ส่องเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty หัวใจสำคัญของความทนทานและความเย็นฉ่ำ
Marketing Oops
อัพเดต 23 มี.ค. 2563 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2563 เวลา 02.00 น. • Marketing Oops!ถ้าถามว่า ประเทศไทยมีกี่ฤดู? คงมีหลายคนตอบว่า 3 ฤดู ประกอบไปด้วย ฤดูร้อน ฤดูร้อนกว่าและฤดูร้อนที่สุด ถ้าปีไหนที่รู้สึกถึงความเย็นในช่วงปลายปีมากกว่า 2 วัน ถือเป็นโบนัสสำหรับชาวไทย เพราะสภาพอาการที่แปรปรวนส่งผลให้ฤดูกาลต่างๆ ผิดเพี้ยนไป แถมยังเพิ่มฤดูแล้งเข้ามาอีก ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนคงทำให้ใครหลายคนหงุดหงิด และมีอาการหัวร้อนไปตามๆ กัน
“เครื่องปรับอากาศ” ดูเหมือนจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยให้บรรยากาศดีขึ้น จากที่หงุดหงิดก็ผ่อนคลายลง จากที่หัวร้อนก็จะใจเย็นมากขึ้น ยิ่งช่วงเช้าก่อนตื่นนอนถ้าได้อากาศเย็นๆ รับรองได้ว่าต้องมีการแซะตัวออกจากที่นอนอย่างแน่นอน ยิ่งวันไหนที่อากาศร้อนจัดๆ เครื่องปรับอากาศคงต้องทำงานหนักขึ้น แต่จะมีซักกี่เครื่องที่สามารถทำงานหนักได้ในสภาพอากาศที่เอื้อให้เครื่องปรับอากาศพังเร็วมากขึ้น
ดูเหมือนว่า “Mitsubishi Heavy Duty” จะมีคำตอบเพราะเป็นแบรนด์ที่ครองตำแหน่งผู้นำด้านความทนทานในตลาดเครื่องปรับอากาศมาอย่างยาวนาน ที่ทุกคนรู้ถึงความทนทานและความอึดถึก โดยเฉพาะในรุ่น Mitsubishi Heavy Duty ZSXS ที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่น TOP มาพร้อมกับเทคโนโลยี Inverter ระบบแท้ ที่ช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าการใช้งานเครื่องปรับอากาศทั่วไป
ซึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ Mitsubishi Heavy Duty ZSXS ประหยัดไฟและทนทาน ประกอบด้วย 4 ชิ้นส่วน ทั้งแผงวงจรอัจฉริยะ PAM ที่ช่วยควบคุมความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์และมอเตอร์โดยการปรับเปลี่ยนความถี่ในการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้พลังงาน และคอมเพรสเซอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC) สามารถปรับเปลี่ยนความเร็วรอบในการทำงานให้สัมพันธ์กับอุณหภูมิภายในห้อง ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น
วาล์วอิเล็กทรอนิกส์ (EEV) ควบคุมอัตราการไหลของสารทำความเย็นเพื่อให้วงจรสารทำความเย็นอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมพร้อมใช้งานมากที่สุด และมอเตอร์กระแสตรง มีความแม่นยำในการควบคุมความเร็วรอบ เปลี่ยนแปลงความเร็วรอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเทคโนโลยีทั้ง 4 จะผสานการทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ Mitsubishi Heavy Duty ZSXS ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคนอกเหนือจากความเย็นได้ ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่น Motion Sensor ที่ช่วยให้แอร์เป่าไปยังเป้าหมายโดยตรง พร้อมด้วยการทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานด้วยเสียงเงียบระดับ 19 เดซิเบล ในโหมด Ultra Low เงียบแทบไม่ได้ยินเสียงการทำงานช่วยให้พักผ่อนได้อย่างเต็มอิ่ม
พร้อมด้วยการันตีการประหยัดไฟฟ้าด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ถึง 3 ดาว รวมไปถึงการได้รับรางวัลการออกแบบ A’Design Award จากประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเวทีรางวัลการออกแบบระดับโลก เพราะเครื่องปรับอากาศในปัจจุบันเป็นเสมือนอุปกรณ์ตกแต่งบ้านชนิดหนึ่ง
นอกจากนี้เสียงตอบรับจากผู้บริโภคยังเป็นเครื่องการันตีถึงคุณภาพได้อย่างดีทั้ง ในเรื่องของความทนทานที่ผ่านไปกี่ปีก็ยังสามารถใช้งานได้อย่างดี แถมลูกค้าบางรายใช้เครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty มานานกว่า 10 ปีก็ยังใช้ได้ดีเป็นปกติ ลูกค้าบางรายต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมงก็ยังสามารถใช้ได้ดีแถมประหยัดพลังงาน
