โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ผ้าขาวม้า” จีนโพ้นทะเลมาเมืองไทย เอาไปเผยแพร่ที่บ้านเกิด

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 พ.ค. 2567 เวลา 07.11 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2565 เวลา 16.40 น.
ชาวจีนก็ใช้ผ้าขาวม้าคาดพุงเช่นกัน (ภาพจาก www.sohu.com)

การแลกเปลี่ยนหยิบยืมสิ่งของ, ภาษา, เครื่องของคนแต่ละชาติ มีให้เห็นอยู่เป็นปกติ ส่วนใหญ่เราจะเห็นว่าไทยยืมจีนมาใช้หลายอย่าง เช่น กะทะเหล็ก, ก๋วยเตี๋ยว, ซีอิ๊ว ฯลฯ แต่จริงๆ ที่จีนยืมไทยมาใช้ก็คงมีไม่น้อย ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือ “ผ้าขาวม้า”

เกี่ยวกับเรื่องนี้อาจารย์ถาวร สิกขโกศล นักวิชาการจีนวิทยาเคยเขียนถึงการเดินทางของผ้าขาวม้าไว้ว่า

ในบรรดาอัตลักษณ์หรือลักษณะภายนอกที่เห็นได้ง่ายๆ อันแสดงถึงความเป็นจีนแต้จิ๋ว นอกจากกังฮูเต๊ (การชงชาแบบแต้จิ๋ว) และน้ำปลาแล้ว ก็ยังมี “ผ้าขาวม้า” ร่วมอยู่ด้วย

ผ้าขาวม้าภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า “จุ๋ยโป่ว(水布)-ผ้าผลัดอาบน้ำ” หรือ “เอ็กโป่ว (浴 布)-ผ้าอาบน้ำ)” คนจีนรับไปจากคนจีนโพ้นทะเลในเอเชียอาคเนย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย คนแต้จิ๋วนิยมใช้ผ้าขาวม้ามากกว่าจีนแคะ กวางตุ้งและฮกเกี้ยน จนกลายเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งจนมีคำกล่าวในภาษาแต้จิ๋วพูดถึงคนจะมาเมืองไทยว่า

“ปั๊กเชียะคา ห่าเอ็กโป่ว ปี่ฉี่น้า ขื่อเสี่ยมล้อ-เพียงตีนเปล่า คาดผ้าขาวม้าสะพายตะกร้า ไปสยาม” [เน้นโดยผู้เขียน]

นอกจากนี้ยังมีเพลงพื้นบ้านที่บรรยาภาพคนแต้จิ๋วที่จะจากบ้านมาโพ้นทะเลว่า

“เจ็กโคยหมักจับเจ็กจุ่งนั้ง-น้ำตาไหลเป็นแม่น้ำ คน(เต็ม)หนึ่งลำเรือ

เจ็กเตี่ยวเอ็กโป่วขื้อก้วยฮวน-ผ้าขาวม้า(คนละ)ผืนไปถิ่นโพ้นทะเล

จี่งึ้งไจเกี่ยนั่งไจจ้วง-ขอจงส่งเงินมา คนอย่าลืมกลับมาบ้าน

ไม่บ่วงเป่บ้อกั่งชีปั๊ง-อย่าลืมพ่อแม่และเมียทางบ้าน” [เน้นโดยผู้เขียน]

ผ้าขาวม้าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแต้จิ๋วที่รับไปจากเมืองไทยจนกลายเป็นอัตลักษณ์ที่รับรู้กันทั่วไป เพิ่งจะเสื่อมความนิยมไปเมื่อจีนเปิดประเทศในปี พ.ศ. 2520 ปัจจุบันยังพอมีให้เห็นบ้างในชนบท

แล้วคนไทยเอง รู้จัก หรือใช้ผ้าขาวม้ากันมาตั้งแต่เมื่อไหร่

อเนก นาวิกมูล ตามเก็บเอกสาร, ภาพจิตรกรรมเกี่ยวกับผ้าขาวม้าเขียนไว้อย่างดีว่า เอกสารเก่าสุดที่มีคำว่าผ้าขาวม้าเท่าที่สามารถค้นได้คือ “เพลงยาวพระอาการประชวรกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ” ซึ่งคาดว่าคุณสุวรรณ เป็นผู้เขียนเมื่อ พ.ศ. 2386 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งตอนหนึ่งเขียนว่า

“พอเคลื่อนคลายหายพระโรคที่โศกเศร้า

พวกเข้าเฝ้าปรีด์เปรมเกษมศรี

ต่างตัดผมห่มผ้าขาวม้าดี

ยั่นตระหนี่ไปกลอยหนาทั้งผ้าบาง…” [เน้นโดยผู้เขียน]

