โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

65 ปี ‘Godzilla’ มหากาพย์ราชันสัตว์ประหลาดในโลกภาพยนตร์

The MATTER

อัพเดต 30 พ.ค. 2562 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2562 เวลา 03.56 น. • Rave

สัตว์ประหลาดยักษ์จากเกาะญี่ปุ่นกำลังจะกลับมาอาละวาดอีกครั้งในตลาดโลก แถมคราวนี้ พี่ก็อดของแฟนๆ จะมาพร้อมกับสัตว์ประหลาดอีกหลายตัว ที่จะมาตีกันเพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์ Godzilla: King Of The Monsters และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะถือว่าเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามในจักรวาลภาพยนตร์ MonsterVerse ต่อจาก Godzilla ฉบับปี 2014 และ Kong: Skull Island ฉบับปี 2017 อีกด้วย

แต่ก่อนที่ ก็อดซิลล่า หรือ โกจิระ (Gojira) ตามชื่อเดิมในบ้านเกิดจะเดินทางมาไกลถึงจุดนี้ การเริ่มต้นของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์นั้นเริ่มต้นขึ้นราว 65 ปีก่อน โดยสัตว์ประหลาด หรือ ไคจู (Kaiju) จากญี่ปุ่นยังมีจักรวาลภาพยนตร์ของตัวเองมาก่อนแล้ว ทำให้มีก็อดซิลล่าออกมาหลายเวอร์ชั่น ต่างรูปลักษณ์ ต่างอารมณ์ หนำซ้ำยังเคยถูกดัดแปลงเป็นการ์ตูนอนิเมชั่น การ์ตูนคอมิค ไปจนถึงฉบับอื่นๆ ที่อาจจะทำให้คนดูหลายๆ คน จดจำสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้ไปด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน

นี่จึงเป็นการดีที่จะมองย้อนกลับไปว่า นับตั้งแต่แรกเริ่มที่ก็อดซิลล่าลุกขึ้นมาจากท้องทะเล สัตว์ประหลาดตัวนี้ต้องเผชิญอะไรในฉบับภาพยนตร์กันมาบ้าง

ภาพยนตร์ Godzilla 15 เรื่อง ในยุคโชวะ (1954 - 1975)

ไอเดียการสร้างภาพยนตร์สัตว์ประหลาดอาละวาดของญี่ปุ่นนั้นเริ่มต้นจากการที่ภาพยนตร์อเมริกาแบบ King Kong ฉบับปีค.ศ. 1933 สามารถกวาดทั้งรายได้และคนดูภาพยนตร์ในญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ทำให้มีคนในวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่นเริ่มมีไอเดียที่จะสร้างภาพยนตร์ในลักษณะเดียวกันตามมา

และเมื่อทาง Toho บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ของญี่ปุ่นมีไอเดียอยากสร้างภาพยนตร์ที่สะท้อนถึงเหตุการณ์เกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ไม่สามารถไปถ่ายทำภาพยนตร์ที่ต้องการในอินโดนิเซียได้ ทีมสร้างภาพยนตร์จึงเริ่มคิดโครงเรื่องใหม่ ใช้สัตว์ประหลาดบุกเข้าโจมตีโดยอ้างอิงกับเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ ทั้งจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และผลจากการทดลองระเบิด Castle Bravo บริเวณหมู่เกาะ Bikini ที่ทำให้ลูกเรือบนเรือ Daigo Fukuryu Maruได้รับผลพิษจากรังสีแบบเฉียบพลัน (acute radiation syndrome)

จนสุดท้ายก็มีการพัฒนาบทภาพยนตร์ขึ้นมา ซึ่งระหว่างนี้ทีมสร้างภาพยนตร์ได้Tsuburaya Eiji (ที่ภายหลังได้สร้างซีรีส์ อุลตร้าแมน) มาร่วมทีมสร้าง ช่วยพัฒนาบทและตัวสัตว์ประหลาด ซึ่งดีไซน์แรกเริ่มนั้นเป็นปลาหมึก กับสัตว์ประหลาดที่มีทรงหัวเป็นเห็ด (เหมือนกับควันระเบิดนิวเคลียร์) ก่อนจะมีการปรับดีไซน์ให้ละม้าย จระเข้ผสม ไดโนเสาร์ จนกลายเป็นดีไซน์ที่คนในยุคหลังคุ้นตาขึ้นมา

Gojira / Godzilla (1954)

ภาพจาก - http://commons.wikimedia.org

ภาพจาก - http://commons.wikimedia.org

ภาพยนตร์เรื่องแรกในซีรีส์ก็อดซิลล่า เล่าถึงเหตุการณ์ที่สัตว์ประหลาดลึกลับทำลายเรือหลายลำ จนกระทั่งมีคนร่ำลือว่า น่าจะเป็นฝีมือของ โกจิระ (Gojira) สัตว์ประหลาดร้ายที่มีชื่อมาจากการผสมคำว่า โกะริระ (Gorira หรือ กอริลล่า) กับ คุจิระ (Kujira หรือ ปลาวาฬ) ที่ภายหลังมีคนพบว่า มันคือสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่อาบกัมมันตภาพรังสีจากระเบิดนิวเคลียร์จนกลายเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ใหญ่สูง 50 เมตร พร้อมกับความสามารถในการพ่นไฟออกจากปาก ที่ออกอาละวาดทำลายล้างเมืองมนุษย์ จนกระทั่งมีคนพบหนทางขจัดมันได้ด้วยอาวุธที่เรียกว่า 'Oxygen Destroyer' แต่ชาวญี่ปุ่นที่ประสบเคราะห์ภัยจากสงครามมาก่อน ก็มองว่าหากใช้อาวุธนี้ให้โลกรู้แล้ว จะทำให้โลกทดลองการสร้างอาวุธร้ายแรงต่อไป ดร. Serizawa Daisuke ผู้คิดอาวุธนี้จึงตั้งใจสละชีพเพื่อปิดผนึกทั้งอาวุธและสัตว์ประหลาดยักษ์ไปพร้อมกัน เหลือความหวาดระแวงให้กับคนที่ยังอยู่ว่า หากคนเรายังทดลองระเบิดนิวเคลียร์ต่อไป ก็อาจจะมีสัตว์ประหลาดบุกมาอีกเรื่อยๆ ก็เป็นได้

ภาพจาก - IMPAwads.com

ภาพจาก - IMPAwads.com

ตัวภาพยนตร์ถูกตัดต่อเป็นสองเวอร์ชั่น นั่นคือฉบับดั้งเดิมที่ฉายในญี่ปุ่น ซึ่งเนื้อหามีสัญญะต่อต้านสงครามกับระเบิดนิวเคลียร์อยู่มาก และมีความยาว 96 นาที กับ เวอร์ชั่นที่ออกฉายในอเมริกา ที่เปลี่ยนชื่อภาพยนตร์เป็น Godzilla, King of the Monsters! ออกฉายในปีค.ศ. 1956 และมีการตัดต่อหนังให้สั้นลงเหลือ 80 นาที โดยลดพล็อตบางส่วนลงไป แต่เพิ่มฉากใหม่ที่Raymond Burr รับบทเป็น Steve Martin นักข่าวอเมริกาที่คอยรายงานเรื่องราวการบุกโจมตีของก็อดซิลล่า

นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ Gojira / Godzilla อีกฉบับหนึ่งที่ออกฉายเฉพาะประเทศอิตาลีในปีค.ศ. 1977 ตัวภาพยนตร์ฉบับนี้ Luigi Cozzi ได้ซื้อสิทธิ์จัดจำหน่ายภาพยนตร์ก็อดซิลล่าฉบับตัดต่อของอเมริกา โดยนำมา 'ลงสี' ให้กับฟิลม์ภาพยนตร์ขาวดำ ทั้งยังเพิ่มเติมฟุตเทจอื่นๆ รวมถึงมีการแต่งดนตรีใหม่ จนกลายเป็นฉบับสีที่พิสดารไปอีกแบบหนึ่ง และอาจจะแปลกเกินไปจนภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เคยได้ออกฉายนอกอิตาลีอย่างถูกกฎหมาย จนมีแฟนๆ เรียกหนังฉบับนี้ว่า 'Cozzilla' ซึ่งอ้างอิงมาจากนามสกุลของผู้จัดทำภาพยนตร์ฉบับนี้

Gojira No Gyakusu / Godzilla Raids Again (1955)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็อดซิลล่า ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาด Anguirus ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นสัตว์ประหลาดที่เคยเป็นคู่ปรับกับก็อดซิลล่ามาตั้งแต่สมัยอดีต การต่อสู้สิ้นสุดลงในกรุงโอซาก้า โดยก็อดซิลล่าพ่นลำแสงออกมาพิฆาตศัตรู และในขณะเดียวกัน กองกำลังของมนุษย์ก็พยายามกำจัดก็อดซิลล่าอีกครั้ง ด้วยการผนึกสัตว์ประหลาดยักษ์เอาไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็ง

ภาพจาก - Traileraddict.com

ภาพจาก - Traileraddict.com

ภาพยนตร์ได้รับการนำไปฉายในอเมริกาเช่นเดียวกับเรื่องก่อนหน้า และกลุ่มผู้ซื้อสิทธิ์ในอเมริกาได้ตัดสินใจที่จะปรับแก้ภาพยนตร์ให้เข้ากับผู้ชมในสหรัฐอเมริกา ทาง Toho ก็อนุญาตให้ยืมชุดของสัตว์ประหลาดทั้งสองตัวเพื่อถ่ายทำฉากใหม่เพิ่มเติม ใส่ดนตรีลงไปใหม่ และสุดท้ายก็ปรับชื่อภาพยนตร์มาเป็น 'Gigantis The Fire Monster' โดยทีมผู้ซื้อสิทธิ์ในอเมริกาตัดสินใจทำเช่นนี้เพราะเห็นว่า Godzilla ตัวดั้งเดิมได้ตายไปแล้ว แต่สิทธิ์การฉายภาพยนตร์ก็มีการเปลี่ยนมือไปมา จนในตอนท้ายก็กลับเข้าสู่ทาง Toho ที่เป็นบริษัทแม่

และเมื่อมีการออกหนังในรูปแบบแผ่นสำหรับรับชมที่บ้านในภายหลัง จึงมีการนำเอาภาพยนตร์ฉบับญี่ปุ่นมาจำหน่ายแล้วใช้ชื่อภาษาอังกฤษ Godzilla Raids Again มาใช้แทนในที่สุด

King Kong Tai Gojira / King Kong vs. Godzilla (1962)

หลังจากปล่อย ก็อดซิลล่า ออกมาหลายภาคแล้วทาง Toho ก็พักการสร้างภาพยนตร์ก็อดซิลล่า แล้วเริ่มขยายจักรวาลสัตว์ประหลาดของตัวเองด้วยการสร้างภาพยนตร์สัตว์ประหลาดตัวอื่นอย่าง Sora No Daikaiju Radon / Rodan (1956), Daikaiju Baran / Varan The Unbelievable (1958), Mothra (1962) ก่อนจะกลับมาสร้างภาพยนตร์ก็อดซิลล่า อีกครั้งในปีค.ศ. 1962

การกลับมาบนจอภาพยนตร์คราวนี้ก็เป็นเหมือนแมตช์ในฝันของผู้สร้างก็อดซิลล่า เพราะนี่เป็นภาพยนตร์สีเรื่องแรกของซีรีส์ก็อดซิลล่า และเป็นโอกาสอันดีที่สัตว์ประหลาดจากโลกตะวันออกกับโลกตะวันตกจะได้มาปะทะกันในภาพยนตร์ King Kong vs. Godzilla

ภาพจาก - https://kaijyu.fandom.com

ภาพจาก - https://kaijyu.fandom.com

ตัวหนังเล่าเรื่องว่า เรือดำน้ำอเมริกาได้ไปชนกับภูเขาน้ำแข็ง (ที่เดียวกับท้ายหนัง Godzilla Raids Again) ทำให้ก็อดซิลล่าคืนชีพอีกครั้ง อีกด้านหนึ่ง ชาวญี่ปุ่นที่ต้องการเพิ่มเรตติ้งให้รายการตัวเองก็ได้พบกับคิงคอง ที่สามารถกำหราบปลาหมึกยักษ์ในเกาะห่างไกลแบบไม่ยากเย็น ซึ่งชาวญี่ปุ่นก็สามารถลากลิงยักษ์ที่หลับอยู่ขึ้นแพและพาตัวกลับไปในน่านน้ำญี่ปุ่นได้ ระหว่างที่อยู่ในเขตประเทศญี่ปุ่น ลิงยักษ์ก็ตื่นขึ้นมาแล้วปะทะกับก็อดซิลล่า แต่คิงคองตัดสินใจถอยทัพเมื่อพบกับลำแสงของก็อดซิลล่า จากนั้นกองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่นก็ตัดสินใจที่จะหาทางกำจัดก็อดซิลล่ากันเอง ซึ่งก็ไม่สำเร็จ จนมนุษย์ค้นพบว่าทางที่พอจะรับมือสัตว์ประหลาดได้ก็คือการพาตัวคิงคองกลับมาดวลกับก็อดซิลล่า การต่อสู้ดำเนินอย่างดุเดือด จนกระทั่งฉากของการต่อสู้ย้ายไปยังใต้พื้นทะเล ซึ่งในตอนท้ายคิงคองก็ขึ้นมาเหนือน้ำแล้วว่ายน้ำกลับบ้านของตัวเอง ทิ้งให้มนุษย์ระแวงว่า ก็อดซิลล่าก็อาจจะมีชีวิตรอดก็ได้

