โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระบองเพชร เกื้อหนุนโชคลาภ ปัดเป่าเคราะห์ร้าย

รักบ้านเกิด

อัพเดต 04 ก.ย 2562 เวลา 07.21 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2562 เวลา 07.21 น. • รักบ้านเกิด.คอม

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกระบอกเพชรไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดโชคลาภเพราะถ้าผู้ใดปลูกต้นกระบองเพชรให้เกิดดอกได้มากและสวยงามแสดงว่าผู้นั้นจะมีโชคลาภ

ชื่อ : กระบองเพชร 
ชื่อสามัญ : cactus
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mila sp.
ตระกูล : CACTACEAE
ชื่ออื่น : โบตั๋น ท้าวพันตา แคทตัส

ลักษณะทั่วไป : กระบองเพชรเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-12 ฟุต ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนหรือหนามรอบต้นหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ชนิดพันธุ์ ลักษณะต้นเป็นเหลี่ยมรูปทรงกระบอกรูปรงกลม หรือแล้วแต่ชนิดพันธุ์ ใบคือส่วนของลำต้นที่ทำหน้าที่แทนใบหรือบางชนิดก็มีใบแบนกลมหน้าใหญ่ดอกสีแดงเหลืองขาวลักษณะดอกขนาดดอกขึ้นกับ
ชนิดพันธุ์
การเป็นมงคล : 
คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกระบอกเพชรไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดโชคลาภเพราะถ้าผู้ใดปลูกต้นกระบองเพชรให้เกิดดอกได้มากและสวยงามแสดงว่าผู้นั้นจะมีโชคลาภ ดังนั้นคนไทยโบราณถือว่าเป็นไม้เสี่ยงทายชนิดหนึ่งนอกจากนี้ยังเชื่อ 
อีกว่ายังสามารถป้องกันศัตรูจากภายนอกได้อีกด้วยเพราะต้นกระบองเพชรมีหนามและความคงทนแข็งแรงดังนั้นคนไทยโบราณจึงนิยมปลูกตามแนวรั้วบ้าน เพื่เเป็นที่กลัวเกรงของศัตรูภายนอก
ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก : 
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นกระบองเพชรไว้ทางทิศตะวันตก ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่ากรปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์

การปลูก : การปลูกแบ่งเป็น 2 วิธี
1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในอาคารและภายนอกอาคาร ใช้กระถางทรงและขนาดต่างกันแล้วแต่ชนิดพันธุ์คือตั้งแต่ขนาด4-10นิ้วใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก:ทรายหรือดินร่วนอัตรา1:1ผสมดินปลูกการเปลี่ยนกระถางแล้วแต่ความเหมาะสมของชนิดพันธุ์และผู้ปลูก แต่ถ้าจะให้เจริญสวยงามต้องคบคุมเรื่องปุ๋ย และน้ำให้ถูกวิธี
2. การปลูกในแปลงปลูกเป็นแนวรั้วบ้าน แต่จะต้องเป็นชนิดพันธุ์ ที่ค่อนข้างใหญ่ แข็งแรง ขนาดหลุมปลูก 30 x 30 x 30 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วนอัตรา 1:3 ผสมดินปลูก

การดูแลรักษา :
แสง : ต้องการแสงแดดน้อยในร่ม จนถึงแสงแดดจัดกลางแจ้ง 
น้ำ : ต้องการปริมาณน้ำน้อย ทนต่อความแห้งแล้งให้น้ำ 7-10 วัน/ครั้ง หรือแล้วแต่ความเหมาะสม
ดิน : ดินร่วนปนทราย ความชื้นปานกลาง 
ปุ๋ย : ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ใส่ปีละ 5-6 ครั้ง
การขยายพันธุ์ : การใช้เมล็ด การปักชำ
**วิธีที่นิยมและได้ผลดี การปักชำ
โรค โรครากเน่า (Sclerotium root rot)
อาการ - ลำต้นเหี่ยว และแคระแกร็น
การป้องกัน - ควบคุมการให้น้ำ และความชื้นอย่างเหมาะสม 
การรักษา - ตัดส่วนที่เป็นโรคทิ้งหรือปลูกใหม่
ศัตรู ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องศัตรู เพราะเป็นไม้ที่มีความทนทานต่อการทำลายของศัตรูได้ดี 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :

www.maipradabonline.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...