โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BKI ปลื้มเบี้ยครึ่งปีแรกเติบโต 19% คาดสิ้นปี 62 บรรลุเป้า 2 หมื่นล้านบาท

daradaily

อัพเดต 16 ส.ค. 2562 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 08.15 น.

BKI ปลื้มเบี้ยครึ่งปีแรกเติบโต 19% คาดสิ้นปี 62 บรรลุเป้า 2 หมื่นล้านบาท

        กรุงเทพประกันภัยเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกมีเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 19 คาดสิ้นปี 62 บรรลุเป้าหมาย 20,000 ล้านบาท อย่างแน่นอน โดยเน้นการรับประกันภัยอย่างมีคุณภาพและควบคุมความเสี่ยงอย่างเข้มงวด พร้อมกับการลงทุนพัฒนาด้านเทคโนโลยีเสริมบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและคู่ค้า

         ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ คาดการณ์ว่าธุรกิจประกันวินาศภัยจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบหลายประการ อาทิ การส่งออกที่ชะลอตัวจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่เริ่มโตติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 30 เดือน โดยเท่ากับ -2.1% ในเดือนมิถุนายน 

         รวมถึงผลจากการกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV Ratio) ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เข้มงวดขึ้น และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะบียนในช่วง 5 เดือนแรกรองปีนี้หดตัว 36.9% ในขณะดียวกันแผนการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของภาครัฐโครงการใหม่ๆ มีแนวโน้มที่จะเลื่อนออกไป ปัญหาด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว ราคาสินค้าเกษตรหลักยังตกต่ำต่อเนื่อง เช่น อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อีกทั้งปัญหาภัยแล้งที่ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น

           สำหรับด้านปัจจัยบวกที่มี อาทิ มาตรการภาครัฐด้านการควบคุมราคายาและค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าสินไหมทดแทนของประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลได้ อีกทั้งโอกาสในการขยายตลาดด้วยกรมธรรม์ประกันภัยรูปแบบใหม่ภายใต้นโยบายของภาครัฐ เช่น ประกันเหมืองแร่ ประกันลำไย ประกันเรือประมง เป็นต้น

            ทั้งนี้หากมองถึงการแข่งขันของบริษัทประกันวินาศภัยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ ด้านการประกันภัยทรัพย์สินยังคงมีแนวโน้มการแข่งขันสูงเนื่องจากเป็นไปตามภาวะตลาดประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป และในช่วงปีหลังๆ ไม่มีมหันตภัยรุนแรงส่งผลให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในตลาดโลกมีแนวโน้มคงที่ หรือลดลงในช่วงเวลาที่เหลือของปี ส่วนตลาดลูกค้ารายย่อยนั้นคาดว่ากลยุทธ์การตลาดที่เด่นชัด คือ การแสวงหาพันธมิตรใหม่เพื่อจำหน่ายประกันภัยให้กับฐานลูกค้าของพันธมิตรผ่านช่องทางออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน อาทิ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือสถาบันการเงินและผู้ให้บริการรับส่งสินค้า เป็นต้น นอกจากนี้จะได้เห็นกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะเจาะจงตรงตามความต้องการและพฤติกรรมของแต่ละกลุ่มเป้าหมายทำให้มีแค่เบี้ยประกันภัยที่ถูกลง ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทประกันภัยต่างๆ เริ่มเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าให้อยู่ในรูปแบบ Big Data และจัดทำ Data Analytics เพื่อคัดเลือกกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำหรือมีศักยภาพในการขยายตลาด

          สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ งวด 6 เดือนของปี 2562 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 9,707.2 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.1 มีกำไรสุทธิจากการรับประกันภัยหลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานแล้ว 510.7 ล้านบาท รายได้สุทธิจากการลงทุน 870.9 ล้านบาท และมีกำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ 1,381.6 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้แล้วบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 1,258.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 11.82 บาท

          โดยแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 นี้ บริษัทฯ จะเน้นการรับประกันภัยอย่างมีคุณภาพเพื่อรักษาผลกำไรจากการรับประกันภัยโดยการพิจารณารับประกันภัยอย่างระมัดระวัง และมีการควบคุมความเสี่ยงภัยที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนี้

