โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การไปคอนเสิร์ตถึงจะไม่ดีต่อการเงิน แต่ว่าดีต่อใจของเรานะ!

Thaiware

อัพเดต 19 พ.ย. 2562 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 12.00 น. • l3uch
เราไม่ได้คิดไปเองคนเดียวว่าการไปคอนเสิร์ตช่วยลดความเครียดได้ เพราะมีงานวิจัยออกมายืนยันในเรื่องนี้ด้วยละ

มีหลากหลายเหตุผลที่หลายๆ คนชื่นชอบในการไปคอนเสิร์ต ไม่ว่าจะเป็นการได้ไปพบปะศิลปินที่ชื่นชอบ (แบบไกลๆ ถ้าไม่ได้โชคดีมากพอที่จะได้สิทธิ Meet & Greet หรือซื้อบัตรยืนไปเกาะรั้วแถบหน้าสุด) การพูดคุยกับกลุ่มแฟนคลับที่ชื่นชอบในสิ่งๆ เดียวกัน หรืออาจเป็นการหลีกหนีจากความเครียดของการทำงาน, การเรียน หรือการใช้ชีวิตต่างๆ เพราะการได้ไปคอนเสิร์ตนั้นเหมือนได้ปลดล็อคอะไรบางอย่างในสมองของเราให้ไหลไปกับเสียงเพลง และเราก็ไม่ได้คิดไปเองคนเดียว เพราะมีงานวิจัยจากหลายสำนักทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาออกมายืนยันแล้วว่า การฟังเพลงจะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียด และการได้ไปคอนเสิร์ตนั้นจะช่วยให้จิตใจปลอดโปร่งมากขึ้น เพราะมันจะไปช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดลงได้ นอกจากนี้อาจช่วยให้คุณอายุยืนกว่าเดิมอีกด้วย!

ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Deakin ประเทศออสเตรเลีย ที่ได้ทำการศึกษาวิจัยผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับกลุ่มตัวอย่างราว 1,000 คน พบว่า กลุ่มคนที่ไปงานดนตรี, คอนเสิร์ต, มิวสิคเฟสติวัล หรือเต้นอยู่เป็นประจำนั้นจะมีเปอร์เซ็นต์ของความสุขที่สูงมากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้ไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่งานแสดงคอนเสิร์ตใหญ่ หรือมิวสิคเฟสติวัลเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการฟัง Gigs เล็กๆ ภายในคลับก็เช่นกัน

การไปคอนเสิร์ตถึงจะไม่ดีต่อการเงิน แต่ว่าดีต่อใจของเรานะ!

ภาพจาก : https://www.freepik.com/free-photo/rock-band-silhouettes-stage-concert_1191530.htm#page=1&query=concert&position=25

และงานวิจัยของ O2 ที่ทำการศึกษาร่วมกับนักพฤติกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Goldsmith ประเทศอังกฤษ ก็ได้ออกมายืนยันในเรื่องนี้เพิ่มขึ้นอีกว่า การรับชม Gigs เพียงแค่ 20 นาทีนั้นจะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสุขให้เราได้ถึง 21%เลยทีเดียว (เมื่อเทียบกับการเล่นโยคะและการพาสุนัขไปเดินเล่นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน) ซึ่งความสุขที่เพิ่มขึ้นมานี้แบ่งได้เป็นความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง (ในกรณีที่ไปคอนเสิร์ตคนเดียว) และความรู้สึกใกล้ชิดกับบุคคลรอบข้าง (ในกรณีที่ไปกับคนรู้จัก) 25% และความสุขจากความรู้สึกประทับใจทั้งจากตัวศิลปิน, บรรยากาศ และปัจจัยอื่นๆ ถึง 75%

การไปคอนเสิร์ตต่างอะไรกับการนั่งฟังเพลงอยู่บ้าน?

บางคนอาจแย้งว่าการไปดูคอนเสิร์ตก็เหมือนๆ กับการนั่งฟังเพลงอยู่ที่บ้าน และเห็นว่ามันไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะเราเองก็ทราบเซ็ตลิสต์เพลงที่ศิลปินจะเล่นอยู่ก่อนแล้ว (และหากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบเพลงหน้า B-Side บางคอนเสิร์ตก็อาจไม่มีเพลงโปรดของคุณอยู่ในนั้นก็เป็นได้) 

แต่งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Ritsumeikan (立命館大学) ในประเทศญี่ปุ่น ก็ได้ทำการทดลองเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างกันของอัตราการเต้นหัวใจของกลุ่มตัวอย่างที่ฟังเพลงที่ถูกบันทึกไว้ผ่านทางหูฟังหรือลำโพง เทียบกับการฟังเพลงในการแสดงดนตรีสด โดยให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 37 คน ได้รับชมการแสดงเปียโนและวัดชีพจรขณะชมการแสดงเอาไว้ หลังจากนั้นอีก 10 สัปดาห์ต่อมาก็ให้กลับมาฟังการแสดงเปียโนจากนักเปียโนกลุ่มเดิมในลักษณะเดียวกันผ่านทางสปีกเกอร์ ผลพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีอัตราการเต้นของหัวใจขณะที่ฟังเพลงในงานแสดงดนตรี (ในที่นี้คือเปียโน) สูงกว่าการฟังเพลงผ่านสปีกเกอร์จากห้องอัดเสียงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งนั่นหมายความว่า การฟังเพลงแบบ Live Session (ทั้งในคอนเสิร์ต, มิวสิคเฟสติวัล หรือ Gigs ต่างๆ ) ทำให้เรามีความสุขได้มากกว่าการฟังเพลงที่อัดไว้ก่อนหน้านี้ (Record Music) นั่นเอง

การไปคอนเสิร์ตถึงจะไม่ดีต่อการเงิน แต่ว่าดีต่อใจของเรานะ!