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

ด้วยความที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำไปฉายในอเมริกาด้วย เลยเริ่มมีการเพิ่มดีกรีของความเป็นหนังแอคชั่นมากขึ้น และฉบับอเมริกาก็มีการตัดต่อใส่ดนตรีเข้าไปใหม่ กับมีเพิ่มฟุตเทจฉากความเสียหายจากข่าวต่างๆ เข้าไป รวมถึงมีการทอนรายละเอียดบางอย่างลง อย่างเช่น เสียงร้องของสัตว์ประหลาดในตอนจบนั้น ฉบับญี่ปุ่นจะมีทั้งเสียงก็อดซิลล่า และ คิงคอง แต่ฉบับอเมริกาจะมีแค่คิงคองเพียงเสียงเดียว ทำให้มีความเชื่อขึ้นมาว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีฉากจบสองแบบ แบบหนึ่งที่คิงคองชนะ และอีกแบบที่ก็อดซิลล่าชนะ

Mothra Tai Gojira / Mothra vs. Godzilla (1964)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

Sandai Kaiju: Chikyu Saidai no Kessen / Ghidorah, The Three-Headed Monster (1964)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

หลังจากดวลกับสัตว์ประหลาดจากต่างชาติแล้ว Toho ก็เริ่มสร้างจักรวาลหนังสัตว์ประหลาดของตัวเอง โดยการจับเอาสัตว์ประหลาดในสังกัดมาดวลกัน โดยเริ่มจากภาพยนตร์เรื่อง Mothra vs. Godzilla ที่พาตัวละคร Mothra กับ ภูตแฝด ซึ่งเป็นผู้สื่อสารกับสัตว์ประหลาดยักษ์ ต่อมา Toho ก็นำเอา Rodan มาร่วมศึกสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์ Ghidorah, The Three-Headed Monster ซึ่งในหนังเรื่องนี้ยังได้แนะนำมังกรทองสามหัว King Ghidorah ก่อนที่สัตว์ประหลาดตัวนี้จะกลายเป็นตัวร้ายขาประจำของซีรีส์ไปนับแต่นั้นมา

Kaiju Daisenso / Invasion of Astro-Monster (1965)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

Gojira, Ebira, Mosura Nankai No Daiketto / Ebirah, Horror of the Deep (1966)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

Kaiju-to no Kessen: Gojira no Musuko / Son of Godzilla (1967)

ภาพจาก - http://commons.wikimedia.org

ภาพจาก - http://commons.wikimedia.org

Kaiju Soshingeki / Destroy All Monsters (1968)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

หลังจากหนังเรื่องที่ 6 เป็นต้นมา ภาพยนตร์ก็อดซิลล่าก็ปรับทิศเน้นความบันเทิงมากขึ้น ก็อดซิลล่า กลายเป็นตัวเอกที่คอยช่วยเหลือโลกมากยิ่งกว่าเก่า จนบางเรื่องออกมาเป็นแนวเอาขำ บางเรื่องก็เน้นความประทับใจ และมีความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ เกิดขึ้นอีก อาทิ ในภาพยนตร์ Invasion of Astro-Monster เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่แนะนำมนุษย์ต่างดาวจากดาวอื่นที่เริ่มกลายเป็นตัวร้ายของหนังบางเรื่อง ในขณะที่ตัวก็อดซิลล่าได้พลิกมาเป็นตัวเอกแล้ว

ใน Ebirah, Horror of the Deep เริ่มมีการแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ก็เริ่มควบคุมสัตว์ประหลาดได้บ้าง ส่วน Son of Godzilla ก็แนะนำตัวละคร Minilla หรือ ลูกของก็อดซิลล่า ที่ออกมาเป็นเหมือนตัวชง-ตัวตบมุกสำหรับผู้ชมอายุน้อย และใน Destroy All Monsters ที่แม้พล็อตจะเล่าไปในอนาคตอันไกล แต่ก็มีการพูดถึง เกาะสัตว์ประหลาด เป็นครั้งแรก ซึ่งในอนาคตต่อมาก็การพูดถึงในหนังเรื่องอื่นๆ ด้วย

Gojira-Minira-Gabara: Oru Kaiju Daishingeki / All Monsters Attack (1969)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ถึงชื่อหนังจะบ่งบอกว่ามีสัตว์ประหลาดออกมาตีกันเต็มไปหมด แต่เรื่องหลักของหนังคือเรื่องของเด็กชาย Mitsuki Ichiro ที่ฝันเห็น Minilla ถูกกลั่นแกล้งในลักษณะคล้ายๆ กับชีวิตของตัวเด็กชาย นอกจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็ได้เฝ้าดูการต่อสู้ของก็อดซิลล่า จนทำให้เด็กชายค่อยๆ รับความมั่นใจจนกล้าเผชิญหน้ากับปัญหาและเติบโตขึ้นในตอนท้าย

Gojira Tai Hedora / Godzilla vs. Hedorah (1971)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

*Chikyu Kogeki Meirei: Gojira Tai Gaigan / Godzilla vs. Gigan (1972) *

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

Gojira Tai Megaro / Godzilla vs. Megalon (1973)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

หนังช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือของมนุษย์กับก็อดซิลล่า และสัตว์ประหลาดตัวอื่นในการต่อสู้กับศัตรูมากขึ้น ที่น่าพูดถึงเป็นพิเศษก็คงไม่พ้น Godzilla vs. Megalon ที่มีการใส่หุ่นยนต์ Jet Jaguar ซึ่งมนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ป้องกันตัวเองและสามารถขยายร่างตัวเองให้ใหญ่โตเพื่อรับมือกับสัตว์ประหลาดได้ก่อนที่ก็อดซิลล่าจะมาปิดเกม นอกจากนี้ ฉากแอคชั่นก็เริ่มมีอะไรเหนือจริงมากขึ้น อย่างการกระโดดเตะขาคู่ของก็อดซิลล่า

Gojira Tai Mekagojira / Godzilla vs. Mechagodzilla (1974)

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

Mekagojira no Gyakushu / Terror of Mechagodzilla (1975)

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

Mechagodzilla หรือหุ่นยนต์ที่ทำรูปทรงเลียนแบบก็อดซิลล่า เริ่มออกอาละวาดในภาพยนตร์ Godzilla vs. Mechagodzilla เป็นครั้งแรก ก่อนจะมีภาพยนตร์ Terror of Mechagodzilla ที่เป็นเรื่องราวภาคต่อ และกลายเป็นภาพยนตร์ชุดสุดท้ายในยุคโชวะก่อนที่จะมีการปล่อยให้สัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้จำศีลจากจอเงินเป็นเวลา 10 ปี

