โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 6 คดีฆาตกรรมโหดสะเทือนใจ ปี 2562 บางคดีบางแผนมาเป็นอย่างดี บางคดีสะท้อนถึงปัญหาสังคม

TODAY

อัพเดต 31 ธ.ค. 2562 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2562 เวลา 05.18 น. • Workpoint News

พรุ่งนี้จะเริ่มเข้าศักราชใหม่กันแล้วในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นมากมายในสังคมไทย โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมที่นับวันจะทวีความรุนแรงและสะเทือนขวัญมากยิ่งขึ้น บางคดีมีการวางแผนไว้เป็นอย่างดี ทีมข่าวเวิร์คพอยท์หยิบยก 6 คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในปี 2562 มาให้อ่านกัน 

เริ่มกันที่เหตุคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ยะลา คร่าชีวิตไป 15 ราย เหตุเกิดเมื่อ 5 พ.ย.2566 เวลาประมาณ 23.20 น. เหตุการรณ์ครั้งนี้นับเป็นเป็นเหตุรุนแรงที่สุดในพื้นที่ปลายด้ามขวานในรอบ 15 ปี ล่าสุดวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ได้ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมได้อีก 6 ราย รวมของเดิมที่ได้ออกหมายจับไปแล้ว ก็เป็น 10 ราย ที่สามารถระบุตัวได้อย่างชัดเจน และยังคงมีการสืบสวนสอบสวนรวมพยานหลักฐานออกหมายจับเพิ่มเติมเนื่องจากเชื่อว่าในการปฎิบัติการบริเวณป้อม ชรบ.นั้น มีกลุ่มคนร้ายที่ปฎิบัติการมากกว่า 10 คน รวมทั้งกลุ่มคนร้ายที่ให้การสนับสนุนในการก่อเหตุ โดย 6 ราย ที่มีการออกหมายจับ ได้แก่ 1.นายอิสตีซาน กาซอ, 2.นายพรุกอน บือราเฮง, 3.นายอัชฮา ตืองะ, 4.นายฮีลมี ยีเลาะ, 5.นายอุสมาน นิแว และ 6.นายมะอีซอ เจ๊ะโซ๊

คดีที่ 2 สมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่อง 6 ศพ เป็นคดีที่ช็อกสังคมช่วงปลายปี เมื่อแม่บ้านโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ถูกฆาตกรรมเปลือยทิ้งศพไว้ในบ้านพัก ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมสืบหาตัวคนร้ายจนทราบว่าฆาตกรโหดรายนี้เป็นคือ สมคิด พ่วมพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่ลงมือโหดมาแล้ว 5 ศพเมื่อปี 2548 ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่สมคิดเป็นนักโทษชั้นดีจึงได้ลดหย่อนโทษทำให้ติดคุกจริงเพียง 14 ปี และพ้นคุกออกมาเมื่อกลางปีที่ผ่านมา สร้างความแตกตื่นให้กับคนในพื้นที่และประชาชนทั่วไป

เหตุการณ์สยองขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช ผกก.สภ.กระนวน จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรมนางรัศมี มุลิจันทร์ อายุ 51 ปี เหตุเกิดภายในบ้าน ต.หนองโก อ.กระนวน จ.ขอนแก่น ตรวจสอบพบศพนางรัศมีถูกห่อด้วยผ้าห่ม ท่อนบนสวมเสื้อยืด ลำคอถูกพันด้วยเทปใส ข้อเท้ามัดด้วยสายชาร์จแบตโทรศัพท์ ซุกอยู่ในฟูกที่นอนที่วางอยู่ในห้อง เสียชีวิตมาประมาณ 8 ชั่วโมง หลังก่อเหตุสมคิด ขี่จักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตหลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆทางภาคอีสาน ก่อนจะไปขึ้นรถไฟหลบหนี้เข้าอยุธยา

วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา สมคิดพลางตัวด้วยการสวมหมวกและใส่หน้ากากอนามัยโดยสารมากับรถไฟขบวนรถ 234 ปลายทางสถานีรถไฟอยุธยา พลเมืองดีพบว่าสมคิดคือชายคนเดียวกันกับที่ตำรวจประกาศจับจึงโทรศัพท์หา ผกก.สภ.กระนวน เพื่อแจ้งเบาะแส จากนั้นแอบถ่ายคลิปสั้นๆ ระหว่างเดินจากโบกี้ที่ 2 ไปยังโบกี้ที่ 3 ให้ ผกก.ดูเพื่อยืนยันว่าใช่คนร้ายที่ตามหา เมื่อถึงสถานีรถไฟปากช่องตำรวจจึงเข้าจับกุมแล้วคุมตัวไปที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อสอบปากคำเบื้องต้น และส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.กระนวน

