โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สถิติผู้ใช้ดิจิทัลทั่วโลก “ไทย” เสพติดเน็ตมากสุดในโลก-“กรุงเทพ” เมืองผู้ใช้ Facebook สูงสุด

Brandbuffet

อัพเดต 01 ก.พ. 2561 เวลา 10.03 น. • เผยแพร่ 01 ก.พ. 2561 เวลา 10.01 น. • WP

“We Are Social” ดิจิทัลเอเยนซี่ และ “Hootsuite” ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ได้รวบรวมสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เพื่อฉายภาพการเปลี่ยนแปลงทั้งภาคธุรกิจออนไลน์ และพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในแต่ละประเทศ ได้เผยว่าขณะนี้มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากกว่า 4,000 ล้านคนทั่วโลก

การเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ได้แรงหนุนมาจาก “สมาร์ทโฟน” ที่ปัจจุบันมีรุ่นราคาไม่แพงออกมาวางจำหน่ายมากมายหลากรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ง่าย และสะดวกขึ้น

โดยประมาณการณ์ว่าในปี 2017 ทั่วโลกมีผู้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องแรกในชีวิต ไม่ต่ำกว่า 200 ล้านคน และ 2 ใน 3 ของจำนวนประชากรโลกกว่า 7,600 ล้านคน มีโทรศัพท์มือถือ

การเพิ่มขึ้นของจำนวนสมาร์ทโฟน และผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต-สมาร์ทโฟน ย่อมส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้งาน Social Media โดยปัจจุบันประชากรกว่า 3,000 ล้านคนทั่วโลก ใช้ Social Media เป็นประจำทุกเดือน โดย 9 ใน 10 คนของผู้ใช้งาน Social Media เลือกเข้าผ่าน Mobile Device

ส่องการใช้งานอินเทอร์เน็ตโลก 

จาก 3 กราฟฟิกข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า…

- ปัจจุบันทั่วโลกมีประชากร 7.593 ล้านคน (55% อาศัยอยู่ในเขตเมือง)

- จากจำนวนประชากรโลกทั้งหมด มี 4.021 พันล้านคน เข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ต

- มีผู้ใช้งาน Social Media เป็นประจำ มากถึง 3.196 พันล้านคน

- ทวีปที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากสุดในโลก คือ ยุโรปเหนือ (94%) ตามมาด้วย ยุโรปตะวันออก (90%), อเมริกาเหนือ (88%) ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 58% ของจำนวนประชากรในภูมิภาคนี้

- ทวีปที่มีผู้ใช้ Social Media มากสุดในโลก คือ อเมริกาเหนือ (70%) ตามมาด้วย ยุโรปเหนือ (66%), เอเชียตะวันออก (64%) ขณะที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีผู้ใช้ Social Media 55% ของจำนวนประชากรในภูมิภาคนี้

กราฟิกข้างต้น แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน เรากำลังอยู่ในยุค "Mobile First" ที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนทั่วโลก หันมาเลือกเข้าผ่าน Mobile Device กันมากขึ้น โดย 3 อันดับภูมิภาคที่มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน Mobile Device มากสุด คือ ยุโรปตะวันออก (157%) ตามมาด้วย แอฟริกาใต้ (147%) และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (141%)

จากกราฟิกข้างต้น แพลตฟอร์ม Social Media ยอดนิยมทั่วโลก ยังคงเป็น "Facebook" ตามมาด้วย "YouTube" ส่วนอันดับ 3 คือ "Whatsapp" ต่อด้วย "Facebook Messenger" และ "WeChat"

ขณะที่ 5 อันดับภาษาที่นิยมสื่อสารกันบน Facebook แน่นอนว่าอันดับ 1 เป็นภาษาอังกฤษ รองลงมาคือ ภาษาสเปน, ภาษาฮินดี, อินโดนีเซีย, ภาษาโปรตุกีส ทั้งนี้ "ภาษาไทย" ติดอันดับ 12 ด้วยจำนวนผู้ใช้งาน 52,000,000 คน

คราวนี้มาดูโปรแกรมแชทสุดฮิตกันบ้างว่าทั่วโลกนิยมใช้อะไรมากที่สุด พบว่า "Whatsapp" มานำเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย "Facebook Messenger", "Viber", "WeChat" และอันดับ 5 "LINE"

 

เจาะลึกพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย

จากตลาดโลกแล้ว เรามาดูภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยกันบ้างว่าเป็นอย่างไร

จากกราฟฟิกข้างต้น ชี้ให้เห็นว่า…

- ประเทศไทยมีประชากร 69.11 ล้านคน (53% อยู่ในเขตเมือง) แบ่งเป็นประชากรผู้หญิง 51.3% - ผู้ชาย 48.7%

- รายได้ต่อหัวประชากรไทย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16,946 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี

- อัตราการรู้หนังสือของประชากรไทย คิดเป็นสัดส่วน 97% ของประชากรทั้งประเทศ

- มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน

- มีผู้ใช้งาน Social Media มากถึง 51 ล้านคน

- มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 93.61 ล้านเลขหมาย มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศ

- ในจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด มีผู้ใช้ Social Media เป็นประจำผ่าน Smart Device 46 ล้านคน

 

"คนไทย" ใช้เวลาเข้าอินเทอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก - กรุงเทพฯ ยังคงครองแชมป์เมืองที่มีผู้ใช้ Facebook มากสุดในโลก

จากกราฟิกข้างต้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่าปัจจุบัน "ประเทศไทย" เป็นประเทศที่ใช้เวลาต่อวันอยู่กับอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก (รวมทุกอุปกรณ์) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน และถ้าวัดเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน "ไทย" ยังคงเป็นประเทศที่ใช้เวลาท่องเน็ตต่อวันมากที่สุดในโลกเช่นกัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 56 นาที

นอกจากนี้คนไทยยังใช้เวลาในการเล่น Social Media โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 10 นาทีต่อวัน และใช้เวลาไปกับการดูทีวี (Broadcast, Streaming, Video On Demand) ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง 3 นาทีต่อวัน

ถ้าวัดทัศนคติในการใช้ดิจิทัลในกลุ่มคนไทย พบว่ามากถึง 68% เชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่ จะช่วยสร้างโอกาส มากกว่าเป็นเรื่องของความเสี่ยง ขณะเดียวกันจากกราฟิกข้างต้น สะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการป้องกันข้อมูลส่วนตัว และระบบความปลอดภัยของดิจิทัล โดยมากถึง 75% บอกว่า Data Privacy และระบบป้องกันความปลอดภัยการใช้งานดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมาก และ 40% จะลบ Cookies ออกจาก Internet Browser ทันที เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัว

 

"Google.co.th" เว็บไซต์ที่คนไทย นิยมเข้ามากสุด - คำค้นหามาแรงปี '17 "บอล - ดูหนัง - ตรวจหวย" 

กราฟิกนี้จะชี้ให้เห็นถึงความถี่ในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย โดยมากถึง 90% ใช้งานเน็ตทุกวัน / 8% เข้าเน็ตอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง / 2% เข้าเน็ตอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน

จากกราฟิกดังกล่าว ได้จัดอันดับเว็บไซต์ที่คนไทยเข้าใช้มากที่สุด โดยทั้งสถิติจาก "Similarweb" และ "Alexa" มีผลอันดับ 1 ตรงกันคือ คนไทยเข้าใช้งาน "Google.co.th" มากที่สุด แสดงให้เห็นว่าทุกวันนี้ Google.co.th เป็น Portal web อันดับหนึ่งของคนไทยไปแล้ว

ขณะที่ 5 อันดับ "คำ" ที่คนไทยค้นหามากที่สุดใน Google คือ บอล / หนัง / ผลบอล / Facebook / แปล นอกจากนี้ "ตรวจหวย" ติดอันดับเป็นหนึ่งในคำค้นหาสุดฮิตของคนไทยเช่นกัน

พฤติกรรมดูวิดีโออนไลน์ของคนไทย พบว่า

57% ดูวิดีโอออนไลน์ทุกวัน

27% ดูวิดีโอออนไลน์ทุกสัปดาห์

9% ดูวิดีโอออนไลน์ทุกเดือน

3% ดูวิดีโอออนไลน์น้อยกว่า 1 ครั้งต่อเดือน

3% ไม่เคยดูวิดีโอออนไลน์

ขณะที่พฤติกรรมของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อการดู "ทีวี" ยังพบว่ามากถึง 96% ดูทีวีผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือ มี 21% ที่ดูคอนเทนต์ Online Streaming บนเครื่องรับโทรทัศน์ แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน "Smart TV" เริ่ม Penetrate เข้าไปอยู่ในครัวเรือนคนไทยมากขึ้น และมี 40% ดูคอนเทนต์ Online Streaming ผ่านอุปกรณ์ต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต

