โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สนามบินขอนแก่น เปิด 1 พ.ค. ออกกฎเข้มไม่สวมแมสห้ามเข้า!

อีจัน

อัพเดต 29 เม.ย. 2563 เวลา 06.17 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2563 เวลา 06.15 น. • อีจัน
29 เม.ย. 2563 ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยก&#36…

29 เม.ย. 2563 ว่าที่ ร.ต.อัธยา ลาภมาก ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ตรวจสอบความพร้อมการกลับมาให้บริการของสายการบินพาณิชย์ และระบบการให้บริการของท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าและผู้โดยสารขาออก ตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กรมท่าอากาศยานได้บังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างเข้มงวดในทุกสนามบิน ภายหลังจากที่สายการบินพาณิชย์เตรียมกลับมาให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป

ขณะที่สายการบินพาณิชย์ ที่กำหนดกลับมาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ที่สนามบินขอนแก่น นั้นประกอบด้วย
-ไทยแอร์เอเชีย เส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน
-สายการบินไทยไลออนแอร์ เส้นทาง ขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน
-สายการบินนกแอร์ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติในเส้นทางขอนแก่น-ดอนเมือง วันละ 1 เที่ยวบิน

ขณะที่สายการบินไทยสมายล์ ในเบื้องต้นขออนุญาตกลับมาทำการบินในเดือน มิ.ย. ในเส้นทางขอนแก่น-สุวรรณภูมิ วันละ 1 เที่ยวบิน
ทำให้ตลอดทั้งวันในวันนี้เจ้าหน้าที่ของสายการบินต่างๆ ได้กลับเข้ามาตรวจสอบระบบการให้บริการและระบบการทำงานของสายการบิน หลังหยุดให้บริการนานกว่า 1 เดือน
รวมทั้งการรับทราบถึงมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กรมท่าอากาศยาน กำหนดบังคับใช้อย่างเข้มงวด ขณะที่สนามบินแก่นยังคงทำความสะอาดพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร และพื้นผิวสัมผัสทุดจุดด้วยการพ่นยาฆ่าเชื้อและแอลกอฮอล์ รวมทั้งการทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ และการตีเส้นเว้นระยะห่างในจุดบริการผู้โดยสารและการกำหนดที่นั่งในจุดพักรอตามมาตรการของการเว้นระยะห่างทางสังคม

ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น กล่าวว่า มาตรการคุมเข้มที่กรมท่าอากาศยานได้กำหนดบังคับใช้ถือเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ท่าอากาศยานทุกแห่ง จะต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดในช่วงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งขอนแก่นพร้อมที่จะกลับมาให้บริการอีกครั้งตามที่ได้รับการประสานจากสายการบินพาณิชย์ที่จะเริ่มกลับมาให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. เป็นต้นไป
ขอย้ำว่าทุกคนที่จะเข้ามาใช้บริการที่อาคารผู้โดยสารและพื้นที่โดยรอบสนามบินขอนแก่นจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกคน หากไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย สนามบินจะไม่อนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่เด็ดขาด อีกทั้งสายการบินพาณิชย์ก็กำหนดชัดเจนว่าผู้โดยสารจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาในทำการบินด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ เราได้มีการกำหนดประตูสำหรับการเข้าอาคาร คือที่ชั้น 2 ในส่วนของอาคารผู้โดยสารขาออก 1 ประตูและชั้น 1 อาคารผู้โดยสารขาเข้า 2 ประตู ซึ่งจัดเป็น 3 ประตูหลักที่ทุกคนจะใช้ในการเข้าและออกภายในตัวอาคารเท่านั้น ซึ่งทุกประตูจะมีการตรวจคัดกรองด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกายหากมีอุณหภูมิเกิน 37.3 องศาเซลเซียส ก็จะให้พักรอในจุดที่กำหนดไว้โดยมีเจ้าหน้าที่ซักประวัติทันที
เมื่อตรวจการตรวจแล้วก็จะต้องล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการบริการการโดยสารของสายการบิน ซึ่งสนามบินได้ตีเส้นตามการเว้นระยะห่างทางสังคม ทั้งที่จุดจำหน่ายบัตรโดยสาร จุดตรวจสอบบัตรที่นั่งโดยสาร จุดพักรอ จุดตรวจสัมภาระและตรวจร่างกาย ที่ผู้โดยสารทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และเส้นที่เราได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
“บางสายการบินได้ออกข้อกำหนดคือการไม่อนุญาตให้ถือสัมภาระขึ้นเครื่องบิน โดยจะอนุญาตให้ถือเพียงกระเป๋าส่วนตัวขนาดเล็กขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนสัมภาระนั้นให้โหลดใต้เครื่องบินในอัตราคนละ 7 กก. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งผู้โดยสารจะต้องตรวจสอบข้อมูลกับสายการบินอีกครั้ง อีกทั้งหลังจากที่กำหนดเวลาในการทำการบินนั้น เมื่อผ่านการตรวจสอบบัตรที่นั่งโดยสารรอบสุดท้ายภายในอาคารพักผู้โดยสารชั้นใน ผู้โดยสารทุกคนจะถูกตรวจวัดอุณหภูมิซ้ำอีกครั้งก่อนขึ้นเครื่อง ซึ่งหากตรวจวัดไม่ผ่านสายการบินก็จะไม่อนุญาตให้ทำการบินในเที่ยวบินนั้นทันที” ผู้อำนวยการท่าอากาศยาน จ.ขอนแก่น กล่าว

ว่าที่ ร.ต.อัธยา กล่าวในตอนท้ายด้วยว่า สำหรับผู้โดยสารขาเข้าเมื่อลงจากเครื่องก็จะผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิผ่านระบบเทอร์โมแสกน ที่ติดตั้งไว้ที่ ชั้น 1 โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคประจำอยู่ตลอดเวลา หากพบการตรวจไม่ผ่านก็จะเข้ารับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ที่ห้องแยกเฉพาะที่กำหนดไว้ และหากผ่านการตรวจแล้วก็จะต้องเข้ารับการตรวจซ้ำอีกครั้งที่ด่านตรวจของกรมท่าอากาศยานเพื่อลงบันทึกข้อมูลและยืนยันตัวบุคคล ผ่านระบบสแกนและการแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะรับสัมภาระ ที่มีการกำหนดจุดยืน เพื่อเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด และขอแนะนำให้ผู้โดยสารเดินทางมาตรวจบัตรที่นั่งโดยสารหรือเดินทางมาก่อนเวลาทำการบินอย่างน้อยที่สุด 2 ชั่วโมง เนื่องจากทุกคนจะเข้ารับการตรวจตามขั้นตอนของการควบคุมอย่างเข้มงวดทั้งขาเข้าและขาออก ดังนั้นหากมาในเวลาที่กระชั้นชิดก็อาจที่จะไม่ทันต่อการเดินทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...