โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ตาราง 9 ช่อง'วิธีฝึกเพิ่มความสมบูรณ์แบบของการออกกำลังทุกเพศทุกวัย

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 พ.ค. 2563 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2563 เวลา 05.53 น.

‘ตาราง 9 ช่อง’วิธีฝึกเพิ่มความสมบูรณ์แบบของการออกกำลังทุกเพศทุกวัย

เชื่อว่า หลายคนคงได้ยินชื่อการออกกำลังกายด้วย “ตาราง 9 ช่อง” กันมาบ้างแล้ว แต่บางคนก็แค่ได้ยินไม่ได้ศึกษารายละเอียดหรือวิธีการฝึกปฏิบัติ จึงอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากที่จะต้องมาทำตาราง หรือต้องมาเสียเวลาศึกษาวิธีการใช้งาน สู้เสียเงินเข้าฟิตเนสที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายให้ครบ มีเทรนเนอร์คอยแนะนำ หรือซื้อรองเท้าวิ่งสักคู่แล้วออกไปวิ่งน่าจะได้ประโยชน์มากกว่า

ถ้าคุณมีความคิดดังกล่าว ขอให้คิดทบทวนใหม่ แล้วให้เวลากับตัวเองสักนิดด้วยการทำความเข้าใจกับวิธีการใช้“ตาราง 9 ช่อง” ในการฝึกหรือการออกกำลังกายแล้วคุณจะพบว่า พื้นที่แคบๆ แค่ไม่ถึง 1×1 เมตร คือพื้นที่“มหัศจรรย์” ที่ทำให้เกิดความ“อัศจรรย์” กับชีวิตและสุขภาพของคุณอย่างคาดไม่ถึง ด้วยงบประมาณเพียงไม่กี่บาทหรืออาจจะไม่ลงทุนเลยถ้าพื้นที่บ้านท่านปูด้วยกระเบื้อง

ยิ่งกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เจ้า “ตาราง 9 ช่อง” ตอบโจทย์เรื่องสุขภาพคนทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กจนไปถึงผู้สูงอายุ

 

ศ.ดร.เจริญ กระบวนรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์การกีฬา “เอสซีจี แบดมินตัน อะคาเดมี่” และผู้เชี่ยวชาญการออกกำลังกาย ที่เป็นผู้คิดค้น “ตาราง 9 ช่อง” เล่าให้ฟังว่า สมัยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเษตรศาสตร์ ได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็นโค้ชทีมกรีฑา และได้ตั้งโจทย์ในการฝึกสอนว่า จะทำอย่างไรให้นักกีฬามีความเร็วในการเคลื่อนไหวและเคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งการพัฒนาความเร็วต้องอาศัยปฏิกิริยาการรับรู้และสั่งงานของสมองที่รวดเร็วบวกกับการสร้างเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ดังนั้น จึงได้คิดหาวิธีการฝึกปฏิกิริยาการรับรู้สั่งงานของระบบประสาทกล้ามเนื้อให้สามารถในการออกแรงตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวให้ได้เร็วที่สุดหรือใช้เวลาที่สั้นที่สุด ถ้าเรารู้หลักการด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาก็เหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ ซึ่งการฝึกความเร็ว ไม่ใช่จับเด็กให้มาวิ่งแข่งกัน เพราะความเร็วมีหลายชนิดและมีรูปแบบการฝึกที่หลากหลาย ในขณะเดียวความเร็วเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องเข้าใจขั้นตอนการฝึก

จึงเป็นที่มาของการคิดค้น “ตาราง 9 ช่อง” ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2528 ได้พยายามคิดค้นรูปแบบวิธีการฝึกโดยอาศัยองค์รู้และหลักการฝึกที่ได้เรียนรู้มา เป็นการลองผิดลองถูกกันมาตลอด และเริ่มค้นพบวิธีการต่างๆในการฝึกซ้อมมากขึ้น ซึ่งมีความแตกต่างจากสิ่งผู้ฝึกสอนโดยทั่วไปใช้ฝึกกัน จนผลงานเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นมาเรื่อยๆจากความสำเร็จในการแข่งขันของนักกีฬาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 โดยวัดได้จากการที่นักกีฬามีปฏิกิริยาเร็วขึ้น

 

 

และในปี 2538 ได้รับการติดต่อจากสต๊าฟโค้ช และท่าน พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ นายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย ให้เข้ามาช่วพัฒนาการฝึกสมรรถภาพนักกีฬาเซปักตะตร้อทีมชาติไทย ที่เตรียมทีมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่เชียงใหม่ โดยนำหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาและได้นำ “ตาราง 9 ช่อง” มาฝึกซ้อม จนทำให้นักตะกร้อทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ปี 2538 ที่จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้แพ้คู่ปรับมาเลเซียมาตลอดในเอเชี่ยนเกมส์ และจนถึงทุกวันนี้ ทีมตะกร้อไทยผูกขาดความยิ่งใหญ่มาตลอด

