“ไมโลทาวเวอร์” กระแสฟีเวอร์ จากลานเบียร์เป็นลานนม
กลายเป็นกระแสฮิตติดโซเชียล หลัง Nestle ประกาศจัดงาน "ลานนม" พร้อมนำเอา “ไมโล ทาวเวอร์” ที่มีขายเฉพาะในสิงคโปร์มาให้คนไทยได้ลองดื่มกันเป็นครั้งแรกในปีนี้
การจัดงานดังกล่าวเรียกได้ว่า ถูกที่ ถูกเวลา และถูกทาง ถือเป็น 1 ในกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นยอดขายทิ้งทวนส่งท้ายปี
เหตุผลหลักที่ผู้คนต่างสนใจแคมเปญนี้
1. "สถานที่" ลานหน้าห้าง Central World จากเดิมที่เคยเป็น 1 ในแหล่งพบปะ hang out สุดฮิตในช่วงปลายปีของหลายๆ คน ได้งดจัดกิจกรรมลานเบียร์แล้วหันมาจัดสถานที่ให้สวยงามด้วยต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่กลายเป็นสถานที่ดึงดูดใจสำหรับถ่ายรูป แชะ แชร์ ผ่านโซเชียลแทน ดังนั้นการจัดงานลานนม จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่กลุ่มผู้บริโภค อีกทั้งการเลือกปักหมุดจัดงานบริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ก็ยังคงอยู่ในโซนใจกลางเมืองไม่ต่างจาก Central World เพราะเดินทางสะดวกสบาย มีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เชื่อมถึง 2. "เวลา" ช่วงเวลาของการจัดงานลานนมระหว่างวันที่ 24-31 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 16.00 จนถึงเที่ยงคืน ถือเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่จะช่วยดันยอดขายปลายปีให้เพิ่มขึ้น เพราะช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข ทั้งวันคริสต์มาสต่อเนื่องไปถึงวันฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผู้คนนิยมออกไปพบปะสังสรรค์ ใช้จ่ายเงินกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว 3. "พฤติกรรม" ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ต่างต้องการสินค้า บริการ ที่แปลกใหม่ สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบาย อินเทรนด์ หรือเป็นกระแสแฟชั่น สามารถ ช้อป แชะ แชร์ เรียกยอดไลค์ผ่านโซเชียล
ไอเดียการจัดกิจกรรมลานนมให้เกิดขึ้นของ Nestle จึงการดึงเอาเครื่องดื่มอย่าง "ไมโล" ที่คนไทยคุ้นชินมานานจากความทรงจำสมัยเด็กๆ ที่เคยดื่มจากรถไมโลที่นำเครื่องดื่มมาแจกในโรงเรียน เมื่อสินค้าในความทรงจำที่เคยห่างหายไปนานได้วนกลับมาใหม่อีกครั้ง ใครๆ ต่างก็ต้องคิดถึงและอยากรำลึกสัมผัสอีกครั้ง แถมยังสามารถแชะ ถ่ายรูป แล้วแชร์ "ไมโลทาวเวอร์" เพื่อสร้างกระแสผ่านโซเชียลได้ หลังจากเปิดตัวกิจกรรมการจัดงานดังกล่าวเพียงแค่ 1-2 วัน ยอดแฮชแทก #ไมโลทาวเวอร์ #Milotower ก็ฮิตติดกระแสในทวิตเตอร์ทันที
ย้อนดูประวัติเครื่องดื่ม “MILO” กันสักหน่อย
MILO มีประวัติมายาวนานนับตั้งแต่ปี 1934 โดย Thomas Mayne นักวิจัยของเนสท์เล่ ได้ไอเดียการคิดค้นสูตร MILO จากการที่เห็นเด็กหลายๆ คนขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพ
เครื่องดื่ม MILO ได้พัฒนาต่อเนื่องจนกลายมาเป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานและสารอาหารที่ดีต่อการเจริญเติบโตของเด็กในประเทศออสเตรเลีย ถิ่นกำหนดของ MILO นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชื่อของเครื่องดื่ม MILO ได้แรงบันดาลใจมาจาก MILO of Croton นักมวยปล้ำชาวกรีกในตำนาน ที่มีพละกำลังแข็งแกร่งที่สุดในปฐพีในขณะนั้น เขามีความเชื่อว่าหากเขาแบกลูกวัวพาดบ่าทุกวัน จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นจนในที่สุดเขาสามารถแบกวัวตัวเต็มวัยได้สำเร็จ
คนไทยรู้จักและผูกพันกับเครื่องดื่ม MILO มาตั้งแต่ปี 1960 หรือ 56 ปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นหากใครอายุไม่เกิน 50 ปี จะต้องคุ้นเคยกับรสชาติของ MILO ที่เคยได้ดื่มจากรถแจกนมที่โรงเรียนมาแล้วอย่างแน่นอน