โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หม่อมราชวงศ์สอิ้ง ลอบได้เสียกับเสมียน ร.5 ทรงมีพระราชหัตถเลขา คบไพร่ทำให้เสื่อมเสีย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 10.13 น.
ข้าราชสำนัก ฝ่ายใน สมัยรัชกาลที่ 4

ความรัก สุดอลวน หม่อมราชวงศ์สอิ้ง ลอบได้เสีย กับ “เสมียน” รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขา “คบไพร่ทำให้เสื่อมเสีย”

ใครบางคนเชื่อว่า พลังที่ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้คือพลังของความรัก สำหรับบางคนอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่สำหรับบางคนที่มีชีวิตอยู่ในยุคหนึ่ง “ความรัก” เป็นพลังขับเคลื่อนชีวิตที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา ไม่มีวัตถุใดจะมากีดกั้นพลังปรารถนาอันแรงกล้าของพวกเขาได้ แม้กระทั่งรั้วที่เป็นกรอบกั้นขวางระหว่างพวกเขากับโลกภายนอก อันนำมาสู่เรื่องราวความรักระหว่างผู้อยู่ภายในรั้วกับผู้คนในโลกภายนอก

สังคมไทยในอดีตเคยปรากฏเหตุการณ์เหล่านี้ดังเช่นกรณีโศกนาฏกรรมรักระหว่างบุคคลที่แตกต่างทางชนชั้นชาติตระกูล หรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างสตรีในวังที่ต่อสู้เพื่อหาทางออกไปสู่โลกภายนอก ในยุคที่สถานะและสิทธิของเพศหญิงยังไม่ได้เป็นดังเช่นปัจจุบัน การกระทำของพวกเธอจึงเป็น “ความผิด” ที่ฝ่ายสตรีต้องพยายามต่อสู้เพื่อหาหนทางและแสวงหา “ความยุติธรรม” ให้พวกเธอเอง

ประเด็นเรื่อง “ความยุติธรรม” และ “สิทธิ” ในร่างกายของตัวเองของสตรีเพศมีผู้ศึกษาเอาไว้มากมาย งานศึกษาชิ้นหนึ่งที่สืบหากรณีตัวอย่างซึ่งสะท้อนสภาพหญิงชาววังและข้อพิพาทเกี่ยวกับความรักคืองานเขียนโดยภาวิณี บุนนาค ที่รวบรวมออกมาเป็นหนังสือ “รักนวลสงวนสิทธิ์” ผู้เขียนสืบค้นหลักฐานกรณีปัญหาต่างๆ และหยิบยกมาเป็นตัวอย่างสะท้อนวิถีชีวิตของสตรีเพศในอดีตผ่านคดีความและการต่อสู้เพื่อสิทธิในร่างกายของตัวเองหลากหลายกรณี

หม่อมราชวงศ์สอิ้ง กับนายเลียบ

กรณีรักครั้งหนึ่งคือหม่อมราชวงศ์สอิ้ง วัย 21 ปี บุตรของพระองค์เจ้าอลังการ กับนายเลียบ เสมียนในสังกัดกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ วัย 29 ปี จนเกิดเป็นคดีเมื่อ พ.ศ. 2445 คำให้การของนายเลียบ ตอนหนึ่งปรากฏข้อความว่า นายเลียบ มารับราชการที่มณฑล “ปาจินบุรี” (สะกดคำตามเอกสาร) เมื่อ ร.ศ. 121 ได้เขียนหนังสือแสดงความรักใคร่กับหม่อมราชวงศ์สอิ้ง

ทั้งคู่เขียนจดหมายโต้ตอบแสดงความรักผ่านจดหมายรัก เนื้อหาในจดหมายที่หม่อมราชวงศ์สอิ้งโต้ตอบกลับไปมีใจความตอนหนึ่งว่า