ภาพยนตร์ Godzilla 7 เรื่อง ในยุคเฮย์เซย์ (1984-1995)

หลังจากหยุดทำภาพยนตร์ก็อดซิลล่าไป 10 ปี อาจจะเพราะอาการตุปัดตุเป๋ทางด้านตัวตน หรือเพราะในช่วงหลังหนังสัตว์ประหลาดเริ่มไม่ป๊อปแล้วก็ตามที ในที่สุด Toho ที่เป็นเจ้าของผลงานต้นฉบับก็กลับมาสร้างภาพยนตร์สัตว์ประหลาดยักษ์อีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ก็ใช้วิธีการ Reboot ซีรีส์แบบอ่อนๆ โดยถือว่า หนังจะเดินเรื่องต่อจากภาพยนตร์ภาคแรกสุดเท่านั้น แล้วทิ้งความเกี่ยวพันของตัวละครต่างๆ ในภาคอื่นๆ ทั้งหมดไป เพื่อให้ก็อดซิลล่ากลับมาน่ากลัวและเป็นเหมือนภัยธรรมชาติสำหรับมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง และหนังในยุคนี้ยังเชื่อมโยงเรื่องราวทุกภาคเข้ากันโดยไม่ได้เว้นวรรคหรือข้ามเนื้อหาบางส่วนอย่างที่เคยเกิดขึ้นในภาพยนตร์ยุคโชวะ แต่มีตัวละครมนุษย์ที่มีพลังจิตสามารถสื่อสารกับสัตว์ประหลาดยักษ์ที่กลายเป็นผู้เชื่อมโยงความเกี่ยวพันของภาพยนตร์ภาคต่างๆ ด้วย

Gojira / The Return of Godzilla (1984)

ภาพจาก - https://spice.eplus.jp

ภาพจาก - https://spice.eplus.jp

หนังกลับมาเล่าเรื่องญี่ปุ่นในช่วงปีค.ศ. 1980 โดยให้ตัวละครบางตัวเป็นผู้รับผลกระทบจากการรุกรานของก็อดซิลลาในปีค.ศ. 1954 ผสมกับกลิ่นอายของสงครามเย็นที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนั้น และไม่มีสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวอื่นปรากฏในเรื่อง (เว้นแต่ถ้าจะนับShockirus หรือ เหาทะเลขนาดยักษ์ ที่ปรากฎตัวในต้นเรื่อง) กลายเป็นศึกระหว่างมนุษย์กับภัยขนาดใหญ่อย่างก็อดซิลล่าอีกครั้งหนึ่ง และภาพยนตร์จบลงด้วยการที่มนุษย์สามารถล่อให้ก็อดซิลล่าไปตกอยู่ในปล่องภูเขาไฟและขังมันไว้ในนั้น แต่ก็ยังไม่ใช่การกำจัดมันจนสิ้นฤทธิ์ได้

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพยนตร์ถูกนำไปฉายในอเมริกาอีกครั้ง ด้วยชื่อ Godzilla 1985 พร้อมกับการตัดต่อใหม่ ในลักษณะเดียวกันกับหนัง Godzilla, King of the Monsters! และยังได้ Raymond Burr มารับบท Steve Martin นักข่าวอเมริกาเช่นเดิม การตัดต่อหลายซีนส่งผลกระทบกับหนังจนทำให้มีความสั้นลงเหลือแค่ 87 นาที จากเดิมที่หนังต้นฉบับมีความยาว 105 นาที ซึ่งฉากที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดก็คือฉากที่นายพลรัสเซียตัดสินใจยิงจรวดนิวเคลียร์ ซึ่งต่างจากภาพยนตร์ฉบับญี่ปุ่นที่นายพลคนนี้ตัดสินใจสละชีวิตเพื่อที่จะหยุดยั้งการยิง และผลจากการตัดต่อครั้งนี้ทำให้ Godzilla 1985 ถูกมองว่าเป็นภาพยนตร์ที่ด้อยกว่าต้นฉบับ การตัดต่อเพื่อฉายในอเมริกาจึงดูจางหายไป

Gojira vs. Biorante / Godzilla vs. Biollante (1989)

ภาพจาก - Amazon.com

ภาพจาก - Amazon.com

หนังภาคที่สองของยุคเฮย์เซย์ที่เดินเรื่องจริงจังและซีเรียสตามรอยภาครีบู๊ต และแนะนำสัตว์ประหลาด Biollante ที่มีร่างต้นแบบมาจาก ต้นกุหลาบ ที่รวมกับเซลล์ของมนุษย์ แต่เรื่องราวก็ยังโฟกัสอยู่กับความขัดแย้งในการชิงอำนาจเชิงการเมืองอีกครั้ง ตัวภาพยนตร์ไม่ได้รับการตอบรับที่ดีนัก ทำให้ในการสร้างภาพยนตร์อีกสามภาค จึงกลับมาใช้สัตว์ประหลาดที่คนดูก็อดซิลล่าคุ้นเคยมากขึ้น

Gojira vs. Kingu Gidora / Godzilla vs. King Ghidorah (1991)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพยนตร์ภาคนี้เล่าเรื่องของมนุษย์ที่เดินทางมาจากอนาคต มาขอความร่วมมือกับชาวญี่ปุ่นที่ตอนนี้มีประสบการณ์ไม่ดีกับก็อตซิลล่ามาหลายครั้ง เพื่อแก้ไขโลกในอดีตไม่ให้ไดโนเสาร์พันธุ์ 'Godzillasaurus' กลายเป็นก็อดซิลล่าที่ถูกอาบกัมมันตภาพรังสี ซึ่งแผนงานก็เหมือนจะเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งมีการเปิดเผยว่า มนุษย์จากอนาคตตั้งใจทิ้ง Dorats สัตว์ประหลาดดัดแปลงพันธุกรรมที่ถูกสร้างเพื่อให้อาบกัมมันตภาพรังสี แล้วจะกลายเป็น King Ghidorah เพื่อมาสร้างอำนาจเป็นต่อให้กับอเมริกาและชาติอื่นๆ ในอนาคต ทว่าเกิดผิดแผนขึ้นมาก็คือ ก็อดซิลล่า นั้นไม่ได้โดนลบไปจากประวัติศาสตร์ แต่กลายพันธุ์เป็นก็อดซิลล่าเร็วกว่าเดิม และการแก้ไขอดีตทำให้ก็อดซิลล่าแข็งแกร่งกว่าเดิมจนสามารถเอาชนะ King Ghidora ได้โดยง่าย ทำให้ชาวอนาคตที่ยอมหักหลังเพื่อนพ้องไปนำเอา Mecha-King Ghidorah มาจากอนาคต เพื่อต่อสู้กับก็อดซิลล่า

