โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจียงไคเชก” ถูกจับที่ซีอาน เพราะไม่ฟังความต้องการของประชาชน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 เม.ย. 2567 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2564 เวลา 16.12 น.

สระหัวชิงตั้งอยู่ทางทิศเหนือของภูเขาหลีซาน อําเภอหลินถง ทางตะวันออกของเมืองซีอาน (เมืองหลวงของมณฑลส่านซี) ประมาณ 30 กิโลเมตร สระแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังของจีน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวตะวันตกเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว มีขุนนางระดับสูงและผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่มาอาบน้ำพุร้อนที่นี่ สมัยราชวงศ์ฮั่นเคยมีการสร้างพระราชวังสําหรับแปรพระราชฐาน ของพระบรมวงศานุวงศ์ ถึงราชวงศ์ถังก็สร้าง “พระราชวังหัวชิง” จึงเป็นที่มาของชื่อ “สระหัวชิง”

เรื่องราวเกี่ยวกับเจียงไคเชกเองก็ถูกจับที่ซีอาน ก็เป็นหนึ่งในตํานานของสระหัวชิงเช่นกัน

ค.ศ. 1936 หลังจากกองทัพญี่ปุ่นบุกประชิดภาคเหนือของจีนเข้ามาเรื่อย ๆ เสียงเรียกร้องภายในประเทศจีนให้ยุติสงครามกลางเมืองระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน แล้วหันมาร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่นก็ดังมากขึ้นทุกวัน

แต่เจียงไคเชกกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม

เจียงไคเชก สั่งการเร่งรัดให้กองทัพตะวันออกเฉียงเหนือของจางเสวียเหลียง และกองทัพตะวันตกเฉียงเหนือของหยางหูเฉิง บุกโจมตีกองทัพแดงที่อยู่บริเวณตอนเหนือของมณฑลส่านซี จางเสวียเหลียงและหยางหูเฉิงในขณะนั้นก็รู้สึกไม่พอใจต่อนโยบายสงครามกลางเมืองของเจียงไคเชก พวกเขามักจะแสร้งแสดงความนอบน้อม แต่กลับปฏิบัติอย่างขอไปที

วันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1936 เจียงไคเชกเดินทางมาถึงเมืองซีอานอีกครั้ง เขาเรียกร้องให้จางเสวียเหลียงและหยางหูเฉิงโจมตีกองทัพแดง มิฉะนั้นกองทักพของพวกเขาจะต้องถูกย้ายออกจากมณฑลส่านซี

วันที่ 7 ธันวาคม จางเสวียเหลียงยื่นคําทัดทานกับเจียงไคเชกต่อหน้าที่สระหัวชิงอีกครั้ง เพราะหวังว่าเจียงไคเชกจะเปลี่ยนใจทําตามเจตนารมณ์ของประชาชน ยุติสงครามกลางเมือง แล้วมาผนึกกําลังกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่น แต่ถูกเจียงไคเชกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด

จางเสวียเหลียงเล่าเหตุการณ์ที่ให้หยางหูเฉิงฟัง กล่าวว่า “เจียงไคเชกเป็นคนที่มีจิตใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ จะไปพูดชักจูงให้เขาเปลี่ยนใจได้อย่างไร”

วันที่ 9 ธันวาคม เป็นวันครบรอบหนึ่งปีของเหตุการณ์ 9 ธันวาคม ค.ศ. 1935 [นักศึกษาประชาชนรวมตัวกันชุมนุมขับไล่กองทัพญี่ปุ่น โดยการนำของพรคคอมมิวนิสต์จีน] ผู้ลี้ภัยและนักเรียนในเมืองซีอานได้จัดกิจกรรมรําลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตํารวจทหารปราบปราม มีนักเรียนคนหนึ่งถูกตีจนได้รับบาดเจ็บ มวลชนรู้สึกเดือดแค้นเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาตัดสินใจไปร้องทุกข์และแสดงพลังต่อเจียงไคเชกที่อําเภอหลินถงโดยตรง

เจียงไคเชกบังคับให้จางเสวียเหลียงหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของนักเรียน พร้อมทั้งกล่าวว่า“สําหรับเยาวชนพวกนั้น ไม่มีวิธีใดจัดการได้ ยกเว้นใช้ปืนยิง”

หลังจากจางเสวียเหลียงได้รับคําสั่ง ก็พยายามพูดจูงใจเยาวชนยุติการชุมนุมกลับบ้าน นักศึกษามหาวิทยาลัยที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตะโกนร้องคําขวัญต่าง ๆ เช่น “คนจีนไม่ทุบตีคนจีนด้วยกันเอง” และ “กองทัพตะวันออกเฉียงเหนือกลับไปสู้รบที่บ้านเกิดตนเอง และยึดดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่สูญเสียไปกลับคืนมา” เป็นต้น

จางเสวียเหลียงฟังจนรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง เขาพูดกับนักเรียนเหล่านั้นว่า “ผมจะไม่ยอมเป็นทาสของประเทศที่สูญเสียเอกราช… ผมจะไม่เนรคุณต่อความปรารถนากู้ชาติของทุกคน ผมจะใช้การกระทํามาพิสูจน์คําพูดภายในหนึ่งสัปดาห์ ขอให้ทุกคนเชื่อใจผม” คืนวันนั้นจางเสวียเหลียงและหยางหูเฉิงพยายามพูดชักจูงเจียงไคเชกอีกครั้ง แต่ก็ถูกปฏิเสธเช่นเคย

จึงเหลือหนทางเพียง “การทัดทานด้วยกําลังทหาร” เพียงวิธีเดียว

จางเสวียเหลียงและหยางหูเฉิงจึงร่วมกันวางแผน ขณะนั้นกองบัญชาการของเจียงไคเชกตั้งอยู่ในบริเวณสระหัวชิงซึ่งอยู่นอกประตูทิศใต้ของอําเภอหลินถง มีทหารองครักษ์ประจํากายเพียง 20-30 นาย ที่มาจากกองพันที่หนึ่งแห่งกองทัพพิทักษ์ของจางเสวียเหลียง หวังอวี้จ้านซึ่งเป็นหัวหน้ากองพันได้เฝ้าติดตามดูความเคลื่อนไหวเจียงไคเชกอย่างใกล้ชิด และส่งคนไปป้องกันอันตรายที่ทางออกทุกจุดอย่างเข้มงวด ตามคําสั่งของจางเสวียเหลียง

วันที่ 11 ธันวาคม เวลา 16.00 น. กว่า จางเสวียเหลียงล้มเหลวในการพูดทัดทานเจียงไคเชกต่อหน้าอีกครั้ง เขาก็ออกคําสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจับตัวเจียงไคเชก โดยมีหวังอวี้จ้านและซุนหมิงจิ่วซึ่งเป็นหัวหน้ากองพันทหารรักษาการณ์ของจางเสวียเหลียงร่วมกันลงมือ

เวลา 04.00 น. กว่า ก่อนฟ้าสางวันที่ 12 หวังอวี้จ้านและชุนหมิงจิ่วนํากําลังทหารร้อยกว่านายคลําทางไปถึงลานด้านนอกของสระหัวชิงในตอนกลางคืน ทั้งยังให้ทหารองครักษ์ของเจียงไคเชกเปิดประตู หลังจากถูกปฏิเสธ ก็สั่งให้ทหารยิงปืนโจมตี ไม่ทันไร พวกเขาจึงบุกเข้ายังที่พักของเจียงไคเชก ซึ่งเป็นเรือนแถวสุดท้ายของลานด้านในสระหัวชิง

แต่เจียงไคเชกหลบนีไปได้ ซุนหมิงจิ่วสั่งการให้ค้นทุกซอกทุกมุม จางเสวียเหลียงโทรศัพท์มาหาจากในเมือง กล่าวอย่างร้อนใจว่า “หากจับตัวเจียงไคเชกไม่ได้ ก็จะถูกลงโทษในข้อหาทรยศ”

ในระหว่างค้นหาตัวเจียงไคเชก ทหารนายหนึ่งวิ่งมารายงาน ว่า “พบรองเท้าข้างหนึ่งที่เจียงไคเชกสวมอยู่ตรงพื้นกําแพงด้านนอกของห้องหมายเลข 3” ซุนหมิงจิ่วและหวังอวี้จ้านฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เจียงไคเชกคงปืนข้ามกําแพงหนีขึ้นไปบนภูเขาหลีซานซึ่งอยู่ด้านหลังแล้ว จึงรีบสั่งให้ทหารขึ้นภูเขาไปค้นหาตัวเจียงไคเชก

ขณะนั้นท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว ในที่สุดก็พบเบาะแสและสามารถตามหาเจียงไคเชกหลบซ่อนอยู่ถ้ำแห่งหนึ่งพบ

จางเสวียเหลียงและหยางหูเฉิง ส่งโทรเลขเรื่องข้อเสนอ 8 ประการเกี่ยวกับการกู้ชาติไปทั่วประเทศ เจียงไคเชกยอมรับข้อเสนอยุติปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์จีนและร่วมกันต่อต้านญี่ปุ่น ด้วยความพยายามอย่างกระตือรือร้นจากพลังทุกฝ่าย เหตุการณ์ซีอานจึงจบลงอย่างสันติ

ปัจจุบันนี้ บริเวณจุดท่องเที่ยวหินตาเสือตรงไหล่เขาของภูเขาหลีซานซึ่งอยู่หลังสระหัวซิงนั้นมี “ศาลาทัดทานด้วยกําลังทหาร” อยู่ ศาลาแห่งนี้สูง 4 เมตร กว้าง 2.5 เมตร ก่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ป้ายของศาลาทัดทานด้วยกําลังทหารทํามาจากหยกหลานเถียนอันล้ำค่า ศาลาแห่งนี้ก็คือประจักษ์พยานแห่งเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นั้น

ข้อมูลจาก

เส้าหย่ง, หวังไห่เผิง (เขียน) กำพล ปิยะศิริกุล (แปล). หลังสิ้นบัลลังก์มังกร, สำนักพิมพ์มติชน 2560

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 1 มิถุนายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจียงไคเชก” ถูกจับที่ซีอาน เพราะไม่ฟังความต้องการของประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...