โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เข็มละ 68 ล้านบาท! องค์การอาหารและยาในสหรัฐไฟเขียวขายยาที่แพงที่สุดในโลกแล้ว

BT Beartai

อัพเดต 26 พ.ค. 2562 เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2562 เวลา 08.46 น.
เข็มละ 68 ล้านบาท! องค์การอาหารและยาในสหรัฐไฟเขียวขายยาที่แพงที่สุดในโลกแล้ว

ยา Zolgensma ราคาแพงที่ว่านี้เป็นยาของบริษัทผลิตยาสัญชาติ Swiss ที่ชื่อว่า Novartis ยานี้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคที่เกิดจากพันธุกรรมที่เรียกว่า Spinal Muscular Atrophy (SMA) หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งมีรายงานว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบมากในอเมริกา เฉลี่ยแล้วเด็กแรกเกิดเป็นโรคนี้มากกว่า 400 ราย/ปี

โรค SMA เป็นโรคที่ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย  แต่หากพบในเด็กแรกเกิดจะทำให้ทารกไม่สามารถพลิกคว่ำ กลืน หรือในบางรายเด็กจะไม่สามารถหายใจได้เลย ส่วนมากผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 2 ปีหลังคลอด แต่หากมีอายุที่นานกว่านั้น พวกเขาจะต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ และผู้ที่มีความผิดปกติน้อยพวกเขาจะมีอายุยืนกว่า 20 ปี แต่อาจจะมีอาการพิการร่วม

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาองค์การอาหารและยาจึงได้กำหนดว่าหากพบเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ถูกตรวจวินิจฉัยแล้วว่ามีอาการ SMA ไม่ว่าจะอยู่ในประเภทไหนก็ตาม (มี 4 ประเภท แบ่งตามความรุนแรง และ ช่วงอายุ) แพทย์ต้องฉีดยา Zolgensma ให้เด็กเพื่อทำการรักษา ในราคาเข็มละ 2.125 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 68 ล้านบาท)

ราคาโหดไปหน่อย แต่บริษัท Novartis ก็มีตัวเลือกผ่อนจ่าย พร้อมส่วนลดให้ เงื่อนไขคือคุณสามารถผ่อนจ่ายค่ายาได้ในระยะเวลา 5 ปี (ตกปีละ 425,000 ดอลล่าร์ ก็ราวๆ 13 ล้านบาท/ปี) และมีส่วนลดให้ผู้ป่วยด้วยหากการรักษานั้นไม่เห็นผล แต่ในความจริงแล้วในสหรัฐยังมีการอนุญาตใช้ยาอีกตัวที่ชื่อว่า Spinraza ในการรักษาโรค SMA แต่จุดต่างมันอยู่ที่ว่า ยา Spinraza นี้ไม่ได้ใช้รักษาครั้งเดียว ผู้ป่วยจะต้องได้รับยาทุกๆ 4 เดือน ส่วนค่ายา บริษัท Biogen ผู้ผลิตยา Spinraza บอกว่าในปีแรกบริษัทคิดค่าการรักษา 750,000 ดอลลาร์ ส่วนปีต่อๆไปเค้าคิดการรักษาปีละ 350,000 ดอลลาร์

กลุ่มองค์กรอิสระไม่แสวงหาผลกำไรจึงร่วมกันลงความเห็นแล้วว่า การยอมจ่าย 2.1 ล้านดอลลาร์ ให้การรักษาเพียงครั้งเดียวเป็นราคาที่น่าลงทุนเพื่อรักษาโรคร้ายแรงนี้มากกว่า

อย่างไรก็ตามยานี้ก็ไม่ได้การันตี 100% ว่าจะช่วยรักษาโรคได้ ยาจะเข้าไปช่วยทดแทนโปรตีนที่ขาด ซึ่งช่วยให้เซลล์ประสาทเริ่มผลิตโปรตีนที่ต้องการ ซึ่งจะหยุดการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทและทำให้ทารกพัฒนาขึ้นตามปกติได้ แต่มันไม่สามารถเข้าไปแก้ไขเซลล์ส่วนที่ถูกทำลายไปแล้วได้ ดังนั้นยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่จะมีผลดีเท่านั้น

ทั้งนี้เรายังไม่สามารถสรุปได้ว่าผลการรักษาของยานั้นอยู่ได้นานเท่าไหร่ รวมถึงยาจะส่งผลข้างเคียงต่อตับผู้ป่วยอย่างไร การรักษาจึงต้องติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอยู่ดี แต่นั้นก็ดีกว่าการที่เราไม่ได้ลงมือรักษาอะไรเลย

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...