คำว่าผ้าขาวม้า ข้างต้นจะอ่านแยกป็น ผ้าขาว, ม้าดี คงไม่ได้ความ อย่างไรเสียก็ต้องอ่านว่าผ้าขาว ผ้าขาวม้าในเพลงยาวนี้จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญหนึ่ง

พจนานุกรมเก่าอย่าง “สัพะ พะจะนะ พาสา ไท” ของสังฆราชปาเลอกัว พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2395-97 อธิบายคำว่าผ้าขาวม้า เป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ ว่า “ผ้าขาวม้า- amict, belt”

“อักขราภิธานศรับท์” ของหมอบรัดเลย์ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2411 อธิบายคำว่า “ผ้าขาวม้า, คือ ผ้าท่อนสั้นพอนุ่งอาบน้ำได้, โจงกระเบนไม่ถึงนั้น”

นอกจากนี้ยังพบผ้าขาวม้า ในหนังสือราชกิจจานุเบกษาอีกหลายเล่ม เช่น ราชกิจจจานุเบกษาเล่ม 1 ออกเมื่อ พ.ศ. 2417 หน้า 192 ลงข่าวการชำระความเรื่องฆ่ากันที่นครเขื่อนขันธ์หรือพระประแดง อำแดงแสงฟ้องกล่าวโทษอำแดงพึ่งกับพวกว่าบังอาจพากันกลุ้มรุม “เอาผ้าขาวม้าผูกคออำแดงแสง ฉุดลาก เอามือเอาเท้าเตะตีถีบตบมีบาดแผลฟกบวมหลายแห่ง” [เน้นโดยผู้เขียน]

หน้า 307 ลงข่าวว่าเกิด เพลิงไหม้ที่โรงก๊าดหรือโรงแก๊ส นายปุ่นไฟร่หลวงถูกนายใช้ให้ไปเติมน้ำมันในหม้อก๊าด เกิดเพลิงไหม้ขึ้นเพราะลมราวตรงตะเกียง “นายปุ่นอินเยอเนียเอาผ้าขาวม้าไปฟาดก็หาดับไม่ กลับติดมากขึ้น” [เน้นโดยผู้เขียน]

ข่าวในหนังสือพิมพ์สยามไมตรี ฉบับวันอังคารที่ 15 มีนาคม ร.ศ. 116 หน้า 195 (ถ่ายไมโครฟิลม์จากหอสมุดแห่งชาติ) ลงรายงานเรื่องสินค้าในกรุงสยาม ของราชทูตอเมริกันว่า ในเวลานี้กรุงเทพฯ มีห้างร้าน ธนาคาร ฯลฯ แต่ห้างร้านส่วนใหญ่นั้นเคยขายตากับยุโรป สินค้าจากอเมริกาจึงยังใคร่มี ท่านว่าผ้าจากอเมริกายังน้อยกว่าอังกฤษ เชือกป่านก็มาจากอังกฤษผ้าสีต่างๆ ก็มาจากอังกฤษ

ผ้าขาวม้า ผ้าลาย ผ้าสโร่ง ผ้าเช็ดหน้า มาจากเมืองอังกริษโดยมากฝ่ายเมืองซวิตเซอแลนด์ก็ส่งผ้าลานเข้ามามากเกือบ เท่าอังกริษ…” [เน้นโดยผู้เขียน]

นอกจากนี้ยังปรากฏผ้าขาวม้าในงานจิตรกรรมด้วย

จิตรกรรมเก่าแก่สุดที่มีภาพคนนุ่งผ้าขาวม้า ได้แก่ จิตรกรรมบนฝาผนังหอไตรสมัยวัดระฆังโฆษิตาราม สมัยรัชกาลที่ 1 ที่ ในหนังสือ “พระอาจารย์นาค จิตรกรรมยุคสร้างบ้านแปงเมือง” ของอาจารย์ น. ณ ปากน้ำ (สำนักพิมพ์เมืองโบราณ พ.ศ. 2530) นอกจากนี้ยังมีผ้าขาวม้าในภาพจิตรกรรมอื่น เช่น ที่วัดสุทัศนดทพวราราม, วัดสุวรรณาราม ฯลฯ

ผ้าขาวม้าที่เรารู้จักและใช้กันเป็นผ้าสารพัดประโยชน์ ก็มีเรื่องเล่าดังนี้

ข้อมูลจาก :

ถาวร สิกขโกศล. แต้จิ๋ว: จีนกลุ่มน้อยที่ยิ่งใหญ่, สำนักพิมพ์มติชน 2554

เอนก นาวิกมูล.ข้าวของในอดีต, สำนักพิมพ์ข้าวของในอดีต 2551

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ผ้าขาวม้า” จีนโพ้นทะเลมาเมืองไทย เอาไปเผยแพร่ที่บ้านเกิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...