โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พล่ากับมูลอ่อน” เมนูจานเด็ดชวนชิมในเวสสันดรชาดก

ศิลปวัฒนธรรม

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2562 เวลา 08.25 น.
พรานจิตรบุตรกำลังเลี้ยงอาหารชูชก (ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหาร วัดมหาธาตุ จ.เพชรบุรี)

“…พอมาพบท่าพฤฒาเข้าที่นี่เร็วกระทั่งทันทีจวนจะไป ถ้าจำวัดค้างคืนหนึ่งจะได้ยิงเนื้อสดให้ฉัน พล่ากับมูลอ่อน นี่ขยันยิ่งพอใจ นี่จวนแล้วก็จะจัดแจงแต่งให้ไปเป็นเครื่องเสบียงกรังอิทญฺจ มธุโน ตุมฺพํ ทั้งกระบอกผึ้งพื้นแต่ไสสดเป็นมธุรสหวานยิ่ง ปกฺกมิคสตฺถึ อนึ่งขาทรายย่างยิ่งแต่ละอย่างละอย่างกัน ฉันกับน้ำผึ้งนี่คมสันวิเศษเป็นของป่า…”

ข้อความข้างบนนี้ เป็นคำกล่าวของพรานเจตบุตรที่กล่าวต้อนรับพราหมณ์ชูชก ก่อนจะบอกทางไปสู่เขาวงกตอันเป็นที่อยู่ของพระเวสสันดร อาจจะมีหลายท่านสงสัยว่าพล่ากับมูลอ่อน นั้นคืออย่างไร จึงจะขอพูดเฉพาะความตรงนี้เท่านั้น

ในพจนานุกรม (หลวง) นิยามคำพล่า ว่า “เครื่องกับข้าวชนิดหนึ่งคล้ายยำ แต่ใช้เนื้อดิบ” แต่มีพจนานุกรม (ราษฎร์) อีกฉบับหนึ่ง นิยามและอธิบายไว้ว่า “ชื่ออาหารชนิดหนึ่งใช้เนื้อสัตว์สด ๆ ใส่น้ำส้มหรือน้ำมะนาวลงให้เนื้อสุก เคล้ากับผักและเครื่องปรุง…” อ่านนิยามนี้แล้วเล่นเอางงไปหลายตลบ ทั้งนี้เพราะไม่เคยได้ทราบว่าน้ำส้มหรือน้ำมะนาวทำเนื้อสด ๆ ให้สุกได้ นอกจากใช้ความร้อนเท่านั้น เช่น ต้ม แกง ปิ้ง หรือย่าง ถ้าปรุงด้วยวิธีใส่น้ำส้มหรือบีบน้ำมะนาวมันก็จะไม่พ้นเป็นอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ จำพวกลาบก้อย หรือลู่ไปได้เลย แต่นิยามที่ว่ามาแล้วนี้ก็น่าจะถูกต้องแล้วตามพจนานุมกรมราษฎร์บัณฑิต

คราวนี้มาพูดกันถึงมูลอ่อน เพื่อไม่ต้องพูดกันให้เยิ่นเย้อ จึงขอรวบรัดตัดความเอาว่า มูลเป็นคำสุภาพที่ใช้แทนคำว่า ขี้ ฉะนั้น มูลอ่อนก็คือขี้อ่อน อ่อน คู่กับ แก่ มีมูลอ่อนแล้วก็มีมูลแก่ แต่มูลอันหลังนี้อยู่นอกจุดมุ่งหมายที่จะพูดถึงในที่นี้

มูลอ่อนที่พูดถึงนี้หมายถึงเอามูล (อ่อน) ของสัตว์จำพวกเก้ง กวาง ทราย หรือวัวป่า มูลอ่อนที่ว่านี้เมื่อผสมลงในพล่า ลาบ หรือก้อย ใส่เครื่องหอมและเครื่องปรุงแล้วจะมีกลิ่นหอมเข้าเครื่องปรุง และมีรสขมนิดหน่อยชวนรับประทาน เช่นที่หลายท่านชอบรับประทานผักสะเดา ไม่ใช่ขมขนาดยาควินินน้ำเมื่อกว่าสี่สิบปีมาแล้ว นั่นมันขมแบบมหาอมตะนิรันดร์กาลจริง ๆ

มูลอ่อน ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้นชาวอีสานเรียกว่าเพี่ย คำนี้ไม่มีในพจนานุกรม เพราะเป็นภาษาถิ่นที่หลวงท่านไม่เก็บเข้ามาไว้ในนั้น และโปรดอย่าได้อ่านและเข้าใจเป็นเพี้ย หรือ เพลี้ย ไป เพราะความหมายเป็นคนละอย่างกัน

