โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง : History 101 ประวัติศาสตร์ของโลกสมัยใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มิ.ย. 2563 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2563 เวลา 06.46 น.
ภาพประกอบ Youtube Video/Netflix

การเรียนรู้ความจริงในอดีตทั้งของมนุษย์และของโลก ย่อมทำให้เราได้เห็นความจริงทั้งด้านดีและร้ายและตระหนักว่าเราจะไม่ย้อนกลับไปทำผิดอีกครั้งหรือไม่ หรืออันที่จริงประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า มนุษย์ไม่เคยเรียนรู้อะไรจากมันเลย นี่คือเรื่องราวที่ซีรีส์สารคดี History 101Ž ชวนตั้งคำถามผ่านสารคดีแต่ละตอนในซีรีส์ชุดนี้

สารคดีความยาว 10 ตอน ที่ทำให้เราเข้าใจโลกปัจจุบันชัดเจนขึ้น ได้เห็นว่าเรื่องราวต่างๆ มีพัฒนาการมาอย่างไร และเปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร และวันนี้เราอยู่ส่วนไหนของเรื่องราวเหล่านี้

ใน History 101 คือการคัดเลือกเรื่องราวสำคัญของโลก โดยเน้นไปที่ประเด็นวาระสากลŽ ที่เชื่อมโยงกับโลกสมัยใหม่ โดยแต่ละตอนใช้เวลาเล่าเฉลี่ยอยู่ที่ 20-22 นาที และเก็บสาระหลักของเรื่องไว้ด้วยวิธีเล่าที่น่าติดตาม ทั้งฟุตเทจเก่า ผสมด้วยวิดีโออินโฟกราฟิกที่มีวิธีเปรียบเปรยให้เราเข้าใจได้ง่ายๆ เห็นภาพ และจดจำได้

แต่ละตอนจึงมีประโยชน์ทั้งระดับการให้ความรู้ ปูพื้นฐาน สร้างมุมมอง ทบทวนและมองอนาคตของโลกใบนี้และมนุษยชาติ ผ่านการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องที่เลือกมานำเสนอเป็นประวัติศาสตร์ 101 นั้น คือเรื่อราวร่วมสมัยที่จะเป็นเทรนด์สำคัญของโลกŽ ต่อไป

อย่างตอน ฟาสต์ฟู้ดŽ คือการย้อนไปยังจุดกำเนิด อาหารฟาสต์ฟู้ดครั้งแรกในโลก ไปจนถึงการลำดับเรื่องให้เห็นถึงพัฒนาการของอาหารฟาสต์ฟู้ดที่กลายเป็นทั้งแบรนด์สินค้าส่งออกหลักและวัฒนธรรมหลักในแบบอเมริกันสไตล์ที่กระจายไปทั่วโลก ผ่านช่วงรุ่งโรจน์สุดขีดจนถึงช่วงปรับตัวกับการเผชิญวิกฤตคำถามว่าเป็นต้นเหตุปัญหาสุขภาพเกินเยียวยาของผู้คนในโลกสมัยใหม่หรือไม่ ลงเอยที่กลับมาพูดถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงเทรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดในอนาคตที่อาจจะเข้าสู่ยุค เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืชŽ แทน

กระทั่งที่ว่าฟาสต์ฟู้ดคือหนึ่งในสัญลักษณ์ของธุรกิจ ทุนนิยมŽ เพราะในแง่ของความเป็นธุรกิจอาหาร และสร้างอิทธิพลต่อวงการอาหารตั้งแต่ยุคทศวรรษ 50 เป็นต้นมา แผ่ขยายอิทธิพลสู่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกตั้งแต่ยุค 80-90 กลายเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมการบริโภคของโลกสมัยใหม่ไปในที่สุด

ในซีรีส์ยังมีตอนที่เล่าถึงพัฒนาการของโลกสมัยใหม่ที่อยู่บนพื้นฐานการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหลายตอน อาทิ ตอน หุ่นยนต์Ž ที่หากบอกว่าการพัฒนาและเทคโนโลยีในโลกใบนี้กำลังก้าวหน้าอย่างมากมาย ทั้งปัญญาประดิษฐ์ และยุคหุ่นยนต์ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า เหล่านี้เคยเป็นเรื่องราวในจินตนาการและภาพอนาคตแบบความฝันผ่านนิยายและหนังไซไฟ แต่วันนี้เราได้เห็นว่ามันกำลังเป็นความจริงขึ้นเรื่อยๆ

ความสามารถของเอไออันไร้ขีดจำกัดที่จะเข้าสู่ภาวะเอกฐานŽ หรือ Singurality หมายถึงจุดที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีก้าวข้ามความสามารถของมนุษย์จนสามารถแข่งขันกับมนุษย์ได้ นั่นคือหุ่นยนต์หรือเอไอที่จะมีทักษะแซงหน้าและแข่งกับมนุษย์มาถึงจุดที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้ว