“…ฉันมีความรักใคร่สงสานนายเปนที่สุด เพราะที่เห็นความซื่อตรงแลความประพฤติของนาย ฉันขอฝากกายต่อนายจงเปนที่พึ่งแก่ฉันด้วย แลนายได้กล่าววาจาไว้ว่าใจจะเปนหนึ่งต่อฉันตลอดชีวิตร แลจะเปนผู้ที่อุดหนุนชุบเลี้ยงโดยทางราชการอยู่ในปกครองของเสด็จ ฉันมีความยินดีแลเชื่อแน่ได้ว่าคงจะไม่เปนสองแลกลับต้องคืนคำตามที่ได้กล่าววาจาไว้นี้โดยที่นายเปนผู้วาขาและความสัจยิ่งขึ้น เพราะฉนั้นสมควรที่ฉันจะมอบตนฝากตัวต่อไปในภายน่าและจะให้สัตยไว้ต่อนายเปนสำคัญ

ขึ้นชื่อว่าบุรุษนอกจากนายในโลกนี้แล้ว ฉันไม่ขอสามัคคีกับผู้ใด จะสู้รักษาตัวอยู่กว่าจะเปนที่สุดของการ นายใจเปนหนึ่งต่อฉันแล้ว ฉันต้องเปนหนึ่งต่อนายเหมือนกัน แม้ไม่ได้รับอนุญาตต่อท่านที่มีอำนาจแล้ว จะสู้ทนความรักอยู่ในใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ขอทำตามอำเภอใจโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ขอให้นายตั้งใจรักษากิริยาไว้ให้มั่นคง ผลของความซื่อสัตย์ของเราทั้งสองจะสมความปรารถนาจะรักใคร่อย่างไรก็ทราบซึมอยู่ด้วยกันแล้ว แต่จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ แม้ท่านไม่อนุญาตก็เปนกรรมของเราทั้งสองไม่เคยทำมาด้วยกันก็ต้องก้มหน้าทนความรักไปตามกรรมชาติหนึ่ง ฉันไม่ขอพอใจกับผู้ใดอีกต่อไปแล้ว…

ฉันมีความรักใคร่นายเปนที่สุดมีไช้ไม่รักเมื่อไร แต่ต้องขออนุญาตก่อนเมื่อท่านเมตตาแล้วเปนบุญคงสมความปรารถนาดอก เมื่อไม่เมตตาก็เปนกรรมต้องก้มหน้า แต่ฉันไม่ทิ้งความสัตยดังที่กล่าวไว้นี้ทั้งสองประการ”

ภาวิณี บุนนาค อธิบายไว้ว่า ข้อความในจดหมายโต้ตอบกันนี้สะท้อนถึงค่านิยมและสภาพสังคมในสมัยนั้น โดยหม่อมราชวงศ์สอิ้ง เข้าใจสังคมนอกวังและยอมรับค่านิยมสมัยใหม่ สืบเนื่องมาจากอิทธิพลจากการติดตามบิดาไปราชการที่ปราจีนบุรี ประกอบกับอิทธิพลของวัฒนธรรมเมืองที่ได้รับจากการดำเนินนโยบายพัฒนาประเทศไปสู่ความทันสมัยในสมัยรัชกาลที่ 5

ขณะที่ใจความส่วนหนึ่งในจดหมายยังสะท้อนแนวคิดของหม่อมราชวงศ์สอิ้ง ที่ปรารถนาเป็นคนรักคนเดียวของเลียบ และให้อีกฝ่ายมอบคำสัตย์ว่า จะไม่ทิ้งกัน อันเป็นค่านิยมแบบ “ผัวเดียวเมียเดียว” แตกต่างจากระบบครอบครัวเดิมในสมัยเดียวกันที่ยังยอมรับเรื่องมีภรรยาหลายคนได้

ปรากฏบันทึกว่า นายเลียบกล่าวถึงความสัมพันธ์ต่อมาว่า “ข้าพเจ้าได้ขึ้นไปหา (หม่อมราชวงศ์สอิ้ง) แลร่วมประเวณีกันอีก 5 ครั้งที่บนห้อง…บนห้องนี้ไม่ใช่เปนข้างใน ข้าพเจ้าได้เห็นมหาดเล็กของพระองค์เจ้าอลังการขึ้นลงอยู่เสมอ” ซึ่งภายหลังนั้นทั้งคู่ถูกจับได้ จนกลายเป็นคดีความขึ้นมา