ภาพจาก : https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Fall_out_Boy_Monumentour.jpg

นอกจากนี้ ความสุขของการได้ไปคอนเสิร์ตไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเฉพาะแค่ช่วงเวลาที่เราอยู่ในคอนเสิร์ตเพียงเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นตั้งแต่เราเห็นประกาศว่าศิลปินที่ชื่นชอบจะมาทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศไทย (หรือประเทศใดๆ ในโลกที่คุณอาศัยอยู่) แล้ว และความสุขนั้นก็เพิ่มขึ้นสูงไปอีกเมื่อกดบัตรคอนเสิร์ตได้ เพราะแค่การได้ใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งที่เราชื่นชอบนั้นก็เพิ่มระดับของความสุขให้กับเราได้มากแล้ว แต่เมื่อได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศภายในงานแสดงคอนเสิร์ตที่นอกจากเราจะได้ฟังเพลงจากศิลปินที่เราชื่นชอบแล้ว การได้รายล้อมไปด้วยผู้คนที่ชื่นชอบในสิ่งๆ เดียวกันและพูดคุยกันถูกคอก็ทำให้เปอร์เซ็นต์ความสุขเพิ่มขึ้นและช่วยลดความเครียดลงได้มากเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้ชื่นชอบในการไปคอนเสิร์ตและมีความสุขกับการได้นั่งฟังเพลงอยู่ที่บ้านเงียบๆ คนเดียวก็ไม่ได้แปลกอะไร คุณแค่อาจไม่ได้เป็น Concertgoers (คนที่ชื่นชอบและมีความสุขกับการไปคอนเสิร์ต) ก็เท่านั้น แต่สำหรับเรามองว่าการไปคอนเสิร์ตเหมือนเป็นการจ่ายเงินซื้อประสบการณ์ เพราะคุณไม่มีทางที่จะได้สัมผัสกับบรรยากาศในงานคอนเสิร์ตได้จากที่ไหนอีก ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนคลายความเครียดอย่างการดูหนัง, อ่านหนังสือ หรือไปเที่ยวก็ตาม

การไปคอนเสิร์ตถึงจะไม่ดีต่อการเงิน แต่ว่าดีต่อใจของเรานะ!

ภาพจาก : https://www.morrisonhotelgallery.com/photographs/51S1Mw/Post-Concert-Mayhem

แต่การไปคอนเสิร์ตเองก็มีข้อเสียเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสภาพคล่องทางการเงินหลังจากที่ซื้อบัตรคอนเสิร์ตไปเป็นที่เรียบร้อย หรือจะเป็นในเรื่องของ Post Concert Depression (PCD) หรืออาการซึมเศร้าหลังจากการไปคอนเสิร์ต ที่เป็นความรู้สึกเคว้งคว้างและหดหู่หลังจากที่ไปดูคอนเสิร์ตจบมาแล้ว โดยเกิดขึ้นเนื่องจากในช่วงเวลาที่เราอยู่ในคอนเสิร์ตนั้นร่างกายของเราจะหลั่งฮอร์โมน Endorphin และ Epinephrine (หรือ Adrenaline) ออกมาเป็นจำนวนมาก เมื่อจบคอนเสิร์ตแล้วร่างกายและสมองของเรานั้นยังปรับสมดุลไม่ทัน เพราะเรายังคงมีความต้องการความสุขในปริมาณที่เท่ากันกับในขณะที่อยู่ในคอนเสิร์ต แต่ไม่มีสิ่งกระตุ้นเดิม (คอนเสิร์ต) อีกแล้ว ทำให้การหลั่งสารแห่งความสุขของร่างกายนั้นออกมาอย่างไม่สมดุลกับปริมาณที่ต้องการจนทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าวนี้ขึ้นได้  ซึ่งอาการนี้อาจเกิดขึ้นเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากจบคอนเสิร์ต หรือบางรายอาจเกิดความรู้สึกนี้ลากยาวไปจนถึง2 เดือนถัดมาหลังจากนั้นเลยก็เป็นได้ (และสำหรับวิธีการแก้อาการนี้คุณอาจต้องงดเว้นการฟังเพลงของศิลปินนั้นๆ ไปสักระยะหนึ่งและหากิจกรรมอื่นนอกจากการฟังเพลงที่ทำแล้วมีความสุขทำไปก่อน)

ส่วนตัวไม่เคยสัมผัสกับอาการ PCD นี้ แต่สำหรับผลกระทบทางการเงินนั้นก็รุนแรงอยู่พอสมควรเลยทีเดียว เพราะหลังจากเสียเงินซื้อบัตรคอนเสิร์ตแล้วก็กลับมานั่งสำนึกผิดในทุกครั้งไป แต่ถามว่าไปไหม ก็ไปอยู่ดีแหละ เพราะกว่าศิลปินที่เราชื่นชอบจะมาทัวร์ที่ประเทศไทยนั้นไม่ง่ายเลย ถึงแม้ว่าในช่วงสองสามปีมานี้จะมีประกาศคอนเสิร์ตกันถี่เหลือเกินจนเก็บเงินแทบไม่ทัน แต่ศิลปินที่เราอยากให้มามากที่สุดก็ยังคงบินข้ามประเทศไปหน้าตาเฉย (นอกจากนี้ บางวงก็ยุบไปแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะกลับมารียูเนียนแต่อย่างใดอีกต่างหาก)

การไปคอนเสิร์ตถึงจะไม่ดีต่อการเงิน แต่ว่าดีต่อใจของเรานะ!

ภาพจาก : https://www.flickr.com/photos/anirudhkoul/2841482484

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...