ถ้าพรานเจตบุตรพล่าเนื้อป่าและใส่มูลอ่อนลงไปหมายความว่าใส่เพี่ยหรือขี้วัว (อ่อน) ลงไป ชาวอีสานปัจจุบันนี้รวมทั้งชาวฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงด้วยกันถือว่า ถ้าลาบหรือก้อยไม่ได้ใส่เพี่ยแล้วจะไม่อร่อย ไม่เป็นลาบ หรือก้อยที่สมบูรณ์แบบเลย ปัญหาอยู่ที่คุณภาพของเพี่ย นั่นคือจะต้องเป็นเพี่ยอ่อน สด และสะอาดด้วย (ถ้าไม่สะอาดคุณหมอจะตำหนิเอา) แต่ในเรื่องความสะอาดนี้ก็มีทางทำได้อยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียวคือลวกให้สุกก่อนจึงใช้ผสมลงในอาหาร แต่การพล่าตามแบบของพรานเจตบุตรนี้คงไม่ต้องพะวงกับเรื่องเหล่านี้ เพราะเพี่ยนั้นมีความสดสะอาดอยู่ในตัวแล้ว

พล่าตามแบบของพรานเจตบุตรนี้ก็เท่ากับคนกินขี้วัวอ่อน คนไทยบางหมู่เหล่าอาจจะตั้งข้อรังเกียจหรือขยะแขยง แต่จะข้อความในเวสสันดรชาดก กัณฑ์ชูชก ที่ผู้เขียนยกมาข้างต้นนั้นแสดงให้เห็นว่า คนไทยนิยมเอามูลอ่อนสด ๆ มาใช้ปรุงอาหารมาตั้งแต่โบราณกาลนานมาแล้ว เวสสันดรชาดก กัณฑ์ชูชก ที่ยกเอาข้อความนี้มาเป็นสำนวนของวัดสังข์กระจาย ซึ่งอาจจะแต่งขึ้นก่อนสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ อาจจะเป็นสมัยอยุธยาตอนปลายก็ได้ และถ้าเราจะลองลำดับเวลาย้อนหลังขึ้นไปอีก การรับประทานมูลอ่อนนี้อาจจะมีมาก่อนสมัยสุโขทัยก็ได้ ถ้าจะว่าเป็นแบบแผนที่ได้มาจากพวกพราหมณ์ในอินเดียสมัยโบราณก็จะเป็นการเดาจัดเกินไป ขอฝากท่านผู้รู้ไว้พิจารณาและให้ความกระจ่างในโอกาสต่อไป

การต้มเครื่องในวัวตามตำรับของชาวอีสานถ้าได้ใส่เพี่ยลงไปด้วย น้ำต้มนั้นจะอร่อยอย่าบอกใครเชียว นอกจากนั้นแล้วยังนิยมเอาเพี่ยมาทำแจ่วเพี่ยด้วย แจ่วเพี่ยคือน้ำพริกที่ผสมเพี่ยลงไป แจ่วเพี่ยนี้ไปกันได้ดีกับย่างน้ำตก เนื้อย่างน้ำตกหั่นเป็นชิ้น ๆ จิ้มกับแจ่วเพี่ย–บ๊าแซบอีหลี สิทธิการิยะ ถ้าจะให้ครบสูตรจริง ๆ แล้วก็ควรจะมีน้ำกระสายบ้างตามสมควร

บางทีเพี่ยจะคู่กับบี บี ก็คือ น้ำดี ของสัตว์จำพวกที่ได้กล่าวมาแล้ว ถ้าเอาน้ำดีผสมลงในลาบหรือก้อยจะมีรส “ขมอ่ำหล่ำ” น่ารับประทาน ลายหรือก้อย ถ้าได้ใส่ทั้งเพี่ยทั้งบีหรือน้ำดีด้วยก็ยิ่งจะมีรสชาติดีขึ้นไปอีก บางคนชอบเอาหัวไก่มาทาบี ทาเกลือนิดหน่อยแล้วเอาไปปิ้งให้สุกแล้วเอามากินเป็นกับแกล้ม อันนี้ก็แซบดีเหมือนกัน

การปรุงอาหารแบบพล่ากับมูลอ่อนนี้มีมาในบาลีอยู่หรือ หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายก็ว่า พล่ากับมูลอ่อนนี้มีอยู่ในเวสสันดรชาดกในพระไตรปิฎกที่เป็นตัวบาลีอยู่หรือ?

เมื่อเกิดข้อสงสัยขึ้นอย่างนี้ ผู้เขียนก็พยายามมะงุมมะงาหราค้นคว้าในบาลี ตามภูมิปัญญาของมหาประโยคเดียวของตน และได้คำตอบว่า-ไม่มี

ถ้าไม่มีจริง ๆ แล้วท่านเจ้าขรัววัดสังข์กระจายท่านไปเอามาจากไหน

เรื่องนี้จะไปโทษท่านก็ไม่ได้ เพราะการแต่งเรื่องชาดก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวสสันดรชาดกนั้นหลักสำคัญมีเพียว่า เอาบาลีหรือคาถาเป็นบทตั้งหรือเค้าโครงเท่านั้น ส่วนการบรรยายหรือพรรณนานั้นเป็นแบบ Freestyle ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพการณ์ต่าง ๆ ในสังคมในสมัยของผู้แต่งนั้นเอง ลักษณะเช่นนี้มีอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรื่องด้วยกันดังที่เราท่านทราบกันดีอยู่แล้ว มหาชาติหรือเวสสันดรชาดกของไทยเรามีอยู่หลายสำนวน มีข้อความแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง เพราะฉะนั้นอาหารแบบพล่ากับมูลอ่อนนี้ จึงเป็นอาหารประเภทไทยชวนชิมมากกว่าจะเป็นอย่างอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...