เขาบอกว่าเราอยากซึมเศร้าตามกระแส - เฟื่องลดา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสังคมยุคใหม่เครียดขึ้นหรือเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ใจบาง
ทุกวันนี้ดูเหมือนว่า ‘โรคซึมเศร้า’ พบเห็นได้ทั่วไปเป็นเรื่องปกติธรรมดาเหมือนเป็นหวัด
จากที่สมัยก่อน คนมักอายไม่กล้าบอกใครว่าเป็นซึมเศร้า
เพราะเข้าใจว่าอาการทางจิตใดๆก็ตามหมายถึงเป็นบ้า
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป คนรับรู้มากขึ้นว่าโรคซึมเศร้านั้นมีอยู่จริง
เรื่องราวก็กลับตาลปัตรกลายเป็นมีคนมากมายที่ออกตัวว่าเป็นซึมเศร้าเต็มไปหมด
“Wannabe หรือเปล่า” คนบางกลุ่มตั้งคำถาม
เมื่อเห็นคนรู้จักที่ภายนอกก็ดูไม่ได้เศร้ามากมายอะไรตั้งสเตตัสคร่ำครวญในโซเชียล…
สังคมที่เสพติดความเศร้า
ในทางจิตวิทยา โรคซึมเศร้ามีอยู่จริง
และอาการ ‘อยากซึมเศร้า’ หรือ Wannabe Depressed ก็มีอยู่จริงเช่นกัน
ส่วนหนึ่งเกิดจากคนยุคดิจิตอลมีโอกาสเสพข่าวที่ทำให้รู้สึกหม่นหมองได้ง่าย
ทั้งเรื่องเล่าความเศร้าของคนอื่น ถ้อยคำพรรณาความปวดร้าวเจ็บปวด ข่าวคราวแง่ลบ
หนังที่ตีแผ่ความปวดร้าวในชีวิตได้อย่างเข้มข้นถึงใจ
เมื่อเสพเนื้อหาหม่นหมองมากเข้า ก็เริ่มเห็นความเศร้าเป็น Beautiful Suffering
เกิดอาการเสพติดความเศร้าโดยไม่รู้ตัว
เมื่อชอบเสพความเศร้า ก็เริ่มอยากแชร์ความเศร้าของตัวเองด้วย
แต่นักจิตวิทยาพบว่า คำว่า ‘ซึมเศร้า’ เริ่มสูญเสียความหมายที่แท้จริงของมันไป
เพราะคนรุ่นใหม่ใช้ ‘ซึมเศร้า’ มาบรรยายอารมณ์แง่ลบทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็น ช่วงทะเลาะกับเพื่อน สอบตก อารมณ์เสีย หรือ เครียด เรื่องใดๆก็ตาม
ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ‘โรคซึมเศร้า’ กับ ‘ความรู้สึกเศร้า’ นั้นไม่เหมือนกัน
แล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าเราแค่ ซึมเศร้า อยากซึมเศร้า หรือ แค่อยู่ในช่วงอารมณ์ไม่ดี
ขึ้นชื่อว่าความเศร้าย่อมเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างนามธรรม จับต้องไม่ได้
และแต่ละคนก็มีวิธีแสดงออกไม่เหมือนกัน
บางคนเจอเรื่องทุกข์สาหัส แต่ยังแสดงออกภายนอกว่าปกติ
บางคนยิ้มกับคนรอบข้าง แต่กลับไปร้องไห้ที่บ้าน
ตัวเราเองที่จะเป็นคนบอกได้ว่า เราเศร้าในระดับมากกว่าปกติจนกระทบการใช้ชีวิตหรือยัง
หากไม่มั่นใจ การตรวจจากแพทย์เป็นสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดว่าเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่
ใครคือคนป่วยตัวจริง
แม้ในทางจิตวิทยา จะยืนยันแล้วว่าคน Wannabe มีอยู่จริง
แต่เราก็ไม่มีทางรู้อยู่ดีว่าเรื่องราวความเศร้าของเพื่อนที่เห็นผ่านตา
เป็นเรื่องเล็กน้อยที่ถูกนำมาเล่าขยายให้เกินจริง
หรือ เป็นแค่เศษเสี้ยวความทุกข์อันใหญ่หลวงทั้งหมดที่คนนั้นเก็บอยู่ในใจ
แต่ไม่ว่าจะเศร้าจริงหรือเรียกร้องความสนใจ
สิ่งที่คนทั้งสองแบบเป็นคือ ไม่สบายใจในความเศร้าของตัวเอง
หากเราไม่ต้องสนใจว่าใครจะเป็นซึมเศร้าจริงหรือเปล่า
เราอาจพบว่า บาดแผลก็คือบาดแผล
คนที่เรียกร้องความสนใจ จิตใจย่อมไม่อยู่ในสภาวะปกติ
คนที่มีความทุกข์มาระบาย คงเจอเรื่องอัดอั้นตันใจมาพอสมควร
คำว่า ‘ซึมเศร้า’ อาจเป็น สัญญาณที่คนๆหนึ่งต้องการส่งบอกคนรอบข้างว่า
สิ่งที่กำลังเผชิญอยู่เป็นเรื่องรุนแรงสำหรับเค้าและอยากได้กำลังใจจากใครซักคน
หากเห็นใครคนหนึ่งกล่าวว่าตัวเองมีบาดแผล
การให้กำลังใจและคำแนะนำที่เหมาะกับอาการ
น่าจะช่วยให้แผลหายมากกว่าไปนั่งเถียงว่าบาดแผลที่มีเป็นของปลอม
ที่มา
https://www.theatlantic.com/health/archive/2013/10/social-media-is-redefining-depression/280818/
https://thematter.co/pulse/depression-interview/23693
About Me
Instagram: http://www.instagram.com/faunglada
Facebook: https://www.facebook.com/LDAWorld/
Youtube: https://www.youtube.com/ldaworld
Twitter: @faunglada
Website: www.ldaworld.com