โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บันทึกประวัติศาสตร์ แสตมป์ดวงแรก 6 รัชสมัย

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2561 เวลา 04.14 น.

เป็นธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนานตั้งแต่เริ่มมีการใช้ตราไปรษณียากรหรือแสตมป์ดวงแรกของไทย ตั้งแต่ปี 2426 ที่จะมีการเปลี่ยนแสตมป์สำหรับใช้งานทั่วไป หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อเรียกว่า แสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์ เนื่องจากส่วนใหญ่ใช้พระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงแต่ละรัชกาล

“ประชาชาติธุรกิจ” พาย้อนอดีตแสตมป์ดวงแรกของแต่ละรัชสมัย

“โสฬศ” แสตมป์ชุดแรก

แสตมป์ชุดแรกของประเทศไทย คือ ชุดพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 5 หรือที่เรียกกันว่า ชุดโสฬศ (แปลว่า สิบหก มีความหมายสอดคล้องกับค่าเงินในสมัยโบราณ) วันแรกจำหน่าย 4 สิงหาคม 2426 ใช้ภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์เบื้องซ้ายภายในวงกรอบรูปไข่ ตัวหนังสือและตัวเลขใช้อักษรและเลขไทยล้วน โดยชุดแรกยังไม่มีกาวและไม่มีลายน้ำ ออกแบบโดยกรมไปรษณีย์โทรเลขเป็นผู้ว่าจ้าง มีทั้งหมด 6 ชนิดราคา ได้แก่ 1 โสฬศ 1 อัฐ 1 เสี้ยว 1 ซีก 1 เฟื้อง 1 สลึง จัดพิมพ์โดย วอเตอร์โลว์ แอนด์ ซันส์ ประเทศอังกฤษ ใช้วิธีการพิมพ์แบบเอ็นเกรฟ (Engraved คือ การแกะบล็อกทองเหลือง หรือโลหะ ด้วยมือ ทำเป็นต้นแบบแม่พิมพ์แสตมป์)

เริ่มระบุคำว่า “สยาม-SIAM”

แสตมป์ชุดแรกในรัชกาลที่ 6 คือ “ชุดเวียนนา” เนื่องจากจัดพิมพ์ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีวันแรกจำหน่าย 15 ตุลาคม 2455 (ร.ศ.131) เป็นภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ผินพระพักตร์กึ่งซ้าย ภายใต้กรอบลายไทย และระบุคำว่า “สยาม-SIAM” หลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU : Universal Postal Union) เมื่อ 1 กรกฎาคม 2428

โดยชนิดราคาตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไป ได้นำพระมหาพิชัยมงกุฎ และพระวัชระเป็นรูปวชิราวุธ ประกอบด้วย ออกแบบโดย “ซินยอร์ ทามาโญ”

มี 12 ชนิดราคา ได้แก่ 2 สตางค์ 3 สตางค์ 6 สตางค์ 12 สตางค์ 14 สตางค์ 28 สตางค์ 1-3 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท จัดพิมพ์ที่โรงพิมพ์อิมพิเรียล รอแยล คอร์ต สเตท พริ้นติ้ง เวิรคส์ เมืองเวียนนา ประเทศออสเตรีย ใช้การพิมพ์ด้วยวิธีเอ็นเกรฟ

รัชกาลที่ 7 คือ ชุด “ประชาธิปก” แรกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2471 (ทยอยออกจำหน่ายทีละชนิดราคา) ใช้ภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในกรอบซึ่งออกแบบโดยขุนเทพลักษณ์เลขา พร้อมระบุคำว่า “สยาม-SIAM” มีทั้งหมด 15 ชนิดราคา ตั้งแต่ 2 สตางค์ จนถึง 40 บาท พิมพ์ที่บริษัท วอเตอร์โลว์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ประเทศอังกฤษ ด้วยวิธีเอ็นเกรฟ

รัชกาลที่ 8 ใช้คำว่า “ไทย”

