โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าของอดีตผับดังวัยรุ่นนับร้อยยกพวกตีกันวอนขอความเป็นธรรม! (คลิป)

77kaoded

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2563 เวลา 09.51 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – ซึ่งไม่มีเจตนากลับมาทำผิดคำสั่งปิดผับตัวเองที่ผ่านมา รวม 5 ปี แต่อย่างใด แต่เป็นการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อประกอบธุรกิจด้านอื่นแทน และไม่ใช่เปิดเป็นผับหรือสถานบันเทิงเหมือนเดิมเด็ดขาด วอนขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้นกับสังคมด้วย ด้านนายอำเภอยันต้องดำเนินการตามระเบียบกฏหมายให้ชัดเจน!

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 20 ก.ค.63 มีความคืบหน้าล่าสุดโดยเจ้าของอดีตผับดังกล่าว รายนี้ได้ ออกมาขอความเป็นธรรมต่อสังคมผ่านผู้สื่อข่าวในครั้งนี้ด้วยว่า  หลังมีข่าวช่วงเกิดเหตุเมื่อเวลา 00.30 น.ที่ผ่านมา ว่าเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นนับร้อยยกพวกตีกัน และยกพวกขี่ จยย.ป่วนทั่วเมือง และมีสาว วัย 32 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกทำร้ายร่างกายย่านอดีตผับดังกล่าวในครั้งนี้ด้วย อยู่ริมถนนสายชัยภูมิ-บ้านเขว้า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ

โดยเจ้าของอดีตผับดัง กล่าวว่า ซึ่งหลังเคยถูกสั่งปิดไปแล้ว 5 ปี และต่อมาผ่านมาได้ไม่ถึง 2 ปี โผล่ทำผิดซ้ำรอยอีกนั้น  ที่มีการนำเสนอข่าวซึ่งหลังเคยถูกถอนใบอนุญาตสั่งปิดไปแล้วมาตั้งแต่ปลายปี 2561 ซึ่งให้หยุดกิจการของผับดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี ไปจนถึงปี 2566 แต่ล่าสุดชาวบ้านคนชัยภูมิ พากันงงทั่วเมืองว่าอยู่ดีๆ กลับมาเปิดในลักษณะดังกล่าวซ้ำกันขึ้นในจุดเดิมได้อีก จนล่าสุดมีการมาเปิดเป็นร้านอาหารบังหน้ามาได้เพียง 3 วัน มีการปล่อยให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้บริการเมาโจ๋งครึ่ม จนมีกลุ่มวัยรุ่นนับร้อยคนเมายกพวกตีกันจนมีสาววัย 32 ปี ถูกมีดฟันใบหน้าตาปูดเจ็บสาหัส และยังพากันขับ จยย.ป่วนไปทั่วเมืองนั้น

รวมทั้งล่าสุดด้านนายอนุชา  เจริญรักษ์ นายอำเภอเมืองชัยภูมิ ก็กล่าวยืนยันว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ ที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตามกฎหมายกับร้านที่มาเปิดเป็นร้านอาหารบังหน้า ที่มีการจำหน่ายสุรา และมีวงดนตรีเล่นคล้ายกันอยู่  คล้ายเปิดเป็นผับสถานบันเทิงเหมือนเดิมโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามระเบียบกฎหมายแล้ว

และในล่าสุด ทางอีกด้านของ เจ้าของอดีตผับดังในครั้งนี้เอง ก็ได้ออกมาขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ต่อสังคมด้วย ว่ากรณีที่เกิดขึ้น ตนเองไม่ได้กลับมาเปิดเป็นผับ หรือสถานบันเทิงเหมือนเดิมแต่อย่างใด แต่เป็นการเข้ามาใช้พื้นที่เพื่อทำกินเป็นธุรกิจประเภทอื่นแทน โดยมีการปรับปรุงพื้นที่จากผับเดิม ให้เปลี่ยนมาเป็นสวนอาหารใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ได้ทำผิดเงื่อนไขการถูกสั่งปิดผับดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี แต่อย่างใด เพราะเป็นการใช้พื้นที่ทำอย่างอื่นแทนที่ไม่เหมือนกัน และคำสั่งปิดผับก็ไม่ห้ามถ้าจะใช้ทำอย่างอื่น

ซึ่งก็ทำตามขั้นตอนที่จะเตรียมความพร้อมเปิดเป็นสวนอาหารใหม่ขึ้นมาแทน ตามมาตรการป้องกันโควิด -19 ในช่วงนี้ด้วย และในช่วงที่ผ่านมา 3 วัน เป็นการตรวจสอบทดลองเปิดสวนอาหาร ที่ต้องเตรียมพนักงานคนงานมาคอยบริการลูกค้า ไม่เกี่ยวกับสถานบันเทิงหรือผับ ที่ไม่ต้องมีการจำกัดอายุผู้ที่เข้ามาใช้บริการแต่อย่างใด

จึงอยากขอความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ส่วนที่มีกลุ่มวัยรุ่นมาใช้บริการเป็นจำนวนมากนั้น เพราะมีลูกค้าแฟนคลับของร้านที่เคยเป็นผับอยู่เดิมที่ผ่านมา เห็นว่าเราจะเปิดเป็นสวนอาหารขึ้นใหม่มาแทน ก็พากันมาใช้บริการกันเท่านั้น เราก็ไม่คาดคิดว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการกันมากขนาดนี้ และเหตุที่เกิดก็มีการนั่งดื่มในสวนอาหารแห่งใหม่นี้ แล้วมีการทะเลาะขว้างแก้วใส่กันในร้านเกิดขึ้น

ก่อนที่กลุ่มวัยรุ่นที่มาใช้บริการก็พากันออกไปจากร้านสวนอาหาร ออกไปตามดักรอไล่ทำร้ายกันช่วงทางเข้าทางสวนอาหารแห่งใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดอีกต่อไปว่าร้านเราฝ่าฝืนคำสั่งปิดที่เคยเปิดเป็นผับ แล้วอยู่ดีๆ กลับมาเปิดใหม่ได้อย่างไร ซึ่งครั้งนี้เป็นคนละเรื่องกันด้วย ไม่ได้เปิดเป็นผับ แต่เป็นสวนอาหารที่สามารถขอใช้พื้นที่ทำกินได้ไม่ผิดกฏหมาย และไม่อยากให้ใครมาว่าเรามาทำผิดซ้ำอีก คนที่กล่าวหาว่ามาเปิดใหม่เป็นผับใหม่ได้อีกนั้น อาจจะทำให้ร้านเสียหายและอาจจะต้องมีการฟ้องร้องกันด้วย หากยังมีการมากล่าวหากันแบบนี้อีก

จึงอยากฝากผ่านสื่อมวลชนช่วยให้ความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย ส่วนเรื่องการทะเลาะกัน อยู่นอกร้านตรงทางเข้าร้าน ก็เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องไปตามหาตัวคนก่อเหตุ ไปดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนร้าน หรือสวนอาหารแห่งใหม่ของตนเองไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้ทำผิดคำสั่งปิดผับที่ผ่านมาจึงอยากฝากย้ำขอความเป็นธรรมต่อสังคมในครั้งนี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...