โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดเปลี่ยน กรุงเทพฯ สมัยใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2561 เวลา 12.31 น.

คอลัมน์ เรื่องราวกับความคิด

โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//: viratts.WordPress.com

 

ศูนย์กลางจับจ่ายใช้สอยแห่งใหม่ สะท้อนบุคลิกสำคัญบางมิติเมืองหลวงยุคใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญ เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพียงทศวรรษเดียวก็ว่าได้ น่าจะนับตั้งแต่การปรับโฉมสยามเซ็นเตอร์ในปี 2556 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพลังขับเคลื่อนทรงอิทธิพล

“I’ve overseen seven renovations here, this was not a renovation, it was a rebirth.” ชฎาทิพ จูตระกูล ผู้จัดการใหญ่บริษัทสยามพิวรรธน์ ในฐานะเจ้าของสยามเซ็นเตอร์ กล่าวไว้ตอนหนึ่ง เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ควรอ้างอีกครั้ง (ในรายงานของนิตยสารระดับโลก MONACLE, April 2013 ในฉบับได้นำเสนอรายงานชุดใหญ่ -Monacle Style Survey โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษ กรณีสยามเซ็นเตอร์ เปิดตัวอย่างครึกโครมหลังปิดปรับปรุงครั้งล่าสุด อยู่ในลิสต์อันดับหนึ่งในหมวด new opening)

ชฎาทิพ จูตระกูล เป็นบุตรสาวของพลเอก เฉลิมชัย จารุวัสตร์ นายทหารผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งบริษัทร่วมทุน (Bangkok InterContinental Hotel หรือ BICH) กับ InterContinental Hotel เพื่อสร้างโรงแรมทันสมัยแห่งแรกของกรุงเทพฯ-โรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล พลเอก เฉลิมชัย จารุวัสตร์ เป็นคนสนิทของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรีในยุคนั้น และเป็นผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อ.ส.ท.) คนแรก (ต่อมาเป็น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย-ททท.)

“จากนั้นการพัฒนาที่ดินแปลงที่ดีที่สุดแปลงหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯดำเนินมาตลอด จากโรงแรมสยามอินเตอร์คอนติเนนตัล มาถึงสยามเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าแห่งแรกของกรุงเทพฯ ตามมาด้วยสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ และสยามทาวเวอร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าบริหารโดยตระกูลจารุวัสตร์ กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายสำคัญรายหนึ่งในเวลาต่อมา พร้อมกับการส่งต่อบทบาทจาก พลโท เฉลิมชัย จารุวัสตร์ มาถึงบุตรี-ชฎาทิพ จูตระกูล” ผมเคยเสนอเรื่องราวที่มาของสยามพิวรรธน์ ให้ภาพต่อเนื่องไว้

ชฎาทิพ จูตระกูล เข้าทำงานที่ BICH ตั้งแต่ปี 2529 โดยใช้เวลา 10 ปีก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ประสบการณ์กว่า 2 ทศวรรษถือเป็นช่วงของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงช่วงการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญ เมื่อ BICH กลายมาเป็นสยามพิวรรธน์ในช่วงปี 2546 แม้เธอยังดำรงตำแหน่งเดิม แต่คงมีบางอย่างแตกต่างออกไป ก่อนหน้านั้นแม้ว่าตระกูลจารุวัสตร์ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่ก็มีอำนาจบริหารเต็มที่ คล้าย ๆ กับธุรกิจครอบครัว แต่จากนี้เมื่ออยู่ภายใต้โครงสร้างอันเข้มแข็ง โครงสร้างธุรกิจกลุ่มใหม่–สยามพิวรรธน์ อำนาจอาจน้อยลง ขณะที่เดินตามยุทธศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

คำว่า rebirth ที่กล่าวไว้ข้างต้น จึงควรมีความหมายกว้างขึ้น

-การเกิดใหม่ของกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าที่มีตำแหน่งที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ-สยามพิวรรธน์

-การเกิดขึ้นใหม่อย่างพลิกโฉมของธุรกิจค้าปลีก อาจถือว่าเป็นธุรกิจใหม่ ที่มีที่มา สัมพันธ์กับสถาบันทางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ประกอบด้วยเครือข่ายธุรกิจสำคัญ-เอสซีจี ธนาคารไทยพาณิชย์ ธุรกิจประกันภัย และสยามสินธร (ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย) ภายใต้ portfolio อันครบถ้วน

ว่าไปแล้ว มีภาพใหญ่กว่านั้น เป็นวิวัฒนาการสร้าง “บุคลิก” เมืองหลวง

“สำนักงานทรัพย์สินฯ ในฐานะเจ้าของที่ดินหนึ่งในสามของกรุงเทพฯ และอยู่ในทำเลธุรกิจสำคัญนั้น ซึ่งผู้เช่ามีความหลากหลายอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่อาคารสำนักงานสมัยใหม่ ที่ทำการราชการ ศูนย์การค้า โรงแรม ไปจนถึงตึกแถว อาคารพาณิชย์ ตลาดสด และชุมชนผู้มีรายได้น้อย” ดังข้อมูลที่มีการนำเสนอในสื่อต่างชาติ