 

เปิดพฤติกรรมการใช้ "Social Media" คนไทย - "กรุงเทพฯ" ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีผู้ใช้ Facebook มากที่สุดในโลก

- คนไทย 51 ล้านคนใช้ Social Media

- ในจำนวนคนใช้ Social Media มีมากถึง 46 ล้านคนเข้าผ่าน “Mobile Device”

- “Facebook” ยังคงเป็น Social Media ยอดนิยมอันดับ 1 ของคนไทย / ส่วนอันดับ 2 คือ “YouTube / อันดับ 3 “LINE” / อันดับ 4 “Facebook Messenger” / อันดับ 5 “Instagram”

- ยอดผู้ใช้งาน Facebook ในไทย อยู่ที่ 51 ล้านคน แบ่งเป็น 49% ผู้หญิง และ 51% ผู้ชาย

- จากยอดผู้ใช้ Facebook ในไทยโดยรวม มีมากถึง 90% เข้าผ่าน “Mobile Device”

5 เมืองที่มีผู้ใช้ Facebook มากที่สุดในโลก

อันดับ 1 กรุงเทพฯ 22,000,000 คน

อันดับ 2 ธากา (บังคลาเทศ) 20,000,000 คน

อันดับ 3 เบกาซิ (อินโดนีเซีย) 18,000,000 คน

อันดับ 4 จาการ์ต้า (อินโดนีเซีย) 16,000,000 คน

อันดับ 5 เม็กซิโก ซิตี้ 14,000,000 คน

กลุ่มผู้ใช้ "Facebook" มากที่สุดในไทย คือ คนกลุ่มอายุระหว่าง 18 - 34 ปี ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่ม Millennials ที่ใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน / ตามมาด้วยกลุ่มอายุ 35 - 44 ปี เป็นผู้บริโภคกลุ่ม Gen Y - Gen X

สองกราฟิกข้างต้น เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับ Facebook FanPage เพราะแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันถ้าจะให้ผู้บริโภคเห็น Post ของเพจต่างๆ มากขึ้น บรรดาเพจต้องจ่ายเงิน (Paid Media) เพื่อเพิ่ม Reach ให้มากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วมี 22.4% ของเพจ ที่จ่ายเงินให้กับ Facebook เพื่อเพิ่มการเข้าถึง

ขณะที่ประเภทคอนเทนต์ที่โพสต์บน Facebook แล้วจะได้ Engagement ดีที่สุด พบว่า อันดับ 1 คือ "วิดีโอ" (9.32%) รองลงมาคือ "โพสต์ลิงค์" (7.16%) ส่วนคอนเทนต์ที่จะได้ Engagement น้อยสุด คือ "รูป" (4.15%)  

- ปัจจุบันคนไทยใช้ Instagram 13 ล้านคน

- แบ่งเป็นผู้หญิง 60% และ ผู้ชาย 40%

 

ล้วงลึกในยุค "Mobile First" คนไทยใช้ชีวิตบนสมาร์ทโฟนอย่างไร ?!?

- ประเทศไทยมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ 93.61 ล้านเลขหมาย (สูงกว่าจำนวนประชากรไทย)

- 79% เป็น Pre-paid และ 21% เป็น Post-paid

- 99% ของการใช้งานโทรศัพท์มือถือคนไทย สามารถเข้าถึง 3G และ 4G

5 อันดับกิจกรรมบนโทรศัพท์มือถือ

อันดับ 1 ส่งข้อความแชท (77%)

อันดับ 2 ดูวิดีโอ (75%)

อันดับ 3 เล่นเกม (66%)

อันดับ 4 ใช้ Mobile Banking (56%)

อันดับ 5 ใช้บริการ Mobile Map ค้นหาสถานที่ (64%)

8 ฟังก์ชั่นการใช้งานยอดนิยมบนสมาร์ทโฟน

อันดับ 1 ตั้งนาฬิกาปลุก (42%)

อันดับ 2 ตารางนัดหมายประจำวัน (25%)

อันดับ 3 เช็คสภาพอากาศ (18%)

อันดับ 4 ใช้แอปพลิเคชันเกี่ยวกับการออกกำลังกาย-สุขภาพ (7%)

