โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การกอด เป็นการแสดงความรัก และเยียวยาจิตใจได้ดีกว่าการพูดปลอบโยนเสียอีกนะ

Thaiware

อัพเดต 08 ต.ค. 2561 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2561 เวลา 06.20 น. • เคนชิน
กอดกันเถอะคนดี สุขทุกนาทีที่ได้กอดกัน… นักจิตวิทยาชี้ชัด การกอดให้อะไรมากกว่าที่เราคิด ดีต่อสุขภาพสารพัด

การกอดกัน แน่นอนว่ามันทำให้เรารู้สึกดี แต่เหตุผลคืออะไรหล่ะ?

บางพฤติกรรมที่เรียบง่ายของมนุษย์ แต่กลับอธิบายได้ยากในมุมของวิทยาศาสตร์ แต่คงไม่มีใครปฏิเสธใช่ไหมว่า การที่เราถูกใครสักคนสวมกอดอย่างอบอุ่น ทำให้เรารู้สึกดีขนาดไหน โดยมีสมมติฐานที่น่าสนใจในเชิงจิตวิทยา การกอดนั้นเป็นผลดีกับเรา เพราะมันช่วยลดความตึงเครียดในจิตใจได้

เมื่อกอดกัน คนทั้งสองได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียยกว่า การติดต่อระหว่างบุคคล (Interpersonal touch) มันช่วยลดความทนทุกข์ทรมาน และช่วยป้องกันไม่ให้เราเจ็บป่วยได้ด้วย และการกอดยังส่งผลกระทบเชิงบวกที่น่าอัศจรรย์อีกมากมาย

แต่ผลงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องการกอดโดยส่วนใหญ่นั้น มุ่งเน้นไปที่เฉพาะบริบทเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในเชิงโรแมนติก ซึ่งเป็นการจำกัดขอบเขตที่เราจะสามารถชี้วัดประโยชน์ของการกอดได้ในมุมกว้างกว่าที่เคย

และเพื่อการตรวจสอบผลกระทบกระทบอันสืบเนื่องจากการกอดได้ในมุมมองที่กว้างขึ้น ทีมวิจัยที่นำโดยคุณ Michael Murphy ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาจาก Carnegie Mellon University ได้ทำการศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ชาย และผู้หญิง ในวัยผู้ใหญ่กว่า 404 คน โดยมีการพูดคุยสัมภาษณ์กับกลุ่มตัวอย่างในทุกๆ เย็นเพื่อสอบถามความรู้สึก เป็นเวลา 14 วันต่อเนื่อง โดยในระหว่างการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ อาสาสมัครได้รับการขอร้องให้บรรยายประสบการณ์ความขัดแย้งทางสัมคมที่เจอในระหว่างวัน และอธิบายความรู้สึกของวันนี้ว่าเป็นเชิงลบ หรือเชิงบวกอย่างไร

และกลุ่มตัวอย่างยังถูกถามเกี่ยวกับรายละเอียดการกอดในแต่ละวันด้วย อย่างเช่นจำนวนครั้งการกอด หรือไม่ได้กอด

และเมื่อทีมวิจัยทำการวิเคราะห์ผลลัพธ์จากการสอบถาม พวกเขาพบว่า การได้รับการสวมกอดในวันที่มีความขัดแย้งระหว่างบุคคล นั้นช่วยยกระดับอารมณ์ให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ เปรียบเทียบกับวันที่ไม่ได้รับการสวมกอดนั้น สภาพอารมณ์ดูเลวร้ายกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

การกอด เป็นการแสดงความรัก และเยียวยาจิตใจได้ดีกว่าการพูดปลอบโยนเสียอีกนะ

การกอดไม่จำกัดว่าต้องเป็นระหว่างมนุษย์ด้วยกัน

แต่อย่างไรก็ดี คุณ Michael Murphy กล่าว่า "พวกเราก็ยังคงสงสัยอยู่ว่า ในเวลาไหน? รูปแบบการสวมกอดอย่างไร? และ การกอดของใคร? จะมีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่อย่างไรก็ดี ผลการวิจัยของเรานั้นมีความชัดเจนว่า การถูกสวมกอดอย่างเต็มใจนั้น มีประโยชน์ที่ทำให้ใครก็ตาม สามารถผ่านช่วงเวลาเลวร้ายอันเกิดจาการความสัมพันธ์ที่ไม่ดีระหว่างบุคคลได้"

ซึ่งข้อดีของการกอดในเรื่องนี้มันก็ดูเหมือนจะค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องบอกว่าเป็นการค้นพบที่มีความสำคัญมากทีเดียว ด้วยความจริงที่ว่า ความสัมพันธ์ที่เลวร้ายระหว่างบุคคลนอกจากจะทำให้สุขภาพจิตแย่แล้ว ก็ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย ทั้งในแง่ของความทุกข์ทางสภาพจิต ความเครียดทำให้ระบบการทำงานบางอย่างของร่างกายหยุดชะงักลง เพิ่มความเสี่ยงในการป่วยทางจิต รวมถึงทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ อีกมากมาย

และการที่เราได้รู้ว่า การติดต่อสัมผัสระหว่างบุคคล ที่เกิดจากการกอด นั้นส่งผลเชิงบวกกับภาวะทางอารมณ์ของเรา และมันส่งผลเชิงบวกกับสุขภาพร่างกายของเราด้วย ทำให้การค้นพบของงานวิจัยครั้งนี้มีความสำคัญมากเลยทีเดียว

และสิ่งที่น่าสนใจคือ ในกรณีของคู่รัก ทีมวิจัยกล่าวว่า การโอบกอดกันนั้นเป็นการแสดงความรักต่อกัน ที่ให้ผลดีกว่าการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่ต่างฝ่ายต่างไปพบเจอมาเสียอีก ซึ่งการคุยถกกันเรื่องปัญหา บางทีก็เป็นการจุดอารมณ์โกรธให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดความกังวล หรืออาจทำให้เกิดความหดหู่มากขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วย 

หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ การกอดทำให้เราได้สื่อสารอารมณ์ความรู้สึกกับคนที่เรารักอย่างใกล้ชิด และบางทีการกอดอาจจะเป็นการแก้ปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่ดีที่สุด

ทีมวิจัยเขียนรายงานลงในเอกสารว่า "พฤติกรรมการสัมผัสระหว่างบุคคล อย่างเช่นการกอดนั้น เป็นวิธีการที่ช่วยลดความเครียดอันเกิดจากความขัดแย้งระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี เพราะมันทำให้เรารับรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมถึงการสนับสนุนทางสังคม ส่งผ่านความรัก ความเอาใจใส่ ไปยังคนที่เราห่วงใย"

"ลองแสดงความรักด้วยการกอด ไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ เพราะบางทีการกระทำก็สำคัญกว่าการพูด"

แต่ถ้าเราจะกอดใคร ต้องแน่ใจด้วยว่า คนๆ นั้นยินดีรับการกอดจากเรา ถ้าไปกอดคนที่เขาไม่ยินดีจะกอดกับเรา มันก็จะเป็นเรื่องไม่ดีนะครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...