คดีที่ 3 พริตตี้ลัลลาเบล คดีนี้เป็นอีกคดีที่สังคมให้ความสนใจและมีตัวละครเกี่ยวข้องด้วยหลายคน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 ลันลาเบล พริตตี้สาววัย 25 ปี ถูกพบเป็นศพบนโซฟาในล็อบบี้คอนโดมิเนียม ย่านตลาดพลู ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานภาพวงจรปิดได้ภาพตั้งแต่พานายน้ำอุ่นนำลัลลาเบลเข้าไปในคอนโดฯ ในสภาพเหมือนคนหมดสติ จากนั้นนำลัลลาเบลออกจากห้องพักชั้น 6 ไปนอนบนโซฟาของล็อบบี้ ขณะที่ผลการชันสูตรศพเบื้องต้นพบว่า ลัลลาเบล เสียชีวิตเพราะช็อกจากการดื่มสุรา (Alcohol intoxication) โดยพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด สูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ นำไปสู่การออกหมายจับนายน้ำอุ่น หนุ่มพริตตี้บอย และแก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทอง หลังมีพฤติกรรมว่าจ้างผู้ตายไปรับงานเอนเตอร์เทน และร่วมดื่มสุราในบ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จนเป็นที่มาของการเสียชีวิต

แก๊งปาร์ตี้บ้านบางบัวทองได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่นายน้ำอุ่นถูกอายัดตัวไปดำเนินคดีต่อในข้อหาซ่องโจร โดยนำไปฝากขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา สน.แสมดำ  1 คืน ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จะมาอายัดตัวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา การเสียชีวิตของลัลลาเบล เรียกได้ว่ากระทบวงการพริตตี้ไทยมีการออกมาแฉเบื้องลึกเบื้องหลังพริตตี้สายเอ็นสายเอนเตอร์เทนรวมถึงที่มาของรายได้ต่างๆ เรียกได้ว่างานนี้ร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน

คดีที่ 4 ลูกฆ่าแม่หั่นชิ้นส่วนยัดตู้เย็นก่อนคว้าปืนยิงตัวเองดับ คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2562 เป็นอีกคดีที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับคนในสังคม เมื่อลูกชายวัย 20 ปีก่อเหตุฆ่าแม่ตัวเองแล้วหันศพแยกชิ้นส่วนแชร์ไว้ในตู้เย็น เพื่อนแม่เดินทางไปตามหาแม่ที่บ้านเกิดเหตุพบลูกชายมีลักษณะผิดปกติจากนั้นได้ใช้ปืนยิงตัวเองบาดเจ็บสาหัสก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล คดีนี้ทำให้เกิดกระแสนักสืบโซเชียลพากันสืบหาข้อมูล วิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ขณะที่กลุ่มเพื่อนและญาติไม่เชื่อว่าจะเป็นฝีมือของลูกชายผู้เสียชีวิตเพราะทั้ง 2 แม่ลูกรักกันมาก

พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า สภาพศพของคนตายคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 24-48 ชั่วโมง และจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงยังไม่พบว่ามีบุคคลใดเข้าออกในจุดเกิดเหตุ ภายในบ้านพบค้อนและมีปังตอถูกเก็บไว้อย่างเรียบร้อย และจากพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าลูกชายใช้เป็นอุปกรณ์ในการฆาตกรรม เพราะหลักฐานมีเพียงลูกและแม่เท่านั้นที่อยู่ในบ้าน ยังไม่มีใครเข้ามาในบ้านเลย เนื่องจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันจันทร์ ไม่มีบุคคลอื่นเข้าออกจากบ้านนอกจากเจ้าของบ้าน 2 คนนี้ คาดว่าเวลาในการฆาตกรรมเกิดขึ้นตั้งแต่ 20.00 น. ของ วันที่ 24 พ.ย.เป็นต้นไป

จากผลการชันสูตรศพแม่พบด้วยว่าการหั่นศพใช้วิธีนำมีดมาวางแล้วใช้ค้อนตอก เพราะบนมีดมีรอย ส่วนห้องน้ำบนบ้านพบคราบเลือดกระจายไปทั่ว แล้วนำชิ้นส่วนศพล้างในห้องน้ำ ล้างเลือดให้สะอาดแล้วใส่ในถุงพลาสติกแช่ตู้เย็น ส่วนที่เฉือนเต้านมนั้น คาดว่าไม่สามารถเอาชิ้นส่วนเข้าตู้เย็นได้ เลยพยายามหั่นให้ชิ้นเล็กลง พร้อมยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ว่าคนที่ก่อเหตุมีเพียงคนเดียวคือลูกชาย

 