ภาวิณี บุนนาค วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่บานปลายมาสู่คดีความ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความหละหลวมในการรักษาพื้นที่ภายในกับภายนอกวัง หม่อมราชวงศ์สอิ้ง ไม่มีผู้ติดตามตามธรรมเนียมหญิงชั้นสูง ลงไปอาบน้ำในที่สาธารณะได้ ส่วนมหาดเล็กก็เข้าออกในวังได้โดยเสรี การที่นายเลียบ เข้าหาหม่อมราชวงศ์สอิ้ง ถึงห้องก็ย่อมเป็นไปได้โดยไม่ยาก

ภาวิณี บุนนาค อธิบายเพิ่มเติมว่า คำให้การในเอกสารยังปรากฏข้อความที่มักเน้นย้ำว่า“หม่อมราชวงศ์สอิ้งเป็นคนมีบรรดาศักดิ์ไม่รักษาตระกูลของตนลอบรักสังวาศด้วยชายต่ำศักดิ์”

ในคดีนี้ รัชกาลที่ 5 ทรงมีพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 1 พฤษภาคม ร.ศ. 121 ถึงพระองค์เจ้าอลังการ เนื้อหาส่วนหนึ่งมีใจความว่า

“…นายเลียบมีตระกูลต่ำไม่คู่ควรกับลูกของเธอ ทั้งชาติแลบรรดาศักดิ์ … ทำการล่วงเกินขึ้นไปทำชู้ถึงบนเรือนเช่นนี้มีความผิดมาก…ให้กระทรวงมหาดไทยจำตรวนนายเลียบส่งเข้ามายังกระทรวงวังเพื่อจะได้พิพากษาลงโทษ”

ส่วนลูกเธอนั้นก็มีความผิดที่เป็นผู้ดีไม่รักชาติรักตระกูลไปคบค้าสมาคมกับไพร่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศ ให้จัดคนที่ไว้ใจได้คุมตัวเข้ามาส่ง…นางในพระบรมมหาราชวังจำขังไว้ให้เข็ดหลาบ”

หลังจากนั้น พระองค์เจ้าอลังการ บิดาของหม่อมราชวงศ์สอิ้ง กล่าวว่า “การภายน่าต่อไป…ข้าพระพุทธเจ้าจะปกครองบุตร์ภรรยามิให้มีเหตุการให้เป็นที่ขุ่นเคืองใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทได้”

อำแดงแจ่ม

อีกตัวอย่างหนึ่งที่พบจากเอกสารบันทึกในอดีต คือ วิถีความรักของสตรีชาววัง ซึ่งแสวงหาทางออกไปสู่โลกภายนอกรั้ววัง สืบเนื่องจากเหตุผลเรื่อง “ความรัก” โดยอาศัยการแต่งงานกับผู้ชายนอกวัง กรณีหนึ่ง คือ เรื่องราวของอำแดงแจ่ม ข้าหลวงในพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2437 อำแดงแจ่ม พบผู้ชายที่รักใคร่ตัวเธอจนนำไปสู่การเดินทางออกนอกพื้นที่วัง ลงเอยด้วยการ “ถูกจับ” คำให้การของอำแดงแจ่ม ส่วนหนึ่งมีว่า

“ข้าพเจ้าอายุ 27 ปี เป็นข้าหลวงพระเจ้าลูกเธอ อยู่มาประมาณ 10 ปี ครั้น ณ เดือนพฤศจิกายน 113 แนบพูดกับข้าพเจ้าว่านายรองพิจารณ์มีความเสน่หารักใคร่ข้าพเจ้า แลแนบได้พาข้าพเจ้าไปหานายรองพิจารณ์ที่เรือนหมื่นย่ายโรงวิเศษ 3 ครั้งทั้งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 113 ครั้นรุ่งขึ้นข้าพเจ้ากับแนบก็พากันออกทางประตูอนงคศิลา พบนายรองพิจารณ์ที่น่าประตูอนงคศิลา นายรองพิจารณ์ได้พาแจ่มไปกินอยู่หลับนอนในที่ต่างๆ หลายแห่งหลายตำบล

