่านมา ระบบไอทีของธนาคารเกิดปัญหาต่อการให้บริการประชาชนบ่อยครั้งมากขึ้น โดยตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2560 ก็เกิดกรณีที่ผู้ใช้งานแอป SCB Easy จำนวนมากเกิดปัญหาโอนเงินผ่านแอปไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย เงินถูกตัดจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ปลายทางไม่ได้รับเงิน

นอกจากนี้ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ก็เกิดปัญหาระบบพร้อมเพย์ล่ม ทำให้มีธุรกรรมกว่า 20,000 รายการตกค้าง และไม่ได้รับเงินโอน และล่าสุดก็มีปัญหาผู้บริการกดเงินจากตู้เอทีเอ็มช่วง 31 ม.ค. 2561 จากหลายธนาคารเกิดปัญหาเงินถูกตัดออกจากบัญชี แต่ไม่มีเงินออกมา ไม่นับรวมปัญหาเกี่ยวกับการเรื่องอาชญากรรมทางไซเบอร์อื่น ๆ

นางสาววรรณา นพอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ็กซ์ จำกัด (ITMX) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2561 เกิดปัญหาระบบเอทีเอ็มล่มประมาณ 1 ชม. ขณะนี้ทาง ITMX อยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยวันที่ 31 ม.ค. มียอดการทำธุรกรรมผ่านตู้เอทีเอ็มกว่า 5 ล้านรายการ มากกว่าปกติที่มีค่าเฉลี่ย 2 ล้านรายการ อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมที่เกิดขึ้นอยู่ที่ 160 ธุรกรรมต่อวินาที ซึ่งยังอยู่ใน capacity ที่ระบบสามารถรองรับได้ที่ 300 ธุรกรรมต่อวินาที

ATM ลุ้นสิ้นเดือน ก.พ.อีกรอบ

นางสาววรรณากล่าวว่า ปัจจุบันการทำงานของระบบเอทีเอ็ม เมื่อลูกค้าใช้บริการ ธนาคารเจ้าของตู้เอทีเอ็มจะส่งข้อมูลมาที่ระบบสวิตช์ของ ITMX เพื่อยืนยันการทำธุรกรรมไปที่ธนาคารเจ้าของบัตร หากธนาคารเจ้าของบัตรตอบสนองช้าเกินระยะเวลา (time out) ทำให้การถอนเงินไม่สำเร็จ แต่ยอดเงินถูกตัดจากบัญชี โดยปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากระบบบางอย่างของธนาคาร

“จากปัญหาที่เกิดขึ้นล่าสุด หากสุดท้ายสืบสวนไม่พบสาเหตุอาจต้องมีการปรับจูนกันทั้งระบบ ตั้งแต่ระบบของ ITMX ธนาคาร และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า มีการติดขัดที่ตรงไหน ตอนนี้ ITMX กำลังรีวิวในทุกจุด สำหรับปลายเดือน ก.พ.นี้ ก็มีความกังวลเล็กน้อย เพราะทุกสิ้นเดือนจะมีจำนวนธุรกรรมมากขึ้นจากการออกเงินเดือนทั้งข้าราชการ และเอกชนพร้อม ๆ กัน”

ด้านนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า จากที่เกิดเหตุ 31 ม.ค. เกิดจากปริมาณรายการ ATM ของบางธนาคารเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากกว่าปกติ ทำให้การประมวลผลล่าช้า ส่งผลให้เกิดปัญหาลูกค้าถอนเงินจากบัญชีแล้ว แต่ไม่ได้เงิน ธนาคารมีการแก้ไขเพื่อเอาเงินเข้าบัญชีลูกค้าคืนลูกค้าภายในวันที่ 1 ก.พ.แล้ว อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังต้องพัฒนาระบบเพื่อป้องกันเหตุ และคาดการณ์สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตั้งรับเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

*คลังยันไม่กระทบเชื่อมั่น *

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ว่า กรณีที่ระบบเอทีเอ็มล่ม หรือระบบพร้อมเพย์ที่ล่มเมื่อตอนสิ้นปี ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของประชาชนต่อการใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพราะไม่ได้เกิดบ่อย และเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับระบบสถาบันการเงินทุกประเทศอยู่แล้ว และทางผู้ประกอบการมีมาตรฐานในการดูแลอยู่แล้ว และเมื่อพบสาเหตุแล้วก็ต้องปิดความเสี่ยง ถือเป็นเรื่องปกติ รวมถึงการรับผิดชอบคืนเงินผู้บริโภคที่แบงก์ก็รับผิดชอบกันอยู่แล้ว

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment ขณะนี้ได้เปิดให้สถาบันการเงินให้บริการระบบเรียกชำระเงิน หรือ request to pay ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพร้อมเพย์แล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างมาก เพราะสามารถป้องกันการโกงกันได้ จะช่วยให้ระบบอีคอมเมิร์ซของไทยมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาระบบเอทีเอ็มล่มไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ เพราะถือว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย ซึ่งผู้ให้บริการก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...