คดีที่ 5 ฆ่าโหดเศรษฐีสายบุญยัดตู้เย็น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเดือน ต.ค.2562 ตำรวจรับแจ้งพบศพหญิงอายุ 58 ปี ถูกฆ่ายัดตู้เย็นภายในอาคารพาณิชย์ ในซอยหน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบพบตู้เย็นขนาดใหญ่ถูกวางนอนลงกับพื้นมีผ้าห่มคลุมทับและยังเสียบปลั๊กไฟไว้ ข้างตู้เย็นพบถุงปูนซีเมนต์ 2 ถุง ภายในมีศพถูกมือถือมัดไขว้หลังมีผงปูนซีเมนต์โรยทับอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วเกือบสัปดาห์ โทรศัพท์มือถือ รถยนต์ BMW และบัตรกดเงินสดของผู้ตายหายไป คนร้ายในคดีนี้คือ นายวิฑูรย์ ศรีตะบุตร์ หรือเอ็ม หรือตั้ม อายุ 39 ปี คนขับรถสองแถวที่มีความสนิทสนุมกับผู้ตายเป็นผู้ลงมือ และนำบัตรกดเงินสดของผู้ตายตระเวนกดเงินใน จ.เชียงใหม่, เชียงราย ลำปาง และจ.ระยอง ได้เงินไปร่วม 2 ล้านบาท

และเมื่อวันที่ 31 ต.ค.2562 พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.ณัฐพงศ์ อำไพจิตร์ สว.กก.4 บก.ป. ร.ต.อ.พร้อมพล นิตย์วิบูลย์ รอง สว.กก.4 บก.ป. ด.ต.นิติธร ประชันกาญจนา ผบ.หมู่ กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายวิฑูรย์ได้ที่บริเวณริมถนนสาย 1072 ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนี ตำรวจกองปราบพบเงินสดปึกใหญ่ซุกซ่อนอยู่จำนวนมาก จำนวน 1.2 ล้านบาท และทองคำหนัก 5 บาท นายวิฑูรย์รับสารภาพว่าทำเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่เร่งติดตามทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเงินสดที่กดออกไปคืนให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตให้ได้มากที่สุด

คดีที่ 6 ฆ่าโหดครูเมืองระยอง 2 ศพ ชิงบิ๊กไบค์ เป็นคดีมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี มีการอำพรางคดีใหม้ดูเหมือนฆ่ากันเองในครอบครัว คดีนี้เป็นข่าวเมื่อวันที่ 28 พ.ย.62 มีผู้พบศพ 2 ครูภายในบ้านของตนเอง เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด หน้าประตูหน้าบ้านมีกระดาษโน๊ตที่เขียนข้อความแปะติดไว้ ภายในบ้านพบข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อน และมีรอยเลือดกระเซ็นทั่วพื้นบ้าน พบมีดปอกผลไม้ตกอยู่ บริเวณห้องแต่งตัวบนชั้นสองของบ้านพบกับศพผู้ชายถูกเสื้อผ้าปิดตัวไว้จนมิด และศพของผู้หญิงถูกมีดแทงกลางศีรษะเป็นแผลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังพบรอยเท้าของบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ของผู้ตายภายในบ้านพัก คาดทั้งคู่เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 - 10 ชม.  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพิรุธหลายจุดทั้งเรื่องของสภาพศพ โน๊ตกระดาษที่แปะไว้ที่ประตูมีข้อความต่อว่าฝ่ายหญิงแต่ไม่ใช่ลายมือของผู้เสียชีวิตทั้งครู่ และผลชันสูตรศพ พบว่า ผู้ชายถูกปาดคอ ผู้หญิงถูกมีดแทงศีรษะ นอกจากนี้ยังมีปมเรื่องรอยลากศพ ร่องรอยคราบเลือดในห้องน้ำ ตำรวจตั้งประเด็นเป็นคดีฆาตกรรมมากกว่าคดีฆ่าภรรยาและฆ่าตัวตาย

คดีเริ่มคลี่คลายไปเมื่อตรวจสอบเฟซบุ๊กของผู้เสียชีวิตพบมีการโพสต์ขายรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ มีการนัดกันมาดูบิ๊กไบค์ที่บ้านเกิดเหตุ และนายศุภกฤต สุจาศรี หรือเติ้ล หนุ่มเชียงใหม่วัย 22 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ ขณะที่ผู้ซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยืนยันว่านายเติ้ลได้ติดต่อขายรถบิ๊กไบค์ให้ในราคา 3 เเสน 3 หมื่นบาท หักค่าขนส่ง 2 หมื่นบาท ตำรวจยื่นขอศาลอนุมัติหมายจับนายเติ้ลข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อชิงทรัพย์ และเริ่มเปิดฉากไล่ล่านายเติ้ลที่สุดไปจนมุมที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

 

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...