ครั้น ณ วันที่ 18 มกราคม 113 ข้าหลวงพระลูกเธอ จับตัวข้าพเจ้าได้ที่ริมวัดจักรวัติราชาวาศ”

ภาวิณี บุนนาค แสดงความคิดเห็นถึงกรณีตัวอย่างเหล่านี้ว่า“จากคำบอกเล่าของผู้หญิงและผู้เกี่ยวข้องเหล่านี้แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไปสู่ความทันสมัยในยุคปฏิรูปประเทศซึ่งส่งผลให้ผู้หญิงชาววังและผู้หญิงราชนิกุลต้องการอิสระในการดำเนินชีวิต หากแต่ในสภาพความเป็นจริง วิถีชีวิตของพวกเธอยังคงถูกกำหนดด้วยกฎของราชสำนักที่เข้มงวด ตลอดจนขาดอิสระที่จะออกมาสู่โลกภายนอก สภาพชีวิตที่น่าเบื่อเช่นนี้น่าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้พวกเธอต้องการหาทางออกมาสู่โลกภายนอกซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่ความทันสมัยที่น่าตื่นเต้นและมีอิสระมากกว่าผ่านการหลบหนีออกมาแต่งงานกับผู้ชายภายนอกวัง”

ความคิดเห็นข้างต้นนี้ ยังปรากฏเหตุการณ์ที่เป็นเช่นดังประโยค “พวกเธอต้องการหาทางออกมาสู่โลกภายนอก…ผ่านการหลบหนีออกมาแต่งงานกับผู้ชายนอกวัง” เกิดขึ้นจริง

หม่อมราชวงศ์หญิงสั้น

เหตุการณ์นั้นปรากฏในกรณีสตรีในกรอบรั้วจารีตท่านหนึ่งเคยแสดงความประสงค์ทาบทามหรือค้นหา “ผู้ชาย” โดยผ่านคนกลางเป็นผู้ติดต่อชักจูงให้ทั้งสองฝ่ายมารู้จักกัน กรณีที่เกิดขึ้น คือ หม่อมราชวงศ์หญิงสั้น ข้าหลวงในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. 24449 ซึ่งปรารถนาจะมีสามี ไม่ต้องการอยู่ในวังจึงติดต่ออำแดงบุญ (โขลน) ให้หาฝ่ายชายที่มีตระกูลเสมอกัน อำแดงบุญให้การกรณีนี้ไว้ตอนหนึ่งว่า

“ข้าพเจ้าอำแดงบุญโขลนอายุ 50 ปี รับราชการอยู่วังสวนดุสิต ขอประทานให้ถ้อยคำว่า จะเปนวันใดข้าพเจ้าจำไม่ได้ เมื่อเดือนห้าคือ (เดือนเมษายน ร.ศ. 125)… หม่อมราชวงศ์หญิงสั้นให้หนูเผื่อนมาเรียกข้าพเจ้าขึ้นไปแล้วท่านก็พูดว่า ‘แกเห็นผู้ชายที่ไหนบ้างที่รูปร่างดีๆ และเปนคนตระกูลเหมือนอย่างฉัน ขอให้หาให้สักคนหนึ่ง’

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ‘เห็นมีอยู่สมกันก็หม่อมเจ้าประสบพูลเกษมคนเดียวเท่านั้นที่สมกัน’ เมื่อข้าพเจ้าพูดดังนี้ท่านก็ชอบใจ แล้วสั่งให้ข้าพเจ้าไปพูดกับท่านชายประสบพูลเกษม”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

หจช. ร.5 ย.13.3/13 “นายเลียบทำชู้กับหม่อมราชวงศ์สอิ้ง (29 เมษายน-22 ธันวาคม 121)”.

ภาวิณี บุนนาค. รักนวลสงวนสิทธิ์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2563.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 มกราคม 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...