หนังเรื่องนี้นำเอาพล็อตเรื่องการเดินทางข้ามเวลามาใช้เป็นครั้งแรกในซีรีส์ และนำเอา Mecha-King Ghidorah พร้อมด้วยความงงในเนื้อเรื่องมากมายเพราะการเดินทางข้ามเวลาส่งผลเสียต่อพล็อตไม่น้อย

Gojira vs. Mosura / Godzilla vs. Mothra (1992)

ภาพจาก - https://wikizilla.org

ภาพจาก - https://wikizilla.org

หนังเดินเรื่องต่อจากภาคก่อน โดยมีเหตุการณ์อุกกาบาตตกลงบนโลก ทำให้ก็อตซิลล่าต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และในขณะเดียวกันก็ทำให้ไข่ของ Mothra กับ ภูตแฝด ที่ในภาคนี้เรียกตัวเองว่า Cosmos กลายเป็นผู้ปกป้อง ซึ่งภูตแฝดก็เล่าว่าครั้งหนึ่งโลกเคยสร้าง Battra เพื่อมาคุ้มกันโลกแต่สัตว์ประหลาดทรงผีเสื้อดำตนนี้ได้ทำลายอุปกรณ์ควบคุมธรรมชาติ และอาละวาดเกินเบอร์จนเกือบทำลายมนุษยชาติทั้งหมด ทำให้ Mothra ต้องเข้าไปต่อสู้และถูกผนึกมานานนม จนกระทั่งตอนนี้ที่สัตว์ประหลาดยักษ์กำลังจะลืมตาตื่นมาต่อสู้กันอีกครั้ง การต่อสู้ชิงอำนาจระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดก็ถูกก็อดซิลล่าเข้ามาแทรกแซงอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้ก็อดซิลล่าไม่สามารถต้านทานผีเสื้อยักษ์ทั้งสองตัวได้ จึงถูกจับกุมไว้ในรังไหม แต่ก็อดซิลล่าก็ยังไม่ยอมเสียท่าจนสามารถคร่าชีวิตของ Battra สำเร็จก่อนที่ Mothra จะผนึกก็อดซิลล่าไว้ใต้ทะเลอีกครั้ง และเดินทางจากโลกนี้เพื่อไปป้องกันอุกกาบาตขนาดยักษ์ที่อาจจะพุ่งเข้าชนโลกได้

ถึงหนังจะเล่าเรื่องใหม่แต่ก็ยังคงมีเรื่องที่ย้อนอ้างอิงภาพยนตร์ภาคดั้งเดิมอยู่มาก อาทิ ภูตแฝด ที่สื่อสารกับมนุษย์ให้ Mothra รวมถึงการออกมาเป็นผู้ปกป้องโลกมากกว่าเป็นผู้ทำลายล้าง และมีตัวละครใหม่อย่าง Battra ที่ทำให้คนดูเห็นว่าถ้า Mothra โหดจะเป็นอย่างไร

Gojira vs. Mekagojira / Godzilla vs. Mechagodzilla II (1993)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

หนังภาคนี้จับประเด็นที่ Mecha-King Ghidorah เคยโดนทำลายไว้ และทางหน่วยงาน United Nations Godzilla Countermeasures Center หรือ UNGCC ของสหประชาชาติได้นำซากของ Mecha-King Ghidorah มาสร้างใหม่เป็นเรือเหาะ Garuda กับหุ่น Mechagodzilla ก่อนที่จะมีการพบไข่ขนาดยักษ์ที่ภายหลังทราบกันว่าเป็น ไข่ของก็อดซิลล่า กับ Rodan กองทัพมนุษย์จึงพยายามศึกษาลูกของสัตว์ประหลาด และล่อให้สัตว์ประหลาดทั้งสองตัวมาต่อสู้กับ Mechagodzilla ที่สามารถรวมร่างกับเรือเหาะ Garuda เป็น Super-Mechagodzilla ที่แข็งแกร่งขึ้นได้ ทว่า Rodan ที่เหมือนจะถูกจัดการได้แล้วกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายช่วยฟื้นฟูสมองที่สองของก็อดซิลล่า ที่อยู่ภายในลำตัว ทำให้ก็อดซิลล่าทำลายหุ่น Super-Mechagodzilla ได้สำเร็จก่อนจะพาลูกน้อยลงทะเลไป

ทั้งนี้ถึงแม้ว่าชื่อหนังฉบับภาษาอังกฤษจะใส่เลข 2 ในชื่อหนัง แต่ไม่มีหุ่น Mechagodzilla II แต่อย่างไร เลขตัวนั้นหมายถึงหุ่น Mechagodzilla ตัวที่สองมากกว่า เพราะหุ่นตัวแรกปรากฏตัวในหนังยุคโชวะไปแล้วสองภาคนั่นเอง

Gojira vs. SupaesuGojira / Godzilla vs. SpaceGodzilla (1994)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

จากการต่อสู้กับ Biollante กับ Mothra ในภาคก่อนหน้า ทำให้มีเซลล์ของก็อดซิลล่าลอยออกไปนอกอวกาศ ซึ่งเซลล์ดังกล่าวได้รับรังสีรุนแรงจากหลุมดำก่อนจะบินย้อนกลับมายังโลกในฐานะ SpaceGodzilla ซึ่ง Cosmos ภูตแฝดของ Mothra ก็ได้ส่งข้อความกลับมาเตือนมนุษย์ทำให้กองทัพมนุษย์ส่งหุ่น M.O.G.U.E.R.A จากซาก Mechagodzilla ไปรับมือ แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้  SpaceGodzilla ได้กลับมาโจมตีลูกของก็อดซิลล่าบนโลกและขังลูกสัตว์ประหลาดไว้ ฝ่ายก็อดซิลล่าก็ไม่สามารถเอาชนะแฝดจากนอกพิภพได้ สัตว์ประหลาดกับหุ่นยนต์ยักษ์จึงมาเปิดศึกใหญ่บนแผ่นดินญี่ปุ่น และ M.O.G.U.E.R.A. ก็ร่วมมือกับก็อดซิลล่าจนกำจัด SpaceGodzilla ได้ ก่อนจะกลับไปอยู่กับลูกน้อยอีกครั้ง

Gojira vs. Destoroyah / Godzilla vs. Destoroyah (1995)

