โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท.ตากหนุน“วัดคอกช้างเผือก”เป็นแหล่งท่องเที่ยว

INN News

อัพเดต 28 ม.ค. 2563 เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2563 เวลา 04.18 น.

นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประทศไทย(ททท.) สำนักงานตาก และคณะ ได้เดินทางไปที่ “วัดคอกช้างเผือก” Wat khok-chang-phueak หมู่ 3 บ้านท่าอาจ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก และได้เข้าพบพระอาจารย์ยะสะ ภิกขุ เจ้าอาวาสวัดคอกช้างเผือก โดย ผอ.ททท.ตาก ได้เข้าไหว้สักการะพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และได้เที่ยวชมบริเวณภายในวัด ซึ่งมีรูปแบบและศิลปะ ไทย-เมียนมา ที่สวยงามและมีอัตลักษณ์ โดยพระยะสะ ภิกขุ ได้เล่าถึงประวัติที่มาของวัดแห่งนี้ให้ได้รับทราบรายละเอียดข้อมูล ซึ่ง ผอ.ททท.ตาก ยังได้เดินทางไปดูพื้นที่บริเวณคอกช้างเผือก ที่เป็นเพนียดช้าง นับแต่โบราณกาลในยุคสุโขทัย ซึ่ง ผอ.ททท.เห็นว่า วัดคอกช้างเผือก ควรได้รับการสนับสนุนให้เป็นศาสนสถาน ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงศาสนา-ศิลปะ-วัฒนธรรม และการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ อีกแห่งของจังหวัดตาก และจะนำเข้าสู่ โครงการไหว้พระ 9 วัด ตามเส้นทางชายแดน ในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด เช่นวัดไทยวัฒนราม-วัดคอกช้างเผือก-วัดพระธาตุดอยดินกี่-วัดท่าอาจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังพบว่า วัดคอกช้างเผือก ยังมีจุดที่อยู่ยอดเขา ชมวิว และบรรยากาศ รอบๆ ที่มองเห็น จังหวัดเมียวดี มีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก

ประวัติความเป็นมาที่ เล่าสืบทอดต่อกันมา ว่า โบราณสถาน คอกช้างเผือก (เพนียดช้าง) khok-chang-phueak บ้านท่าอาจ หมู่ 3 ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเมย ชายแดนไทย-เมียนมา การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 105 ก่อนถึงสะพานมิตรภาพไทย-พม่าประมาณ 1 กิโลเมตร แยกขวามือผ่านหน้าวัดไทยวัฒนาราม ตามถนนลาดยางประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบป้ายโบราณสถานคอกช้างเผือกด้านซ้ายมือคอกช้างเผือก หรือ พะเนียดช้าง ลักษณะทำเป็นกำแพงก่ออิฐมอญสูงประมาณ 1 เมตร กว้างประมาณ 25 เมตร เป็นรูปสอบขนานกันยาวประมาณ 80 เมตร ตามพงศาวดารกล่าวว่า เมือครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มะกะโท (คนเลี้ยงช้าง) ซึ่งเป็นหนุ่มชาวมอญได้เข้ารับราชการเป็นขุนวัง และมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนางสร้อยดาวพระธิดาของพ่อขุนรามคำแหงฯ ต่อมาเมื่อครั้งพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ได้ยกทัพไปตีเมืองนครศรีธรรมราช มะกะโท จึงลักพาตัวพระราชธิดาของพ่อขุนรามคำแหงคำแหง ฯ หนีไปอยู่กรุงหงสาวดี และมีหนังสือแจ้งพ่อขุนรามคำแหงฯ ถึงเรื่องราวทั้งหมด ต่อมา มะกะโท ได้ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ และสร้างเมืองเมาะตะมะขึ้นเป็นราชธานี พ่อขุนรามคำแหงฯ จึงพระราชทานนามให้ว่า พระเจ้าฟ้ารั่ว……. เมืองตากในสมัยนั้นถือเป็นชานเมืองของกรุงสุโขทัย ได้มีช้างเผือกเชือกหนึ่งออกอาละวาดพ่อขุนรามคำแหงฯทรงทราบ พระองค์จึงได้ประกอบพิธีเสี่ยงสัตย์อธิษฐานว่า หากช้างเผือกเชือกนี้เป็นช้างคู่บุญบารมีของกษัตริย์นครใดก็ขอให้ช้างเผือกบ่ายหน้าไปในทิศทางนั้น เมื่อสิ้นคำอธิฐาน ช้างเผือกจึงชูงวงเป็นทักษิณาวรรตเปล่งเสียงร้อง 3 ครั้ง แล้วเดินบ่ายหน้าไปทางทิศตะวันตกถึงชายแดนเมืองตาก พ่อขุนรามคำแหงฯ ทรงแน่พระทัยว่าช้างเผือกนี้คงเป็นช้างเผือกคู่บารมีของพระเจ้าฟ้ารั่ว จึงแจ้งให้พระเจ้าฟ้ารั่วมารับช้างเผือก ครั้นเมื่อเดินมาถึงเชิงเขาแห่งนี้มีแม่น้ำขวางกั้นทหารที่ติดตามมาจึงสร้างพะเนียดล้อมช้างเผือกไว้ พ่อขุนรามคำแหงฯ จึงได้ทำพิธีมอบช้างเชือกให้กับพระเจ้าฟ้ารั่ว……. ซึ่ง ณ ที่บริเวณนี้ ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 105 ตอนที่ 88 วันที่ 16 พฤศจิกายน 2531 หน้า 21 (ฉบับพิเศษ) มีพื้นที่ 7 ไร่ 87 ตารางวา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...