โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟื้นตัวเร็ว…ธุรกิจเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวไปต่อฉลุย

Businesstoday

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2563 เวลา 01.14 น. • Businesstoday

การบินพาณิชย์เจอผลกระทบจากโควิด-19 ไปเต็มๆ แต่ผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวในบางประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย หรือสหรัฐ สามารถฟื้นตัวจากวิกฤติได้ไว เหตุมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่อยากเลี่ยงผู้คน ประกอบกับบริษัทเสนอส่วนลดให้ ทำบางเที่ยวบิน ราคาไม่ไกลจากที่นั่งชั้นหนึ่ง

หนึ่งในบริษัทที่รอดพ้นจากผลกระทบทางเศรษฐกิจช่วงไวรัสระบาด คือบริษัทอินโดเจ็ท ซารานา อาเวียซี แห่งอินโดนีเซีย ที่เปิดเผยว่ามีรายได้ต่อเนื่อง เพราะธุรกิจดำเนินไปอย่างปกติ และมีแนวโน้มว่าได้รับงานเพิ่มขึ้นอีกด้วย เนื่องจากมีลูกค้าที่ต้องการบินไปต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีของชาวต่างชาติในอินโดนีเซีย ที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ

บริษัทอินโดเจ็ทได้รับการว่าจ้างให้บินไปส่งชาวต่างชาติหลายสิบครั้ง แต่ต้องดูสถานการณ์ที่สนามบินปลายทางด้วย เพราะบางประเทศยังไม่ให้เที่ยวบินต่างๆ ลงจอด รวมถึงเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว

ในช่วงที่มีการระบาด ทางบริษัทกำหนดให้ลูกค้าผ่านการตรวจ PCR (Polymerase chain reaction) เสียก่อน จึงสามารถจองบริการได้ ทำให้กระบวนการจองใช้เวลาเร็วสุด 3 วัน จากเดิมแค่วันเดียวหรือ 6 ชั่วโมงก็สามารถทำได้

มีการจองเข้าไปที่บริษัททุกวันๆ ละ 4 รอบ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางบินในประเทศหรือต่างประเทศ โดยเส้นทางบินในประเทศอาจเป็นระหว่างกรุงจาการ์ตากับเกาะบาหลี ซึ่งทั้งสองจุดเป็นเหมือนฐานหลักของบริษัท แต่ก็ยังมีเกาะอื่น อย่างสุลาเวสีด้วย

สำหรับสถานการณ์ในสหรัฐนั้น เครื่องบินพาณิชย์กลับมาให้บริการได้เพียง 15-17% แต่อุตสาหกรรมเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและให้บริการได้ 70% เพราะได้ลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยบินส่วนตัวมาก่อน แต่อยากหลีกเลี่ยงผู้คนจำนวนเยอะๆ

บริษัทเช่าเหมาลำบางแห่งมีลูกค้ามากกว่าปีที่แล้วเสียอีก ผลจากลูกค้าใหม่ๆ ที่หันไปบินแบบส่วนตัว เพราะวิตกเกี่ยวกับการระบาด ประกอบกับผู้ให้บริการลดราคาให้ บางเที่ยวบินมีราคาถูกลง 30-50% อันทำให้เครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ราคาไม่ไกลจากที่นั่งชั้นหนึ่งหรือชั้นธุรกิจ อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐยังระงับการเก็บภาษี 7.5% สำหรับเจ็ทส่วนตัวด้วย อันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นภาครัฐ

การเหมาลำเครื่องบินเจ็ทขนาด super midsize แบบเที่ยวเดียวจากนิวยอร์กไปไมอามี มีราคา 20,000 ดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว (ประมาณ 600,000 บาท) แต่ปัจจุบันอยู่ที่ราว 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 300,000 บาท) โดยเครื่องขนาด super midsize มี 8-10 ที่นั่ง ดังนั้นจึงตกที่นั่งละประมาณ 1,200 ดอลลาร์ (ประมาณ 30,000 กว่าบาท) ไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นๆ

ผู้บริหารบริษัทเนตเจ็ทส์ เปิดเผยว่ามีลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเดือนพ.ค. ทำให้เดือนที่แล้วเป็นเดือนที่มีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 13 ปี

ส่วนบริษัทไพรเวตเจ็ทส์ มีผู้สอบถามเข้าไปมากขึ้นถึง 85% ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของเดือนมิ.ย.เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ด้านผู้บริหารของบริษัทวิสตาเจ็ท เปิดเผยว่ากลับมาให้บริการได้ประมาณ 85% ของช่วงก่อนเกิดไวรัสระบาดในสหรัฐ โดยลูกค้าใหม่ 71% ไม่เคยบินส่วนตัวมาก่อน

บรรดาผู้ให้บริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว ระบุว่าในช่วงที่การเดินทางเพื่อธุรกิจยังไม่ค่อยมี ปรากฎว่าการเดินทางส่วนตัวของผู้มีฐานะ ซึ่งจำนวนมากเป็นผู้สูงวัย ได้เข้ามาชดเชยในส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปหาคนรัก คนในครอบครัว การเดินทางเพื่อย้ายบ้าน หรือไปเปิดหูเปิดตาที่อื่นหลังจากกักตัวอยู่ในบ้านมาหลายเดือน

ก่อนหน้านี้ ครอบครัวผู้มีฐานะจำนวนมาก ไม่ได้ใช้บริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว เพราะมองว่าแพงเกินไป แต่ขณะนี้คนเหล่านี้พร้อมจ่ายเพิ่ม ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ

สภาพการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ธุรกิจเช่าเหมาลำของบริษัทเบลด ทะยานขึ้น 600% จากปีที่แล้ว และกว่า 70% เป็นลูกค้าที่ไม่เคยเช่าเหมาลำมาก่อน เส้นทางยอดนิยมคือจากนิวยอร์กไปฟลอริดา และจากนิวยอร์กไปลอสแองเจลีส

ประเด็นด้านสุขภาพเป็นสิ่งที่ลูกค้าคำนึงถึงเป็นอันดับแรก เบลดจึงจัดทำมาตรการดูแลอย่างเข้มข้น รวมถึงการเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารขับรถไปได้ถึงเครื่องบินในกรณีที่สนามบินนั้นอนุญาต ทั้งยังมีการวัดอุณหภูมิผู้โดยสาร วัดชีพจร ฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน ผู้โดยสารหลายคนนำอาหาร-เครื่องดื่มไปเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องติตต่อพูดคุยกับพนักงานบนเครื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...