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org/

ภาพยนตร์สุดท้ายของก็อดซิลล่าในยุคเฮย์เซย์ที่กองกำลังของ UNGCC พบว่าเกาะที่ก็อดซิลล่าอาศัยอยู่นั้นได้แปรสภาพเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยลาวา ทำให้ก็อดซิลล่าออกมาอาละวาดอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการที่หัวใจของก็อดซิลล่าที่ทำหน้าเหมือนเตาปฏิกรณ์กำลังเกิดการหลอมละลาย ประจวบกับที่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ปล่อยอาวุธ Oxygen Destroyer (เหตุการณ์ในภาพยนตร์ภาคแรกสุด) เกิดเติบโตขึ้นมาพอดิบพอดี ทำให้มันกลายเป็นสัตว์ประหลาด Destroyah ที่แข็งแกร่งกว่าสิ่งมีชีวิตพิสดารที่เคยปรากฏตัวมาก่อนหน้านี้ และสัตว์ประหลาดตัวใหม่ก็ทำการสังหารลูกของก็อดซิลล่า ทำให้ก็อดซิลล่าที่อยู่ในภาวะใกล้เสียชีวิตพยายามช่วยลูกน้อยให้ฟื้นคืน ทว่าการกระทำแบบนั้นกลับทำให้ร่างกายของก็อดซิลล่าเกิดการหลอมละลายเร็วขึ้น ศึกสุดท้ายระหว่าง Destroyah กับก็อดซิลล่าจึงเริ่มขึ้น โดยกองทัพมนุษย์ก็ช่วยยิงอาวุธแช่แข็งจนสามารถทำให้ก็อดซิลล่ายิงลำแสงปิดเกมก่อนจะเสียชีวิต และอาวุธแข่แข็งก็ทำให้ก็อดซิลล่าไม่ระเบิดออกจนทำลายโลกอย่างที่คนกลัว แล้วก็เป็นจังหวะนี้เองที่ลูกของก็อดซิลล่าฟื้นขึ้นมารับพลังงานจากก็อดซิลล่าตัวที่จากไป และบ่งชี้ว่าสัตว์ประหลาดน้อยจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งในอนาคต

ภาพยนตร์ Godzilla 6 เรื่อง ในยุคมิลเลนเนียม (1999-2004)

ก็อดซิลล่ากลับมาในช่วง Y2K หลังจากที่ไปเปิดตัวในฉบับฮอลลีวูดเมื่อปีค.ศ. 1998 (ซึ่งเราจะพูดถึงส่วนนี้ในช่วงต่อๆ ไป) คราวนี้ภาพยนตร์ออกมาในลักษณะภาคใครภาคมัน (เว้นแต่ Godzilla Against Mechagodzilla ที่จะเชื่อมโยงกับ Godzilla: Tokyo S.O.S.) และจะอ้างอิงเหตุการณ์กับภาคแรกเป็นหลักเท่านั้น ดังนั้นสำหรับหลายๆ คนอาจจะติดตามหนังในช่วงนี้ได้อย่างง่ายดายขึ้นเพราะเรื่องแทบจะไม่ต่อกันเลย

Gojira Nisen: Mireniamu / Godzilla 2000: Millennium (1999)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

เหตุการณ์ตีความให้ก็อดซิลล่าเป็นภัยธรรมชาติจนต้องมีหน่วยงาน Godzilla Prediction Network - GPN ที่คอยทำนายว่าก็อดซิลล่าจะบุกมาตรงไหน ต่อมาก็พาไปทำความรู้จักกับวัตถุลึกลับซึ่งตั้งใจบุกมาบนโลก โดยพบว่า UFO ดังกล่าวสามารถดูดกลืน DNA ของก็อดซิลล่า จนพัฒนาเป็นสัตว์ประหลาดยักษ์ Orga ที่เกือบจะกลืนก็อตซิลล่าได้ แต่กลับกลายเป็นว่าจังหวะที่จะกลืนร่างนั้น Orga โดนยิงลำแสงใส่เสียเอง และหนังก็จบลงโดยที่ชาวญี่ปุ่นก็ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตกับสัตว์ประหลาดยักษ์ต่อไป

 Gojira x Megagirasu G Shometsu Sakusen / Godzilla vs. Megaguirus (2000)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาคนี้ตีความว่า หนังภาคแรกไม่เคยใช้ Oxygen Destroyer ทำให้ญี่ปุ่นต้องย้ายเมืองหลวงไปโอซาก้า และมีการพัฒนาพลังงานพลาสม่ามาใช้แทนนิวเคลียร์เพื่อเลี่ยงการโจมตีจากก็อดซิลล่า และมีการพัฒนาปืนยิงหลุมดำขนาดจิ๋ว แต่ปืนดังกล่าวกลับดึงเอาแมลงจากต่างมิติที่ภายหลังสามารถดูดกลืนพลังงานของก็อตซิลล่าเข้ามา ก่อนจะพัฒนาร่างเป็น Megaguirus แต่สุดท้ายก็โดนก็อดซิลล่ากำจัดไปอีกหนึ่งตัว

Godzilla, Mothra and King Ghidorah: Giant Monsters All-Out Attack (2001)

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org

ภาคนี้ยังเป็นการตีความว่าหลังจากก็อดซิลล่าบุคมาครั้งแรกในปีค.ศ. 1954 แล้ว ญี่ปุ่นก็เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีของสัตว์ประหลาดยักษ์ จนมีข่าวว่ามีสัตว์ประหลาดยักษ์ Mothra, King Ghidorah และ Baragon ออกอาละวาดเพราะพวกมันรู้ว่าก็อดซิลล่ากำลังจะบุกเข้ามา และมีการตีความว่า ก็อดซิลล่า ในภาคนี้มีวิญญาณของคนตายจากยุคสงครามโลกครั้งที่สองสิงสู่อยู่ภายในร่างด้วย และสุดท้าย King Ghidorah ที่คืนชีพจากการรวมวิญญาณกับ Mothra และจรวดสว่าน D-03 ของกองทัพมนุษย์ก็สามารถล้มก็อดซิลล่าได้ แต่หัวใจที่เหลืออยู่ของมันก็ยังคงเต้นอยู่

หนังมีการแซะถึง 'การโจมตีของสัตว์ประหลาดในนิวยอร์กช่วงปี 1998' แต่ตัวละครในเรื่องจะระบุว่าชาวญี่ปุ่นที่มีประสบการณ์มาก่อนนั้นไม่เชื่อว่าเป็นก็อดซิลล่าหรอก

Gojira X Mechagodzilla / Godzilla Against Mechagodzilla (2002)

Gojira x Mosura x Mekagojira Tokyo S.O.S / Godzilla: Tokyo S.O.S. (2003)

ภาพยนตร์สองภาคต่อกันของก็อดซิลล่ายุคมิลเลนเนียม คือ Godzilla Against Mechagodzilla ที่กองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่น ได้พัฒนา Mechagodzilla ที่ใช้ชื่อว่า Kiryu ที่สร้างขึ้นโดนอิงจากกระดูกของก็อดซิลล่าที่ตายไปแล้วในปีค.ศ. 1954 ซึ่งหุ่นตัวใหม่นี้สามารถรับมือกับก็อดซิลล่า (อีกตัว) ได้ก็จริง แต่เพราะความจำของก็อตซิลล่าตัวดั้งเดิมทำให้หุ่นออกอาละวาดแบบที่ไม่มีใครควบคุมได้ สุดท้ายจึงให้นักบินมาขับ Mechagodzilla จนสามารถให้เอาชนะก็อดซิลล่าได้

