โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยโอลิมปิกครั้งสุดท้ายของ ไมเคิล เฟลป์ส

STADIUM

อัพเดต 24 ก.ค. 2564 เวลา 07.37 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2564 เวลา 22.00 น. • ณัฐกร ทองนพเก้า

เมื่อ 36 ปีที่แล้ว ไมเคิล เฟลป์ส หนึ่งในนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่ง 15 ปีต่อมาเขาก็กรุยทางติดทีมชาติสหรัฐฯ ไปลุย โอลิมปิก เกมส์ ครั้งแรกในชีวิตได้สำเร็จ ก่อนที่จะคว้าแชมป์โลกรวมทั้งทำลายสถิติโลกได้สำเร็จในอีก 9 เดือนต่อมา

 

พออายุได้ 19 ปี เฟลป์ส ก็เริ่มต้นตำนานของตัวเองในโอลิมปิก ด้วยการคว้าไปถึง 6 เหรียญทอง 3 เหรียญทองแดง และอีก 12 ปีต่อมาเขาก็ปิดฉากอาชีพที่ ริโอ 2016 ด้วยการคว้าไปอีก 5 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน จบเส้นทางอันยาวนานในฐานะนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิกด้วย 23 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง

 

และในฐานะที่เป็นนักกีฬาที่ยิ่งที่สุดของโอลิมปิก เราจะพาทุกคนไปย้อนความทรงจำกับโอลิมปิกครั้งสุดท้ายของตำนานฉลามหนุ่มอเมริกันรายนี้

 

 

ผลัดฟรีสไตล์ 4x100 เมตร : เหรียญทองแรกในโอลิมปิกหนสุดท้าย

 

หลังจากที่ได้รับเลือกให้ถือธงชาตินำขบวนนักกีฬาสหรัฐฯ ในพิธีเปิด ริโอ เกมส์ ซึ่งจัดว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร่วมในพิธีนี้ เฟลป์ส ก็คว้าเหรียญทองแรกในโอลิมปิกหนสุดท้ายจากประเภทผลัดฟรีสไตล์ 4x100 เมตร และเป็นเหรียญทองที่ 19 ในอาชีพ โดยเขารับหน้าที่เป็นไม้สองต่อจาก คาเล็บ เดรสเซล ก่อนแซง ฟาเบียง ชิโลต์ จาก ฝรั่งเศส ช่วยให้สหรัฐฯ ขึ้นเป็นผู้นำจนถึงการเข้าเส้นชัยในไม้สุดท้าย  

 

 

ผีเสื้อ 200 เมตร : เหรียญทองที่ได้แก้มือจาก ลอนดอน เกมส์

 

2 วันถัดมาหลังจากคว้าเหรียญทองแรก เฟลป์ส ก็ได้ลงแข่งนัดชิงประเภทบุคคลในรายการ ผีเสื้อ 200 เมตร ซึ่งทำให้เขาเป็นนักว่ายน้ำคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เข้าถึงรอบชิงประเภทเดียวกัน 5 สมัย หลังจากเข้าอันดับ 5 ในปี 2000, คว้าเหรียญทอง 2 สมัยในปี 2004 และ 2008 ก่อนจะได้เหรียญเงินในปี 2012 ซึ่งแพ้ แชด เลอ กลอส จาก แอฟริกาใต้ มาคราวนี้เขาแก้มือได้สำเร็จโดยแตะขอบสระเป็นคนแรกเอาชนะ มาซาโตะ ซากาอิ จาก ญี่ปุ่น ไป 0.04 วินาที ก่อนจะเปิดเผยว่า การคว้าแชมป์ประเภทนี้คือเป้าหมายหลักของเขาในการกลับมาลงแข่งขัน ขณะที่ เลอ กลอส ได้อันดับ 4 นอกจากนั้นเหรียญทองนี้ยังทำให้เฟลป์สเป็นนักว่ายน้ำอายุมากที่สุด (31) ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกอีกด้วย

 

 

ผลัดฟรีสไตล์ 4x200 เมตร : เหรียญทองที่ 21 กับการคว้าแชมป์ 4 สมัยติด

 

ในวันเดียวกันหลังจากที่คว้าเหรียญทองผีเสื้อ 200 เมตร เฟลป์ส ร่วมด้วย คอเนอร์ ดไวเยอร์, ทาวน์ลีย์ ฮาส และ ไรอัน ล็อคตี้ ก็คว้าเหรียญทองในประเภทฟรีสไตล์ 4x200 เมตร ซึ่ง เฟลป์ส กับ ล็อคตี้ คว้าแชมป์รายการนี้เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน และเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลของกีฬาว่ายน้ำทุกประเภท

 

 

เดี่ยวผสม 200 เมตร : เหรียญทองที่ 22 กับอีกครั้งของการเขียนหน้าประวัติศาสตร์

 

เฟลป์ส คว้าเหรียญทองที่ 22 ของตัวเองในรายการเดี่ยวผสม 200 เมตร จากการเอาชนะ โคสุเกะ ฮากิโนะ จากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ประเภทนี้เป็นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน กลายเป็นนักว่ายน้ำคนแรกที่คว้าแชมป์ประเภทบุคคลได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 4 สมัย และกลายเป็นนักกีฬาคนที่ 3 ที่คว้าเหรียญทองประเภทบุคคลในโอลิมปิกประเภทเดียวกัน 4 ครั้งติดต่อกันขึ้นไป ที่ยิ่งไปกว่านั้นเฟลป์สยังทำลายสถิติที่ยาวนานกว่า 2,168 ปี ในการคว้าเหรียญทองประเภทบุคคลได้ถึง 13 เหรียญ แซง ลีโอไนดาส แห่ง โรดส์ ที่ครองสถิติดังกล่าวมาตั้งแต่โอลิมปิกครั้งโบราณ  

 

 

ผีเสื้อ 100 เมตร : ปิดฉากประเภทเดี่ยวรายการสุดท้ายด้วยเหรียญเงิน

 

ในการลงแข่งท่าผีเสื้อ 100 เมตร ซึ่งเป็นการแข่งประเภทบุคคลครั้งสุดท้ายของเฟลป์สในโอลิมปิก เจ้าตัวพลาดโอกาสคว้าเหรียญทองประเภทนี้ 4 สมัยติด หลังแพ้ต่อ โจเซป สคูลลิ่ง ดาวรุ่งพุ่งแรงจากสิงคโปร์ซึ่งมีเขาเป็นไอดอล โดยเฟลป์สได้เหรียญเงินร่วมกับ แชด เลอ กลอส และ ลาสซ์โล่ เชห์ จาก ฮังการี

 

 

ผลัดผสม 4x100 เมตร : ปิดฉากด้วยเหรียญทองที่ 23

 

เฟลป์สปิดฉากโอลิมปิกของตัวเองด้วยการคว้าอีก 1 เหรียญทอง เป็นเหรียญทองที่ 23 ในโอลิมปิกของเขา และรวมทั้งหมดเป็นเหรียญที่ 28 โดยร่วมกับ ไรอัน เมอร์ฟี่, โคดี้ มิลเลอร์ และ นาธาน อาเดรียน ซึ่ง เฟลป์ส ลงว่ายในท่าผีเสื้อ ก่อนจะทำลายสถิติโอลิมปิก และช่วยให้สหรัฐฯ คว้าเหรียญทองที่ 1001 ในโอลิมปิก ปิดฉากการเป็นนักว่ายน้ำของตัวเองอย่างสมศักดิ์ศรีกับการเป็นนักกีฬาโอลิมปิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...