อดีตผู้การฯ เลยโกงเงินลูกน้องเบี้ยวจ่ายเงินคืน "บิ๊กภาค 4" ท่องคำเดิม “เป็นไปตามขั้นตอน..”
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-สุดท้ายอดีตผู้การฯ เลย ที่ฉ้อโกงเงินผู้ใต้บังคับบัญชา 192 นาย 229 ล้านบาทก็ไม่จ่ายคืนแม้แต่สตางค์เดียวตามสัญญา ขณะที่ตำรวจผู้เสียหายได้แต่ลุ้นนายใหญ่ภาค 4 ช่วยเหลือ แต่คำตอบที่ได้รับคือ กำลังดำเนินการตามขั้นตอน
จากกรณีตำรวจภูธรจังหวัดเลย 192 นายถูกอดีตผู้บังคับบัญชา พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช (ผบก.ตร.ภ.จว.เลย ในขณะนั้น ) ปัจจุบันเป็น รอง ผบช.สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉ้อโกงเงินกว่า 229 ล้านบาทจากโครงการบริหารหนี้และโครงการรวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ต่อมา พล.ต.ต.สุทิพย์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมใช้ตำแหน่งประกันตัวออกไป เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
โดยให้คำมั่นต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลยว่าจะขอจ่ายเงินคืนให้กับอดีตลูกน้อง เดือนละ 30 ล้านบาท
ล่าสุดจากการตรวจสอบความคืบหน้า พบว่า จนถึงวันสุดท้ายของเดือนแรกตามที่สัญญา (31ส.ค.) พล.ต.ต.สุทิพย์ ไม่มีการจ่ายเงินคืนตามสัญญาแม้แต่บาทเดียว แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการโอนเงินคืนให้กับนายตำรวจผู้เสียหายทั้ง 192 คนมาหนึ่งครั้ง เฉลี่ยได้คนละ 2,500 ถึง 10,000 บาท เพื่อช่วยเหลือชำระเงินกู้ฉุกเฉินเท่านั้น
แหล่งข่าวนายตำรวจผู้เสียหายนายหนึ่งบอกว่า ตอนนี้ได้แต่รอความหวังว่าทางตำรวจภูธรภาค 4 จะดำเนินคดีต่ออดีตผู้การฯจังหวัดเลยโดยเร็ว เพราะทราบว่ามีการอายัดเงินหรือบัญชีของอดีตผู้การฯ แต่ไม่รู้ว่ามีเงินมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็เป็นความหวังว่าจะได้เงินคืนกันบ้าง
เพราะขณะนี้ภาระหนี้สินแทบจะแบกไม่ไหวกันอยู่แล้ว และกำลังรอความหวังการผ่อนปรนชำระหนี้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ ที่กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยเหลือตำรวจที่เป็นหนี้ในขณะนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นปัญหาดังกล่าว ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวนคดีการทุจริตเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ก็ได้รับคำชี้แจงเหมือนเช่นเคยว่า “ขณะนี้ดำเนินทุกอย่างไปตามขั้นตอน มีการดำเนินคดีต่อ พล.ต.ต.สุทิพย์ ในข้อหาคดีฉ้อโกง ซึ่งจะเป็นไปตามกรอบเวลาในการสรุปสำนวนและดำเนินการฟ้องร้องภายใน 1 เดือนหรือภายในเดือนสิงหาคมนี้”
ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ก็ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนรับทราบข้อกล่าวหาและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมกับใช้ตำแหน่งประกันตัวไป ซึ่งไม่มีการหลบหนีแต่ประการใด