ภาคต่อเริ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปหนึ่งปี ภูตแฝดของ Mothra ได้เตือนให้รัฐบาลญี่ปุ่นเอากระดูกของก็อดซิลล่าตัวดั้งเดิมไปทื้งไว้ท้องทะเล ไม่เช่นนั้น Mothra จะเข้าทำการห้ำหั่นกับมนุษย์ แน่นอนว่ากองทัพมนุษย์ปฏิเสธ และก็อดซิลล่าก็กลับมาอีกครั้ง ทำให้ Mothra ต้องสู้กับก็อดซิลล่า และ Kiryu ไปด้วย แต่สุดท้าย Mothra ก็เสียชีวิตไปเพื่อปกป้องตัวอ่อนของ Mothra เอง และกองทัพมนุษย์ก็ตัดสินใจส่ง Kiryu ลงใต้ทะเลเพื่อผนึกก็อดซิลล่า แต่มีทิ้งท้ายว่ากองกำลังป้องกันของญี่ปุ่นกำลังจะสร้างอาวุธชีวภาพจากสัตว์ประหลาดตัวอื่น แต่เนื่องจากหนังจบลงโดยไม่มีภาคต่อจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

Godzilla: Final Wars (2004)

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org

ภาพจาก - https://www.themoviedb.org

เรื่องราวภาคนี้ จับประเด็นว่าก็อดซิลล่าในหนังภาคแรกสุดถูกฝังไว้ใต้ภูเขาน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาแทน และเมื่อสัตว์ประหลาดมากมายกับเหล่ามิวแทนต์ที่มีพลังเหนือมนุษย์ปรากฎตัวออกมา จนเกิดเหตุวุ่นวายและมีการเปิดเผยว่ามีมนุษย์ต่างดาว X เป็นคนบงการและจำเป็นต้องปลุกก็อดซิลล่า และสัตว์ประหลาดลึกลับอย่าง Monster X ที่มีร่างจริงเป็น Keizer Ghidorah ร่างอัพเกรดของ King Ghidorah ซึ่งการต่อสู้จบลงด้วยชัยชนะของก็อดซิลล่า

ภาคนี้ได้ Kitamura Ryuhei ผู้กำกับญี่ปุ่นที่ถนัดทำหนังแอคชั่นแบบสุดโต่งมาทำ หนังเลยออกมาตามรูปแบบที่ผู้กำกับถนัด โดยหลักแล้วหนังภาคนี้เป็นการที่สัตว์ประหลาดบุกออกมาโจมตีทั่วโลก และกองกำลังมนุษย์ก็ออกมาบู๊ในสไตล์หนัง The Matrix และมีฉากหนึ่งที่ก็อดซิลล่าฉบับญี่ปุ่น สามารถกำจัด ก็อดซิลล่า ฉบับอเมริกาของปีค.ศ. 1998 ให้กลายเป็นฝุ่นในชั่วพริบตา

และภาพยนตร์ยุคมิลเลนเนียมของก็อดซิลล่าก็จบลง ณ จุดๆ นี้

ภาพยนตร์ Godzilla 4 เรื่อง ในยุคหลังมิลเลนเนียม (ที่มีกำหนดฉายแล้ว)

ก็อดซิลล่าของทาง Toho หายจากภาพยนตร์จอเงินไปราวๆ 10 ปี ก่อนที่จะมีข่าวว่าพวกเขากำลังพัฒนาภาคใหม่กันอยู่และทิศทางการพัฒนาภาคใหม่ก็เป็นอะไรที่น่าแปลกใจสำหรับคนดูไม่น้อยเสียด้วย

Shin Godzilla / Godzilla: Resurgence (2016)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพยนตร์ภาคนี้เป็นการรีบู๊ตเพื่อตีความใหม่ ที่เอาแนวคิดของโลกยุคสื่อสังคมออนไลน์เฟื่องฟู กับ เหตุภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะ และ เหตุการณ์แผ่นดินไหวกับคลื่นสึนามิในเขตโทโฮกุ ที่เกิดขึ้นในปีค.ศ. 2011 มาผสมกับการวิพากษ์การเมืองของญี่ปุ่น และได้ Anno Hideyuki ที่สร้างชื่อจากอนิเมะเรื่อง 'Neon Genesis Evangelion' มากำกับหนังร่วมกับ Higuchi Shinji ที่เคยรับผิดชอบการดูแลด้านสเปเชียลเอฟเฟกต์ของภาพยนตร์ Gamera ไตรภาค เลยทำให้ได้หนังก็อดซิลล่าฉบับใหม่ ที่นอกจากสัตว์ประหลาดยักษ์จะกลับมาเป็นภัยอย่างสมบูรณ์ ยังมีการแซะเรื่องราวหลายอย่างบนโลกแบบถึงลูกถึงคนด้วย

หนังตีความว่ามีสิ่งมีชีวตที่กลายพันธุ์เพราะรับสารกัมมันตรังสีมาขึ้นฝั่งที่อ่าวโตเกียว แต่รัฐบาลญี่ปุ่นกลับมองว่าไม่ใช่เรื่องจริงและตัดสินใจอย่างเชื่องช้าในการรับมือจนก็อดซิลล่าสามารถพัฒนาร่างใหญ่ยักษ์ได้สำเร็จ และในขณะเดียวกันกลุ่มข้าราชการการเมืองกลุ่มเล็กๆ ก็หาทางรับมือเพื่อช่วยเหลือประชาชน และเมื่อถึงจุดที่ก็อดซิลล่าโตเต็มตัว กองกำลังจากต่างชาติก็ตัดสินใจจะใช้นิวเคลียร์เพื่อทำลายก็อดซิลล่า แต่กลุ่มข้าราชการที่ยังรอดอยู่ ได้ทำการรับมือสัตว์ประหลาดตัวนี้ตามแผนการของนักวิจัยทุกฝ่าย จนสุดท้ายสามารถแช่แข็งก็อดซิลล่าได้ และทิ้งท้ายหนังด้วยว่า สุดท้ายชาวญี่ปุ่นหรือชาวโลกก็ต้องปรับตัวเพื่อระวังไม่ให้สัตว์ประหลาดแบบนี้วิวัฒนาการมาทำร้ายมนุษยชาติได้อีก

Godzilla: Planet of the Monsters (2017) / Godzilla: City on the Edge of Battle (2018) / Godzilla: The Planet Eater (2018)

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพจาก - IMDB.com

ภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ตีความไปไกลว่าหากก็อดซิลล่าสามารถยึดครองโลกไปได้จะเกิดอะไรขึ้น และมีการตีความสัตว์ประหลาดให้เป็นรูปแบบใหม่ ข้อเสียของตัวหนังก็คือการใช้เวลาเล่าเรื่องที่ค่อนข้างช้า และบทสรุปที่ชวนงงเบาๆ ภาพยนตร์ออกฉายในโรงภาพยนตร์เฉพาะในประเทศญี่ปุ่น และออกฉายทั่วโลกผ่านทาง Netflix

