โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อไทยกลายจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ..คุณพร้อมแล้วหรือยัง

LINE TODAY

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2560 เวลา 09.18 น.

รู้หรือไม่..ตอนนี้ประเทศไทยได้ก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมา ซึ่งเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของเราเป็นไปอย่างเงียบ ๆ เรียบร้อย คนไทยบางคนยังไม่รู้เลยว่าเราเป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีประชากรที่อายุเกิน 60 ปีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยองค์การสหประชาชาติได้ให้นิยามว่าประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 10% หรือมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปเกิน 7% ของประชากรทั้งประเทศ ถือว่าประเทศนั้นได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) และจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) เมื่อสัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีเกิน 20% อายุ 65 ปีขึ้นไปเกิน 14% และหากสัดส่วนประชากรที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไปเกิน 20% ก็จะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super Aged Society)

จากการคาดการณ์เมื่อปี พ.ศ. 2554 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2573 แต่เมื่อปี พ.ศ. 2557 มีการเปลี่ยนแปลงที่ระบุว่าเราจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์เร็วขึ้นอีก 5 ปีคือในปี พ.ศ. 2568 หรืออีก 8 ปีข้างหน้านี้เอง การที่จำนวนผู้สูงอายุมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญก็คือการมีความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนผ่านเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้สูงวัย โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมก่อนจะถึงวัยสูงอายุเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้

เหตุผลที่ทำให้ทุกประเทศก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ก็เพราะคนอายุยืนขึ้น ตายยากขึ้นเนื่องจากการแพทย์ที่ทันสมัยและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่การมีอายุยืนขึ้นก็ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดความสุขหรือคุณภาพชีวิตแต่อย่างใด เพราะผู้สูงอายุบางรายก็ต้องพบเจอกับอาการเจ็บป่วย ไม่มีเงินหลังเกษียณ หรือถูกละเลยจากสังคมและลูกหลาน ฯลฯ ซึ่งปัญหาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมในการเป็นผู้สูงวัยที่จะมาถึง

ยกตัวอย่างประเทศในเอเชียที่มีความพร้อมในก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุมากที่สุดอย่างญี่ปุ่น เนื่องจากขณะนี้ประเทศญี่ปุ่นได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มที่ (Super Aged Society) ไปแล้ว โดยในปี ค.ศ. 2013 ญี่ปุ่นมีประชากรที่อายุมากกว่า 65 ปีสูงถึง 25.1% และคาดว่าจะเป็น 33.4% ใน ค.ศ. 2035 ซึ่งญี่ปุ่นได้ปรับเปลี่ยนบ้านเมืองและวิธีการใช้ชีวิตเพื่อเตรียมรับสังคมผู้สูงอายุมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก หรือสวัสดิการที่เอื้ออำนวยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งหากอนาคตญี่ปุ่นจะมีประชากร 1 ใน 3 เป็นผู้สูงอายุก็คงไม่เป็นปัญหาเท่าไรนัก 

ในขณะที่บ้านเรา ถ้าพูดถึงความพร้อมของประเทศที่จะก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอาจดูเหมือนไกลจากภาพความเป็นจริงมากไปสักหน่อย เพราะการคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยเฉพาะจากภาครัฐก็ไม่ได้ตอบรับสำหรับผู้สูงอายุเท่าที่ควร ซึ่งเป็นสิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ คงไปควบคุมไม่ได้ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นเตรียมตัววางแผนแบบรายบุคคลไปก่อนน่าจะปลอดภัยมากกว่า อะไรบ้างที่เราควรเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วัยชราอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างแรกเลยก็คือเตรียมใจ “จงชราอย่างกล้า” เตรียมตัวด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตตั้งแต่ยังเป็นวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงาน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดเนื้อสัตว์ไขมัน รับประทานผัก ผลไม้และปลามากขึ้น ออกกำลังกายสม่ำสมอ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ หมั่นฝึกฝึกจิตให้สงบ เมื่อสุขภาพกายและใจพร้อม โรคภัยก็ไม่ถามหา เพียงเท่านี้ก็สามารถรับมือกับความชราได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว

นอกจากร่างกายและจิตใจที่ต้องเตรียมแล้ว คุณภาพชีวิตก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรเตรียมตัวด้านการเงินและที่อยู่อาศัยให้พร้อม เริ่มต้นจากการกำหนดรูปแบบการใช้ชีวิตในวัยเกษียณของตัวเองก่อนเลย เราจะอยู่ยังไง อยู่ที่ไหน ทำอะไร เมื่อกำหนดสิ่งเหล่านี้ได้แล้ว คำตอบก็จะง่ายขึ้น จะรู้ทันทีเลยว่าต้องออมเงินเพื่อทรัพย์สินที่อยู่อาศัย และรายจ่ายต่าง ๆ อย่างไร

สุดท้ายคุณต้องไม่แก่อย่างโดดเดี่ยว ถึงแม้จะมีคู่ชีวิตก็ต้องเตรียมพร้อมด้วยเหมือนกัน เพราะเราไม่มีวันรู้ว่าใครจะไปก่อน ควรเตรียมตัวเรื่องการมีส่วนร่วมกับสังคมไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมความสัมพันธ์สังสรรค์กับเพื่อนฝูง ครอบครัว หรือร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณไม่เหงา ไม่เดียวดายแม้จะไม่มีใครอยู่ข้างกายก็ตาม

การเตรียมตัว วางแผนตั้งแต่ตอนเป็นวัยหนุ่มสาวหรือวัยทำงานเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่า เพราะเมื่อวันหนึ่งคุณต้องกลายเป็นผู้สูงอายุขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือจิตใจก็อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เตรียมตัวให้พร้อมแต่เนิ่น ๆ แล้วคุณจะกลายเป็นผู้สูงอายุที่มีความสุขที่สุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...