แต่ความฝันอันสุดทะเยอทะยานที่เสี่ยงและก้าวไกลที่สุดของมนุษยชาติในขณะนี้ คือการเดินทางไปดาวอังคาร และสามารถสร้างชุมชนบนดาวใหม่นี้ได้ เป็นภารกิจที่ยากยิ่งกว่าไปดวงจันทร์หลายร้อยเท่า ลำพังแค่ห้วงเวลาการเดินทางจากโลกไปดาวอังคารก็ระยะไกลกว่าดวงจันทร์ถึง 160 เท่า และใช้เวลาถึง 8 เดือนในการเดินทาง ซึ่งเรื่องราวนี้จะถูกเล่าผ่านตอนที่ชื่อ การแข่งขันพิชิตอวกาศŽ ซึ่งจะปูพื้นความเป็นมาของภารกิจท่องอวกาศนับตั้งแต่สหรัฐกับโซเวียตในขณะนั้นต่างแข่งขันกันส่งยานอวกาศขึ้นไปนอกโลก ตั้งแต่บินโคจรรอบโลกครั้งแรกได้สำเร็จ ไปจนถึงเมื่อมนุษย์คนแรกเหยียบดวงจันทร์ ความก้าวหน้านี้หากย้อนรอยดูจุดเริ่มต้นก็มาจากความกลัวŽ ระหว่างกันของสหรัฐและโซเวียตในยุคสงครามเย็น ภารกิจทางด้านอวกาศแรกเริ่มจึงเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามจากศัตรู แต่เมื่อเวลาผ่านไปมนุษย์ก็พบว่าภัยคุกคามต่างๆ ที่ทำให้โลกใบนี้กระทบกระเทือนอย่างหนักคือปัญหาสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของมนุษยชาติบนโลกใบนี้ ดังนั้นการแข่งขันพิชิตอวกาศครั้งต่อไปจึงอาจไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างประเทศเช่นในอดีต แต่อาจเป็นการแข่งกับเวลาŽ ของมนุษยชาติบนโลกใบนี้ผ่านการเดิมพันไปให้ถึงดาวอังคารนั่นเอง

History 101Ž ยังได้ตั้งชุดคำถามที่สำคัญผ่านหลายๆ ตอน นั่นคือ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น มนุษย์มีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่ด้านหนึ่งก็มีภัยเงียบที่แฝงตัวกับความก้าวหน้านี้ตามมาด้วยหรือไม่ อาทิตอน พลังงานนิวเคลียร์Ž ที่พาไปดูเรื่องราวนับตั้งแต่อดีตที่ภาพจำอันเลวร้ายของโลกต่อการพัฒนานิวเคลียร์เริ่มต้นจากการสู้รบและใช้ในทางสงคราม ก่อนที่ต่อมาจะพัฒนานิวเคลียร์ในเชิงประโยชน์ทางด้านพลังงาน ซึ่งปัจจุบันพลังงานไฟฟ้ากว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของโลกมาจากพลังงานนิวเคลียร์

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่เดินหน้าสร้างโรงพลังงานไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำคัญ แต่ด้านหนึ่งทั้งขยะกัมมันตรังสี และอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่เคยเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในประวัติศาสตร์โลกสะท้อนว่ามนุษย์กำลังจะหาทางใช้พลังงานนิวเคลียร์ในเชิงสร้างสรรค์ หรืออีกด้านเรากำลังเล่นอยู่กับไฟหรือไม่

และในตอน พันธุศาสตร์Ž ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายใน 10 ตอนของซีรีส์ชุดนี้ ได้ย้อนกลับมาที่จุดตั้งต้นแรก พูดถึงต้นกำเนิดของมนุษย์ในระดับชีวภาพและโมเลกุลที่นำมาสู่การศึกษาเรื่องดีเอ็นเอŽ ซึ่งดีเอ็นเอได้กลายมาเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจโรค ไขคดีอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย ต่อยอดมาที่มนุษย์ได้ศึกษาลงลึกเรื่องพันธุศาสตร์จนสามารถเข้าไปตัดต่อพันธุกรรมพืช สัตว์ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนี้
กระทั่งขยายมาสู่การศึกษาพันธุศาสตร์ในตัวมนุษย์เอง ด้านหนึ่งมันคือการทดลองสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติก้าวสู่การมีอายุขัยที่ยืนยาวมากขึ้น แต่ด้านหนึ่งความก้าวหน้าที่รวดเร็วนี้ก็ชวนตั้งคำถามว่า เรากำลังทำอะไรพลาดไปหรือไม่Ž

มนุษย์กำลังเข้าไปแตะต้องสิ่งต้องห้ามบางอย่างทางธรรมชาติหรือไม่…

เหล่านี้เป็นตัวอย่างเรื่องเล่าในซีรีส์สารคดี History 101 ซีรีส์ที่ปูพื้นฐานความรู้สำคัญที่จะนำไปสู่การตั้งคำถามและสร้างมุมมองต่อโลกสมัยใหม่ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมมากขึ้น โดยใช้ช่วงเวลากลางทางของศตวรรษที่ 21 เป็นจุดตั้งต้นของคำถามสำคัญที่ว่า มนุษย์ได้เรียนรู้อะไรจากประวัติศาสตร์เหล่านี้มากน้อยเพียงใดŽ

แต่ละเรื่องราวที่ถูกเล่าใน History 101 จึงไม่ใช่การกล่าวโทษหรือเพียงแต่ชี้ปัญหาเท่านั้น แต่มันได้บอกให้เราเห็นถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในโลกจากนี้ไปอีก 20-30 ปี ข้างหน้า เมื่อมองเรื่องราวเหล่านี้ย้อนไปตั้งแต่ที่มาในอดีต ปัจจุบัน และคาดการณ์ถึงอนาคต

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...