หลังจากประสบความสำเร็จกับทีมตะกร้อรวมถึงกีฬาอื่นๆ ศ.ดร.เจริญ ได้พัฒนา “ตาราง 9 ช่อง” เพื่อนำมาใช้กับพัฒนาการสมองของเด็ก ผู้สูงอายุ ตลอดจนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ เด็กออทิสติก แม้แต่คนหนุ่มสาวก็สามารถประยุกต์ตารางมาใช้การออกกำลังกาย ในรูปแบบของการเต้นแอโรบิก การใช้ตารางเก้าช่องกับเต้นบาสโลป รำวง รวมไปถึงการฝึกปฏิกิริยาความของขาในการพัฒนาความเร็ว ความคล่องแคล่วว่องไว และความสัมพันธ์ในการเคลื่อนไหว การทรงตัวและใช้การฝึกปฏิกิริยาความเร็วของมือหรือแขนในนักกีฬามวย แบดมินตัน เทเบิสเทนนิส เป็นต้น จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในทุกวันนี้

 

“ตาราง 9 ช่อง เป็นเครื่องมือในการพัฒนาปฏิกิริยาความรวดเร็วในการเคลื่อนไหวของมือและเท้า รวมทั้งพัฒนาทักษะความสัมพันธ์ ตลอดจนการทรงตัวในการเคลื่อนไหวร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งช่วยพัฒนาระบบไหลเวียนเลือดและระบบหายใจ นอกจากนี้ การออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องยังช่วยกระตุ้นและพัฒนาการทำงานของสมองให้มีประสิทธิสภาพ ฝึกปฏิกิริยารับรู้และตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว ตลอดจนการคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้ความจำแม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายสมองและคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ถือเป็นการลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้ โดยตาราง 9 ช่องนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับคนทุกเพศทุกวัยได้ อยู่ที่เราจะใช้ประโยชน์ในด้านใดหรือเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

“สมองคนเราพัฒนาได้ตลอดชีวิต หลักการง่ายๆ คือ ถ้าเราไม่ใช้สมองนานๆ สมองก็จะฝ่อลีบและจะเสื่อมความสามารถในการรับรู้สั่งงาน เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อที่ไม่ได้รับการฝึกหรือไม่ได้รับการออกกำลังกาย
แต่ถ้าใช้มากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอร่างกายและสมองก็จะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น สมองในส่วนที่เราใช้งานในการเคลื่อนไหวเป็นประจำ คือ สมองส่วนที่ใช้ควบคุมการเดินไปข้างหน้า แต่เราไม่ค่อยได้ใช้สมองส่วนที่ควบคุมการเดินถอยหลัง สมองส่วนนี้จึงสูญเสียความสามารถในการควบคุม ทำให้เวลาถอยหลังเราจะเสียการทรงตัวหรือล้มง่ายเพราะสมองส่วนนี้ไม่เคยถูกใช้งาน. ตาราง 9 ช่องใช้หลักการเคลื่อนไหวร่างกายที่สำคัญ 3 มิติ คือ มิติหน้า- หลัง มิติซ้าย-ขวา และมิติบน-ล่าง. เป็นหลักการในการฝึกเคลื่อนไหวซึ่งผู้นำไปใช้สามารถออกแบบการไหวได้ตามที่ตนเองต้องการ” ศ.ดร.เจริญ กล่าว

 

และก่อนที่จะมาออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่อง เราต้องทำตารางเสียก่อน ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่มีกระดาษหรือชอล์กทำเป็นเส้น ขนาด 75 X 75 หรือ 60×60 เซนติเมตร หรืออาจจะมีขนาดเล็กกว่านี้เล็กน้อย แล้วแบ่งออกเป็น 9 ช่องเท่าๆ กัน เขียนตัวเลข 1-9 ลงในช่องแต่ละช่อง จากช่องล่างสุดเรียงจากซ้ายไปขวา เพียงแค่นี้เราก็จะได้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายแบบใหม่ ในแต่ละท่าของการเล่นตาราง 9 ช่องนี้จะใช้เวลาในการฝึกปฏิบัติประมาณ 10-15 วินาทีต่อรอบ และต้องมีการฝึกซ้ำ 3-5 รอบโดยมีการเคลื่อนไหวพื้นฐานที่สำคัญเป็นแบบ 3 มิติ คือ ซ้าย-ขวา,หน้า-หลังและบน-ล่าง เท่านั้นเอง

สามารถเข้าไปดูคลิปการออกกำลังกายด้วยตาราง 9 ช่องแบบพื้นฐาน รวมถึงคำแนะนำในการออกกำลังกายต่างๆ ได้ที่ Youtube Channel : Prof.Charoen Krabuanrat หรือเข้าไปที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Charoen Krabuanrat

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...