รัชกาลที่ 8 ชุดแรก คือ ชุดที่ระลึกงานพระราชพิธีสมโภชสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล วันแรกจำหน่าย 17 เมษายน 2484 ใช้ภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 8 ในชนิดราคา 2 สตางค์ 3 สตางค์ 5 สตางค์ 10 สตางค์ ส่วนชนิดราคา 15 สตางค์ 25 สตางค์ 50 สตางค์ ใช้รูปคนไถนา ส่วนชนิดราคา 1 บาท 2 บาท 3 บาท 5 บาท และ 10 บาท ใช้รูปพระราชวังบางปะอิน พร้อมระบุคำว่า “ไทย” ออกแบบภายใต้

คณะกรรมการ ประกอบด้วย หลวงโกวิทย์ อภัยวงศ์ หลวงวิจิตรวาทการ และหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร จัดพิมพ์ที่ บริษัท วอเตอร์โลว์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ประเทศอังกฤษ ด้วยวิธีอินทากลิโอ (Intaglio : ใช้แผ่นทองแดงเป็นแม่พิมพ์สร้างแม่พิมพ์ร่องลึก เพื่อสร้างเส้นพิมพ์นูนป้องกันการปลอมแปลง)

รัชกาลที่ 9 “ไทย-SIAM”

รัชกาลที่ 9 คือ ชุดสยาม เป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 พร้อมระบุคำว่า “ไทย-SIAM” และ “POSTES” ใช้การไล่โทนสีแทนการใช้กรอบรูปไข่ หรือลายไทย อย่างชุดอื่น วันแรกจำหน่ายสำหรับชนิดราคา 5 สตางค์ และ 20 สตางค์ คือ 15 พฤศจิกายน 2490 ราคา 1, 2, 3, 5, 10 และ 20 บาท วันที่ 1 พฤศจิกายน 2491 ชนิดราคา 10, 50 สตางค์ วันที่ 1 มกราคม 2492 ออกแบบโดยกรมไปรษณีย์โทรเลข บริษัท วอเตอร์โลว์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ประเทศอังกฤษ ด้วยวิธีสตีลเอ็นเกรฟ (Steel Engraved)

ชุดล่าสุด คือ ตราไปรษณียากรพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เป็นภาพพระฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 10 ครึ่งพระองค์ ทรงประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ พร้อมระบุคำว่า “ประเทศไทย THAILAND” ออกแบบโดย “ธเนศ พลไชยวงศ์” นักออกแบบแสตมป์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย วันแรกจำหน่าย 28 กรกฎาคม 2561 มีทั้งหมด 12 ชนิดราคา ใช้วิธีการพิมพ์แบบลิโธกราฟี่ (Lithography : ถ่ายภาพจากต้นแบบแล้วแยกพิมพ์แต่ละสีก่อนนำไปอัดบนแผ่นสังกะสี) สำหรับชนิดราคา 50 บาท และ 100 บาท ในส่วนของพระฉายาลักษณ์ปั๊มดุนนูน และกรอบภาพวงรีและลวดลายไทย ปั๊มฟอยล์แดง และฟอยล์ทอง

เน้นความงามสง่า

“ธเนศ พลไชยวงศ์” นายช่างศิลป์ ระดับ 7 บริษัท ไปรษณีย์ไทย ผู้ออกแบบแสตมป์ใช้ทั่วไปชุดแรกในรัชกาลปัจจุบัน เปิดเผยว่า การออกแบบแสตมป์พระบรมฉายาลักษณ์เป็นอีกชุดที่ไปรษณีย์ไทยให้ความสำคัญมาก และเดิมใช้การวาดด้วยมือ 100% เพิ่งเริ่มนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในช่วงปี 2536 แต่ใช้แค่ในการจัดวางภาพและจัด