นั่นจึงทำให้ Mitsubishi Heavy Duty กล้าท้าทายด้วยการรับประกันเปิดเครื่องปรับอากาศตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 5 ปี เรียกว่าจ่ายครั้งเดียวทนเกินคุ้ม แถมด้วยเทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ช่วยให้เย็นเร็วแต่กินไฟน้อย และช่วยให้เย็นได้ตรงจุดที่ต้องการความเย็น
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นนโยบายที่สำคัญมาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท Mitsubishi Heavy Industries ที่ประเทศญี่ปุ่นในปี 1964 หากไล่เรียงกันแล้วจะพบว่าบริษัท Mitsubishi Heavy Industries เป็นการรวมตัวของ 2 ตระกูลทั้งตรักูลยามาอูจิและตระกูลอิวาซากิ และเมื่อนำตราประจำตระกูลทั้ง 2 มารวมกันจะได้เป็นโลโก้ใบพัดสีแดง Mitsubishi ที่เห็นกันในปัจจุบัน
คำว่า “Mitsubishi” มีความหมายถึงเพชร 3 เม็ดที่มีทั้งความแข็งแกร่งและมีความสวยงามหรูหรา มีมูลค่า โดยในวันที่ 22 กันยายน 2531 บริษัท Mitsubishi Heavy Industries ร่วมมือกับกลุ่มบริษัทมหาจักรในการก่อตั้ง บริษัท Mitsubishi Heavy Industries – Mahajak Air Conditioners จำกัด หรือ MACO ผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องปรับอากาศของประเทศไทย
ปัจจุบัน MACO ในฐานะผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศชั้นนำ สามารถผลิตผลิตภัณฑ์คุณภาพได้แล้วกว่า 28 ล้านเครื่อง ภายใต้ชื่อ Mitsubishi Heavy Industries โดยได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากลูกค้าในด้านคุณภาพมาตรฐาน การส่งมอบตรงเวลา และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นผลมาจากความตั้งใจส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงแก่ลูกค้า
โดย MACO ยังได้ลงทุนหลายร้อนล้านบาทเพื่อจัดตั้งศูนย์ทดสอบเครื่องปรับอากาศที่ได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อทดสอบถึงคุณภาพความปลอดภัยในการใช้งาน การทดสอบระดับเสียงระหว่างการทำงาน รวมไปถึงการทดสอบสมรรถนะและการใช้พลังงานเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานทุกประเภท โดยศูนย์ทดสอบเครื่องปรับอากาศดังกล่าว ยังเป็นศูนย์ทดสอบแห่งแรกในประเทศไทย
นอกจากนี้ MACO ยังได้รับรางวัลและเกียรติบัตรมากมายเพื่อเป็นข้อพิสูจน์และยืนยันถึงคุณภาพเครื่องปรับอากาศ ทั้งมาตรฐาน ISO 9002, ISO 9001, ISO 14001, TIS 18001, OHSAS 18001 และ PED 97/23/EC จาก TUV NORD, ประกาศนียบัตรรับรองผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศจากประเทศญี่ปุ่น, ประกาศนียบัตรรับรองความปลอดภัยจากประเทศจีน เป็นต้น
ทั้งหมดนี้สามารถหาได้จากเครื่องปรับอากาศ Mitsubishi Heavy Duty ZSXS แล้วเตรียมพบกับเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่อย่าง Mitsubishi Heavy Duty YXP และ Mitsubishi Heavy Duty YXS ที่จะเผยโฉมในเร็วๆ นี้
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.mitsuheavythai.com/th/
Related posts:
ไม่ต้องซื้อแยก! Air Jordan ฉลอง 30 ขวบ รวม 4 สีฮิตจัดให้ในคู่เดียว
Air Co เปิดตัว “วอดก้าไร้คาร์บอน” ขวดแรกของโลก
คิง เพาเวอร์ ฉีกโมเดล ชูกลยุทธ์เฉพาะกิจ KING POWER TEAM POWER ผนึกกำลังพนักงานและพันธมิตรทางการค้าพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
TV Direct ปรับผังองค์กรรับปีใหม่เพิ่มไลน์ธุรกิจ B2B เลื่อนตำแหน่งผู้บริหาร
เมื่อ “เจรจาธุรกิจ” คือทางลัดที่ช่วยให้โตแกร่ง จึงเป็นที่มาของ K SME Matching Day
อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com