ปรากฏการณ์ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา การดำเนินงานเป็นไปอย่างกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะการจัดการกับธุรกิจเช่าที่ดิน ในขณะที่บางช่วงมีจังหวะที่ดี ราคาที่ดินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยในขณะนั้นกำลังบูม ดูเหมือนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์สมัยใหม่เต็มรูปแบบ
เปิดฉากในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น เปิดตัวในช่วงเดียวกัน (ปี 2536) อาคารสินธรศูนย์กลางของธุรกิจในตลาดหุ้นไทย ซึ่งถือเป็นช่วงเติบโตอย่างมาก และดิโอลด์สยามพลาซ่า จากตลาดสดแบบเก่า-ตลาดมิ่งเมือง สู่โมเดลการค้าแบบใหม่ เป็นแผนใหม่ครั้งแรก ๆ ว่าด้วยการปรับโฉม (regeneration) ท่ามกลางแรงเสียดทานพอสมควร

กรณีสยามเซ็นเตอร์ สะท้อนพัฒนาการที่น่าสนใจมากขึ้น

ว่าไปแล้ว ว่าในเชิงภูมิศาสตร์ใหม่ ทำเลใหม่ สยามเซ็นเตอร์อาจมีภาพเป็นส่วนต่อขยายอย่างมีพลัง และพัฒนาต่อเนื่องมาจากสยามสแควร์

“ปี 2507 กำเนิดสยามสแควร์ โครงการพัฒนาที่ดินเขตผลประโยชน์สยามสแควร์ บริเวณแยกปทุมวัน ริมถนนพญาไท และพระราม 1 เริ่มได้รับการพัฒนา ทำให้ที่ดินซึ่งจากเดิมที่มีคนอยู่อาศัยจนกลายเป็นชุมชนแออัดนั้น กลายเป็นศูนย์การค้าเชิงราบและมีพื้นที่เปิดโล่ง ในชื่อโครงการ ‘ปทุมวันสแควร์’ ต่อมาเรียกกันในชื่อ ‘สยามสแควร์’ โดยมีบริษัทที่เข้ามาดำเนินการพัฒนาที่ดินสยามสแควร์ คือ บริษัท เซาท์อีสท์เอเซียก่อสร้าง จำกัด (ปัจจุบันคือ บริษัท ซีคอนโฮม จำกัด) ซึ่งเป็นบริษัทรับช่วงของบริษัท วังใหม่ จำกัด” ข้อมูลสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (http://www.pmcu.co.th/) ซึ่งอรรถาธิบายไว้ว่า

“องค์กรมืออาชีพที่บริหารและจัดการเขตพื้นที่พาณิชย์ย่านสยามสแควร์ และสวนหลวง-สามย่าน กว่า 385 ไร่ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มากว่า 4 ทศวรรษ อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งมั่นในการสร้างคุณค่าร่วมสูงสุดระหว่างชุมชนและสังคมแบบองค์รวมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงโอกาสสำหรับทุกชีวิต ควบคู่ไปกับเป้าหมายในการสนับสนุนรายได้ด้านการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน”

สยามเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์การค้าทันสมัยแห่งแรก (2516) พัฒนาขึ้นอีกระดับจากโมเดลของสยามสแควร์ เมื่อสยามพารากอนเกิดขึ้น ภาพใหญ่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

“สยามพารากอนเป็นศูนย์การค้าระดับโลกแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย… ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจปี 2548 สยามพารากอนเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ด้วยเงินลงทุนถึงกว่า 15,000 ล้านบาท นับเป็นเงินลงทุนโดยภาคเอกชนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทยในเวลานั้น ซึ่งช่วยฟื้นฟูความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทยได้อย่างมหาศาล นับแต่นั้นมา สยามพารากอนได้กลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตในยุคใหม่ของกรุงเทพฯ” (http://www.siamparagon.co.th) คำอธิบายของสยามพารากอน พยายามเชื่อมโยงมิติทางสังคม

และแล้วพัฒนาการล่าสุดก็มาถึง การเปิดตัวไอคอนสยามเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่เพิ่งผ่านมา เป็นเรื่องที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้เสียแล้ว

“ไอคอนสยามเป็นโครงการลงทุนของภาคเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีมูลค่าถึง 55,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตจุดหมายปลายทางใหม่ของประเทศไทยบนแม่น้ำเจ้าพระยา” (http://www.siamparagon.co.th )

แผนการใหญ่ทางธุรกิจยกระดับขึ้น สะท้อนความแตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มา โดยเน้นว่า “ได้ร่วมคิดและวางแผนงานกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน และภาครัฐ มาตลอด 5 ปี” ข้อมูลอันพรั่งพรู (อ้างจาก https://www.iconsiam.com)

ไอคอนสยามลงทุนสร้างระบบคมนาคม ที่จะเชื่อมต่อระบบรถ-ราง-เรือ ที่สมบูรณ์แบบเป็นแห่งแรก เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การสัญจรโดยรอบ และเป็นตัวอย่างของการวางแผนพัฒนาเมืองที่มีประสิทธิภาพ

-ร่วมกันกำหนดแผนแม่บทที่จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยา เป็น new global Destination …ทุกสถานที่ตลอดสายแม่น้ำนี้สามารถนำเสนอทุกมิติที่แตกต่างแต่สะท้อนความเป็นไทย

-ไอคอนสยามจะเป็นจุดเชื่อมต่อสถานที่ต่าง ๆ บนแม่น้ำสายนี้ ร่วมมือกันจุดประกายให้คนทั้งโลกหันกลับมาเห็นความสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยา ในฐานะจุดศูนย์กลางของกรุงเทพมหานครที่มีศักยภาพ…ให้เป็นมากกว่ามหานครที่คนทั่วโลกอยากมาเยี่ยมชม…สู่การเป็นมหานครที่รองรับการลงทุน…การเข้ามาอยู่อาศัยและทำธุรกิจอีกด้วย”

ย่อมสะท้อนภาพความสัมพันธ์กับความเป็นไปของกรุงเทพฯสมัยใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...