ตัวอักษรให้อยู่ในตำแหน่งและขนาดที่เหมาะสมเท่านั้น ในส่วนของชุดแรกของรัชกาลที่ 10 ใช้ผสมกันทั้งในการรีทัชภาพที่ได้รับพระราชทานมา และในการสร้างแสงเงาให้พอดี รวมถึงใช้เทคนิคการพิมพ์แบบเมทัลลิกโกลด์ เพื่อเพิ่มคุณค่า ความสวยงามขึ้นอีก

“แสตมป์รัชกาลที่ 9 ชุดที่ 10 เป็นชุดสุดท้ายที่ใช้การวาดมือทั้งหมด 100% สำหรับการใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย ส่วนใหญ่ใช้เพื่อเพิ่มความคมชัด สร้างมิติของภาพ ลดทอนรายละเอียดในภาพส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อสร้างความโดดเด่น แล้วจึงจะมีการวาดใหม่เฉพาะในส่วนที่ต้องมีการแก้ไขให้ดีขึ้น”

แนวคิดในการออกแบบชุดนี้เน้นที่ความโปร่งโล่ง เพื่อส่งเสริมให้พระฉายาลักษณ์งามสง่ายิ่งขึ้น โดยมีกรอบลายไทยเข้ามาช่วยเสริม

“กรอบลายไทยที่ใช้เพื่อสะท้อนความเป็นไทย และเสริมให้ดูงามสง่าขึ้น ด้วยการลดทอนลวดลายบางส่วนออก อย่างในส่วนที่เป็นลายกระจังตาอ้อย และนำลายประจำยามมาใช้แบบให้ 4 มุมแสตมป์ มาต่อกันเป็นลายประจำยามได้ เนื่องจากเป็นลายแม่บทของลายไทยที่จะสามารถนำไปแตกแขนงเป็นลายไทยในแสตมป์ชุดต่อ ๆ ไป เพื่อให้มีลวดลายและลูกเล่นที่ซับซ้อนขึ้นได้”

ส่วนโทนสีของแต่ละชนิดราคาที่ต้องแตกต่างกัน ใช้โทนสีเดิมของแสตมป์ใช้ทั่วไปชุดก่อน ๆ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้งาน

“โทนสีของแต่ละชนิดราคาจะใช้ตามของเดิม แต่กรอบลายในแสตมป์ชุดแรกของแต่ละรัชสมัยจะออกแบบให้ลายไม่ซ้ำกัน ซึ่งในชุดแรก ๆ มักจะใช้ลายฝรั่งมาเป็นกรอบ เพราะยังเป็นยุคที่จ้างบริษัทต่างประเทศเป็นผู้ออกแบบ เพิ่งจะเริ่มใช้ลายไทยอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 7 เพราะไปรษณีย์ไทยออกแบบเอง ไม่ได้จ้างแล้ว และมักจะเห็นการนำสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนความเชื่อหรือสัญลักษณะประจำพระองค์มาใช้ประกอบด้วย”

ในส่วนของแสตมป์ทั่วไปชุดแรกของรัชกาลนี้ ตัวแสตมป์เน้นความโปร่ง แต่ในการออกแบบสิ่งสะสมประกอบ อาทิ ซองวันแรกจำหน่าย มีการนำตราประทับรูปครุฑมาใช้ออกแบบประกอบด้วย อย่างการใช้ตราประทับครุฑ ตามความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นพระนารายณ์อวตารมา จึงนำครุฑที่เป็นสัตว์พาหนะของพระนารายณ์มาประกอบด้วย

สำหรับแสตมป์ใช้ทั่วไปที่เป็นชุดพระบรมฉายาลักษณ์จะพิมพ์ชุดเดิมออกใช้งานราว 10 ปี ถึงเปลี่ยนรูปแบบใหม่ แต่ไม่ได้มีข้อกำหนดตายตัว หลัก ๆ แล้วการเปลี่ยนชุดใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไปรษณีย์ไทยปรับอัตราค่าส่งไปรษณียภัณฑ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...