โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พันจ่าโทบนเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ดับแล้ว ผลพวงโควิด-19

Xinhua

เผยแพร่ 17 เม.ย. 2563 เวลา 08.36 น.

วอชิงตัน, 16 เม.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) กองทัพเรือสหรัฐฯ รายงานว่ามีทหารเรือของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์ (USS Theodore Roosevelt) ที่เสียชีวิต อันเป็นผลจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

กองทัพเรือระบุในแถลงการณ์ว่า พันจ่าโท ชาร์ลส์ โรเบิร์ต แธกเกอร์ จูเนียร์ (Charles Robert Thacker Jr.) วัย 41 ปีจากเมืองฟอร์ตสมิธ รัฐอาร์คันซอ เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 ณ โรงพยาบาลกองทัพเรือสหรัฐฯ บนเกาะกวมในวันจันทร์ที่ผ่านมา

แธกเกอร์มีผลการทดสอบโรคโควิด-19 เป็นบวกเมื่อวันที่ 30 มี.ค. และถูกนำตัวออกจากเรือมากักแยกในฐานทัพเรือที่เกาะกวม จากนั้นในวันที่ 9 เม.ย. เจ้าหน้าที่พบว่าแธกเกอร์ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองระหว่างการตรวจสุขภาพประจำวัน จึงส่งตัวเขาไปยังหน่วยรักษาผู้ป่วยขั้นวิกฤตบนเกาะกวม

เบร็ตต์ โครเซียร์ ผู้บังคับบัญชาเรือบรรทุกเครื่องบิน ได้ประกาศเตือนภัยการระบาดบนเรือดังกล่าวช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังพบลูกเรือจำนวนมากมีผลการทดสอบไวรัสเป็นบวก

หลังการดำเนินการของโครเซียร์ เขากลับถูกสั่งปลดโดย โธมัส ม็อดลีย์ รักษาการรัฐมนตรีทบวงทหารเรือสหรัฐฯ ผู้ตัดสินใจลาออกภายหลังจากโดนกดดันอย่างหนัก จากที่เขาออกมากล่าวโต้ตอบโครเซียร์อย่างรุนแรง

เมื่อนับถึงวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีลูกเรือบนรูสเวลต์ถึง 655 รายที่ได้รับการทดสอบว่าติดไวรัส โดยมีลูกเรือ 6 รายเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล รวมถึง 1 รายที่อยู่ในหน่วยรักษาผู้ป่วยขั้นวิกฤต

กองทัพเรือได้อนุมัติให้ลูกเรือ 4,059 คนจากจำนวนลูกเรือทั้งหมด 4,800 คนขึ้นฝั่งแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...