อันดับ 5 ถ่ายรูป-วิดีโอ (54%)

อันดับ 6 เช็คข่าวสาร (26%)

อันดับ 7 อ่าน e-books / e-magazine (19%)

อันดับ 8 จดบันทึกต่างๆ เช่น รายการซื้อของ, ภารกิจในแต่ละวัน

10 อันดับแอปพลิเคชันที่มีการใช้งานสูงสุดในไทย

อันดับ 1 LINE

อันดับ 2 Facebook

อันดับ 3 Facebook Messenger

อันดับ 4 Instagram

อันดับ 5 K-Mobile Banking

อันดับ 6 Joox Music

อันดับ 7 LAZADA

อันดับ 8 Twitter

อันดับ 9 WHOCALL

อันดับ 10 My AIS

10 อันดับแอปพลิเคชันที่มีผู้ดาวน์โหลดสูงสุดในไทย

อันดับ 1 Facebook Messenger

อันดับ 2 Facebook

อันดับ 3 LINE

อันดับ 4 Joox Music

อันดับ 5 Camera360

อันดับ 6 Instagram

อันดับ 7 4Share

อันดับ 8 LAZADA

อันดับ 9 YouTube

อันดับ 10 Shopee

 

เจาะลึกพฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์คนไทย 

ปัจจัยด้าน Financial Product/Service ของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งจะสัมพันธ์กับพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ (E-Commerce) โดยพบว่า

78% ของคนไทยมีบัญชีเงินฝากธนาคาร

6% มีบัตรเครดิต

1% ทำธุรกรรม Mobile Payment

4% ชำระค่าสินค้า/จ่ายบิลผ่านออนไลน์

6% ของผู้หญิงใช้ Internet Payment

3% ของผู้ชายใช้ Internet Payment

พฤติกรรมผู้บริโภคต่อการซื้อสินค้า E-Commerce (ในช่วงระยะเวลา 30 วันที่ผ่านมา)

71% ค้นหาข้อมูลสินค้า-บริการก่อนตัดสินใจซื้อ

70% เข้าไปดูร้านค้าออนไลน์

62% ตัดสินใจซื้อสินค้า-บริการบนออนไลน์

52% ซื้อสินค้าออนไลน์ ผ่านแล็ปท็อป หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

52% ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน

จากข้อมูลดังกล่าว จะเห็นได้ว่าในยุคดิจิทัล การซื้อสินค้า-บริการใดก็ตามบนออนไลน์ ผู้บริโภคยุคนี้จะค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันแนวโน้มการซื้อของออนไลน์ จะสั่งซื้อผ่าน "สมาร์ทโฟน" มากขึ้น

ปัจจุบันมีคนไทย 11.92 ล้านคน ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคบน E-Commerce โดยคิดเป็นมูลค่าการยอดขายบนออนไลน์ 2.962 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโตโดยเฉลี่ย 22% ต่อปี) และยอดการใช้จ่ายต่อคนต่อปี อยู่ที่ 248 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 8,600 บาท

มูลค่าการจับจ่าย และอัตราการเติบโตของแต่ละกลุ่มสินค้าที่คนนิยมซื้อบน E-Commerce

- เครื่องใช้ไฟฟ้า และ gadget 1,258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 14%)

- สินค้าและบริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยว 1,449 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 29%)

- แฟชั่น/บิวตี้ 531.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 38%)

- ของเล่น และสินค้า DIY ต่างๆ 510.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 30%)

- เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน 475.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 23%)

- วิดีโอเกม 228.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 10%)

- อาหาร และผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล 187.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 23%)

- ดิจิทัล มิวสิค 30.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เติบโต 6%)

ปิดท้ายผลวิจัย 2018 Digital Yearbook สำหรับประเทศไทย ด้วยการใช้ "สื่อโฆษณา" เพื่อสร้าง Brand/Product Awareness ให้ได้ผล พบว่าสื่อ 5 อันดับแรกที่ “ทรงพลัง” ในการสร้างการรับรู้ในแบรนด์และสินค้า-บริการ คือ

อันดับ 1 สื่อโทรทัศน์

อันดับ 2 สื่อออนไลน์

อันดับ 3 สื่อสิ่งพิมพ์

อันดับ 4 สื่อในสโตร์

อันดับ 5 โปสเตอร์

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...