ภาพยนตร์ Godzilla 4 เรื่อง ที่สร้างโดยฝั่งฮอลลีวูด

ส่วนนี้เป็นภาพยนตร์ที่ทาง Toho เคยขายสิทธิ์ในการจัดทำให้กับฮอลลีวูด อย่างเช่นภาพยนตร์ Godzilla ฉบับปีค.ศ. 1998 ที่เราพูดถึงไปคร่าวๆ แล้ว กับภาพยนตร์ชุดใหม่ที่ถูกเรียกว่า MonsterVerse ซึ่งเป็นการร่วมมือกันระหว่าง Toho กับ Legendary Pictures ที่เราจะพูดถึงกันแบบคร่าวๆ ในส่วนนี้

Godzilla (1998)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

กล่าวกันว่า ระหว่างที่กองทัพฝรั่งเศสได้ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ในหมู่เกาะเฟรนช์โพลินิเชีย มีอีกัวน่าตัวหนึ่งได้กลายพันธุ์จากการอาบกัมมันตรังสี จนเวลาผ่านไปหลายปี สัตว์ประหลาดตัวนั้นได้ข้ามน้ำข้ามทะเลบุกเข้าโจมตีเกาะแมนแฮตตันและออกอาละวาดไปทั่ว จนกระทั่งกองกำลังของอเมริกามารวมพลังถล่มสัตว์ประหลาดตัวนี้ และสุดท้ายก็สามารถล่อมันไปยืนบนสะพารบรูคลิน แล้วยิงมิสไซล์ถล่มจนก็อตซิลล่าตัวนี้ตายลงไป ความสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่กลับไม่มีใครรู้ตัวว่า ยังมีไข่ฟองหนึ่งซ่อนตัวอยู่บนเกาะแมนแฮตตันและมันกำลังจะฟักออกมา

เพราะก็อดซิลล่ามีความนิยมอยู่ระดับหนึ่งจากการที่มีหนังภาคก่อนๆ ที่ตัดต่อสำหรับผู้ชมชาวอเมริกา ทำให้ก็อดซิลล่าเคยไปเล่นโฆษณาในอเมริกามาบ้างแล้ว จึงไม่แปลกที่ผู้สร้างภาพยนตร์ในฮอลลีวูดอยากจะสร้างหนังจากสัตว์ประหลาดเรื่องนี้ ซึ่งความจริงก็มีการพยายามสร้างก็อดซิลล่าก่อนหนังฉบับนี้มาแล้วในช่วงยุค 1980 โดยมีการสร้างทรีตเมนต์ของหนังที่ใช้ชื่อว่า Godzilla: King Of The Monsters in 3D แต่หนังก็ถูกปล่อยผ่านเพราะไม่มีคนกล้าลงทุนด้วย

ต่อมาในช่วงต้นของยุค 1990 ผู้กำกับอย่าง Jan de Bont (จากหนังเรื่อง Speed) ก็เคยร่วมมือกับ Stan Winston มือสเปเชียลเอฟเฟกต์ระดับโลก พยายามออกแบบหนังก็อดซิลล่า ที่ดีไซน์ออกมาคล้ายกับต้นฉบับในญี่ปุ่นอย่างมาก แต่สุดท้ายทางค่ายหนังก็ตัดสินใจที่จะสร้างหนังก็อดซิลล่าอย่างที่เราเห็นกัน

หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นหนังที่พอดูได้ แต่สำหรับแฟนก็อดซิลล่าแล้ว ต่างสาปส่งและมองว่ามันช่างไม่มีความ God อยู่ในตัวก็อดซิลล่าตัวนี้เอาเสียเลย และนั่นทำให้ Toho ทำการแซะก็อดซิลล่าเวอร์ชั่นนี้ในหนังของตัวเองตามที่กล่าวถึงไปแล้ว

Godzilla (2014)

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพจาก - https://godzilla.fandom.com

ภาพยนตร์ฉบับรีบู๊ตสำหรับฝั่งฮอลลีวูด ที่ยึดพล็อตเรื่องตามพล็อตดั้งเดิมที่กล่าวว่า มีการทดลองระเบิดนิวเคลียร์หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่สองนับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1954 รัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้พบกับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์และใช้นิวเคลียร์ระเบิดหมดเพื่อทำลายทิ้ง แน่นอนว่าสัตว์ประหลาดตัวดังกล่าวมีชีวิตอยู่ดีและกลับมาอีกครั้งในปีค.ศ. 2014 ก็อดซิลล่า และ MUTO ได้คืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง และพวกมนุษย์ก็คำนวณหนทางในการรับมือ จนตัดสินใจให้มันต่อสู้กันเองเพื่อตัดสินผลแพ้ชนะ และระหว่างนั้นกองทัพมนุษย์ก็คอยสนับสนุนก็อดซิลล่า จนสัตว์ประหลาดยักษ์เป็นฝ่ายชนะและยอมกลับไปในท้องทะเลอีกครั้ง

ก็อดซิลล่าฉบับฮอลลีวูดเรื่องนี้ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีกว่าฉบับเดิมมาก (ยกเว้นในส่วนที่มีคนดูเห็นว่าก็อดซิลล่ามาโผล่น้อยเกินไปหน่อย) เมื่อหนังได้รับกระแสตอบรับที่ดีจึงมีการจัดทำแผนงานหนังสัตว์ประหลาดตีกันหรือที่เรียกในภายหลังว่า Monsterverse ซึ่งมีการยืนยันในปีค.ศ. 2015 ว่า หนัง Kong: Skull Island จะเป็นเรื่องที่สองในจักรวาลนี้

นอกจากนี้ ผู้ชมทั่วโลกก็จะได้ชมการตีกันระหว่าง ก็อดซิลล่า, Mothra, Rodan และ King Ghidorah ในภาพยนตร์ Godzilla: King of the Monsters (2019) ก่อนที่สัตว์ประหลาดที่เหลือรอดจะต้องไปประจันหน้ากันในภาพยตร์ Godzilla vs. Kong ในปีค.ศ. 2020 ซึ่งนั่นคงทำให้แฟนๆ หนังสัตว์ประหลาดที่ห่างหายหนังแนวนี้ไปนานจะต้องสาแก่ใจกับสิ่งยักษ์ใหญ่ที่อาจจะไม่ปรานีให้กับมนุษย์ที่เข้าไปยุ่มย่าม แต่การดวลของมันต้องมันส์สนั่นทุกหน้าจออย่างแน่นอน

อ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจาก

Youtube Channel: Cinemassacre - 1, 2

Youtube Channel: NowThis Nerd - 1, 2

Neon Harbor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...