        * มีการพัฒนาระบบข้อมูลและ Business Intelligence ให้พนักงานเข้าถึงสถิติข้อมูลผลการรับประกันภัยของกรมธรรม์แต่ละประเภทได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สามารถจำแนกได้ถึงระดับคู่ค้าหรือลูกค้าแต่ละรายเพื่อให้พนักงานมีข้อมูลประกอบการพิจารณารับประกันภัยใหม่ หรือต่ออายุกรมธรรม์อย่างครบถ้วน สามารถเสนออัตราเบี้ยประกันภัยได้อย่างเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงภัย

         * วิเคราะห์พอร์ตงาน ผลิตภัณฑ์และแพ็คเกจที่ผลการรับประกันภัยมีแนวโน้มที่ไม่ดี โดยพิจารณาหาคุณลักษณะหรือปัจจัยของลูกค้าหรือทรัพย์สินทำประกันภัยให้มีความสัมพันธ์กับระดับความเสี่ยงเพื่อปรับขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยเฉพาะ Segment ที่มีความเสี่ยงสูงให้เหมาะสม แทนการปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยแบบเหมารวมทั้งพอร์ต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายงานกับ Segment ที่มีความเสี่ยงต่ำไปด้วย

          * ให้ความสำคัญกับการจัดทำ Risk Survey ก่อนการพิจารณารับประกันภัยอย่างเคร่งครัด โดยบริษัทฯ ได้เพิ่มอัตรากำลัง Risk Engineer เพื่อรองรับนโยบายนี้ตั้งแต่ช่วงต้นปี รวมทั้งให้คำแนะนำกับธุรกิจของลูกค้าเพื่อร่วมกันป้องกันความเสี่ยงภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ เพื่อให้บริษัทฯ บรรลุเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับรวมในปี 2562 ที่ 20,000 ล้านบาท นั้น บริษัทฯ มีแนวทางด้านการขยายเบี้ยประกันภัย ดังนี้

           * การออกผลิตภัณฑ์ Package ใหม่ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม มีความคุ้มครองและระดับราคาที่เหมาะสมกับลูกค้าเป้าหมายโดยล่าสุดบริษัท ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย โรคกวนใจที่คุ้มครองโรคไข้หวัดใหญ่ มือเท้าปาก และโรคร้ายจากยุง ขยายงานประกันภัยในต่างจังหวัด โดยจะจัดตั้งสาขาใหม่อีก 3 สาขา ที่จังหวัด สมุทรสาคร, สุพรรณบุรี และ ลำปาง ภายในไตรมาส 4 นี้รวมทั้งการพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายสาขา หรือสำนักงานตัวแทนในต่างประเทศ

            * การให้ความสำคัญกับการสร้าง Engagement กับลูกค้าและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยนำระบบ CRM มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ เช่น จัดทำแผนเยี่ยมเยียนลูกค้า คู่ค้างานต่ออายุ การจัดแคมเปญ การขาย ตลอดจนการสร้างทัศนคติและอบรมพัฒนาให้พนักงานทำหน้าที่เป็น Risk Consultant หรือ Business Partner กับลูกค้าและคู่ค้ามากกว่าการป็นเพียง Insurer ทั้งนี้ช่วงครึ่งปีแรกนี้บริษัทฯ มีอัตราการต่ออายุของกรมธรรม์อยู่ในระดับสูงถึง 83%

            * บริษัทฯ ได้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาการให้บริการทั้งด้านรับประกันภัยและสินไหมทดแทนเพื่อสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าในยุคดิจิตอล โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในการให้บริการลูกค้าที่โทรเข้ามาแจ้งอุบัติเหตุและทำเคลมรถยนต์ทางโทรศัพท์ โดยการนำ Robot มาช่วยเพิ่ม Productivity ในการทำงานด้านรับประกันภัยเพื่อให้บริการที่รวดเร็วขึ้น และล่าสุดบริษัทฯ อยู่ในช่วงพัฒนาปรับเปลี่ยน Core Business System (CBS) เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...